Home » เปิดพอร์ต 2026: 5 เทรนด์ลงทุนที่ Gen Z ต้องจับตา

เปิดพอร์ต 2026: 5 เทรนด์ลงทุนที่ Gen Z ต้องจับตา

สารบัญ

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ปี 2026 ภูมิทัศน์ของการลงทุนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลและความตระหนักรู้ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การลงทุนในยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ได้ขยายขอบเขตไปสู่การลงทุนในประสบการณ์ คุณค่า และความยั่งยืนที่สะท้อนตัวตนและเป้าหมายในระยะยาว

ภาพรวมเทรนด์การลงทุนแห่งปี 2026

เปิดพอร์ต 2026: 5 เทรนด์ลงทุนที่ Gen Z ต้องจับตา - gen-z-investment-trends-2026

  • การลงทุนที่เน้นคุณค่าส่วนบุคคล: Gen Z ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนมากกว่าตัวเงิน เช่น การลงทุนในสุขภาพกายและใจ ซึ่งมองว่าเป็นการสร้างความมั่นคงในระยะยาว
  • เทคโนโลยีเป็นหัวใจหลัก: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน ขณะเดียวกันธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็เป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าสนใจ
  • ความยั่งยืนและความสามารถในการปรับตัว: ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสูงและดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESG) จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
  • สินทรัพย์ดิจิทัลและการเข้าถึงที่ง่าย: แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลที่ใช้งานง่ายจะยังคงเป็นช่องทางหลัก ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนที่หลากหลายขึ้น
  • ประสบการณ์ที่จับต้องได้: เทรนด์การลงทุนขยายไปสู่สินทรัพย์ที่สร้างประสบการณ์จริง เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตนอกบ้าน และสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) ซึ่งกลับมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ทำไม Gen Z ต้องปรับมุมมองการลงทุนในปี 2026?

โลกในปี 2026 เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน เศรษฐกิจไทยอาจต้องรับมือกับความผันผวนจากการส่งออกที่ชะลอตัว ภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า และการลงทุนในภาพรวมที่ยังซบเซา ปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาษีของประเทศมหาอำนาจ ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับการลงทุนในรูปแบบเดิม การปรับเปลี่ยนมุมมองจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับนักลงทุน Gen Z ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

กลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็น Digital Natives มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี และมีชุดความคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อน พวกเขามองหาการลงทุนที่สอดคล้องกับคุณค่าส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นความยั่งยืน ความโปร่งใส หรือการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ดังนั้น การทำความเข้าใจเทรนด์ใหม่ๆ ที่ผสมผสานระหว่างไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี และความรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมกับยุคสมัยและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะยาว

การลงทุนสำหรับ Gen Z ในปี 2026 จึงเป็นการมองหาสมดุลระหว่างผลตอบแทนทางการเงินและการสร้างคุณค่าให้กับชีวิตและสังคม ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากการลงทุนที่เน้นตัวเลขเพียงอย่างเดียวในอดีต

เปิดพอร์ต 2026: 5 เทรนด์การลงทุนที่ Gen Z ต้องจับตา

เพื่อให้นักลงทุน Gen Z สามารถวางแผนและจัดสรรพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจ 5 เทรนด์หลักที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2026 ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เทรนด์เหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งจะกำหนดทิศทางการเติบโตของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในอนาคต

เทรนด์ที่ 1: การลงทุนในสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Wellness Economy)

แนวคิดการลงทุนใน “สุขภาพ” ได้ขยายความหมายไปไกลกว่าการซื้อหุ้นโรงพยาบาลหรือบริษัทผลิตยา สำหรับ Gen Z การลงทุนในสุขภาพคือการลงทุนในตัวเอง (Investment in Self) ซึ่งครอบคลุมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทั้งในหน้าที่การงานและสภาวะเศรษฐกิจ

ตัวอย่างที่ชัดเจน: คือการเติบโตของธุรกิจฟิตเนสหรู (Luxury Fitness) ข้อมูลชี้ว่า Gen Z ยินดีจ่ายเงินเพื่อเข้าใช้บริการฟิตเนสระดับพรีเมียม เพราะมองว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนชัดเจนในแง่ของความมั่นใจ รูปร่างที่ดี และการสร้างเครือข่ายสังคม ผลสำรวจพบว่า 18% ของคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่าการเข้าสังคม และ 16% เลือกไปฟิตเนสก่อนไปผับหรือร้านอาหาร ยอดใช้จ่ายในกลุ่มลูกค้าฟิตเนสเพิ่มขึ้นถึง 41.1% ภายในปีเดียว ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของตลาดนี้ นอกจากนี้ เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “Sober” หรือการท่องเที่ยวปลอดแอลกอฮอล์เพื่อสัมผัสประสบการณ์ธรรมชาติอย่างเต็มที่ ก็เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของตลาด Wellness Economy ที่กำลังเติบโต

แนวทางการลงทุน: นักลงทุนสามารถพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เช่น กลุ่มฟิตเนสและสตูดิโอออกกำลังกาย, ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ, แอปพลิเคชันด้านสุขภาพจิต, และบริษัทท่องเที่ยวที่เน้นกิจกรรมเชิงสุขภาพ

เทรนด์ที่ 2: AI Investing และธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่ในปี 2026 AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ เทรนด์นี้แบ่งออกเป็นสองมิติหลัก คือ การใช้ AI เป็นเครื่องมือในการลงทุน และ การลงทุนในธุรกิจที่ใช้ AI เป็นแกนหลัก

ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึง Gen Z ต้องการความสมดุลระหว่างความรวดเร็วและแม่นยำของ AI กับความเข้าอกเข้าใจในอารมณ์ของมนุษย์ (Human Touch) แบรนด์และธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จคือกลุ่มที่สามารถผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ในด้านการลงทุน เทคโนโลยี Data และ AI ช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลเพื่อวัดผลและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะสำหรับพอร์ตที่เน้นการเติบโตในกลุ่ม Fintech หรือเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แนวทางการลงทุน: โอกาสการลงทุนในเทรนด์นี้มีความหลากหลาย ตั้งแต่การลงทุนในกองทุนรวมหรือ ETF ที่เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI, หุ้นของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ AI, ไปจนถึงบริษัทในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่นำ AI มาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น ธุรกิจค้าปลีกที่ใช้ AI ในการทำ Hyper-Personalization หรือภาคการเงินที่ใช้ AI ในการบริหารความเสี่ยง

เทรนด์ที่ 3: ประสบการณ์นอกบ้านและสื่อ OOH (Out-of-Home)

หลังจากยุคที่ทุกอย่างมุ่งสู่โลกออนไลน์ ผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen Alpha เริ่มโหยหาประสบการณ์ที่จับต้องได้ในโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตนอกบ้านและสื่อโฆษณานอกบ้าน (OOH) กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

สื่อ OOH มีข้อได้เปรียบที่สำคัญคือไม่สามารถถูกปิดกั้นด้วย Ad-blocker เหมือนโฆษณาออนไลน์ สามารถสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือในวงกว้างด้วยงบประมาณที่เข้าถึงได้ ที่สำคัญ ปัจจุบันสื่อ OOH สามารถวัดผลได้อย่างแม่นยำขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI ทำให้กลายเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ต่างๆ

แนวทางการลงทุน: การลงทุนในเทรนด์นี้อาจหมายถึงการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสื่อโฆษณากลางแจ้ง, บริษัทจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ต, กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ค้าปลีกหรือทำเลสำคัญ, รวมถึงแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าในพื้นที่จริง

เทรนด์ที่ 4: แพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย

การเติบโตของแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัลยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและสวนกระแสความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ Gen Z ซึ่งคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟน มองหาช่องทางการลงทุนที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ทลายกำแพงและทำให้การลงทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไปอีกต่อไป

การเข้ามาของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Webull ที่เตรียมเปิดให้บริการในตลาดไทยผ่านแอปพลิเคชัน LINE ในปี 2026 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความต้องการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลของคนไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้คนต่างมองหาเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมั่งคั่งและบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการลงทุน: แม้ว่าการลงทุนโดยตรงในแพลตฟอร์มเหล่านี้อาจจำกัดอยู่ในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน แต่เทรนด์นี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรม Fintech ทั้งหมด นักลงทุนสามารถพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน, บริษัทหลักทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรมดิจิทัล หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในกลุ่มธุรกิจ Disruptive Technology

เทรนด์ที่ 5: ธุรกิจที่ยั่งยืนและมีความสามารถในการปรับตัว (Sustainable & Resilient Business)

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกและไทยเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ความสามารถในการปรับตัว (Resiliency) และความยั่งยืนได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอดและเติบโตของธุรกิจ นักลงทุน Gen Z ควรให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถกระจายความเสี่ยง สร้างโอกาสใหม่ๆ และดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย (Stakeholders) ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจที่จะเติบโตสวนกระแสได้ในปี 2026 คือกลุ่มที่สามารถสร้างคุณค่า (Value Creation) ที่มากกว่าผลกำไร มีความครอบคลุม (Inclusiveness) และใช้เทคโนโลยีอย่าง AI มาช่วยในการทำตลาดแบบเจาะจง (Fragmented Marketing) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกันได้อย่างแม่นยำ

แนวทางการลงทุน: มองหาบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) และมีนโยบายด้าน ESG ที่ชัดเจน การลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว แต่ยังสอดคล้องกับคุณค่าของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมอีกด้วย

เปรียบเทียบ 5 เทรนด์การลงทุนสำหรับ Gen Z ในปี 2026

ตารางสรุปและเปรียบเทียบ 5 เทรนด์การลงทุนที่สำคัญสำหรับ Gen Z ในปี 2026
เทรนด์การลงทุน ลักษณะเด่น ตัวอย่างการลงทุน
สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ลงทุนในประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพกายและใจ หุ้นกลุ่มฟิตเนส, ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ, แอปพลิเคชันสุขภาพจิต
AI Investing ใช้ AI เป็นเครื่องมือและลงทุนในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI กองทุน ETF กลุ่มเทคโนโลยี AI, หุ้นบริษัทซอฟต์แวร์, ธุรกิจที่ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ
ประสบการณ์นอกบ้าน (OOH) การกลับมาของกิจกรรมและสื่อในโลกจริงที่จับต้องได้ หุ้นบริษัทสื่อโฆษณา, กอง REITs พื้นที่ค้าปลีก, ธุรกิจจัดอีเวนต์
แพลตฟอร์มดิจิทัล การเติบโตของแอปพลิเคชันลงทุนที่เข้าถึงง่ายและสะดวก หุ้นกลุ่ม Fintech, บริษัทหลักทรัพย์ดิจิทัล, กองทุนเทคโนโลยี
ธุรกิจยั่งยืนและปรับตัวได้ เน้นบริษัทที่มีความสามารถในการปรับตัวสูงและมีนโยบาย ESG หุ้นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลดี, ธุรกิจพลังงานสะอาด, บริษัทที่มีนวัตกรรม

ความท้าทายและข้อควรพิจารณาสำหรับนักลงทุน Gen Z

แม้ว่าเทรนด์เหล่านี้จะเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ที่น่าสนใจ แต่ก็มีความท้าทายที่นักลงทุน Gen Z ควรตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือ

  • ตลาดที่มีความซับซ้อน (Fragmented Markets): ตลาดในปัจจุบันมีความหลากหลายและแบ่งส่วนย่อยสูง กลยุทธ์การลงทุนแบบ “One-size-fits-all” อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป นักลงทุนจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเชิงลึกและเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเอง
  • ภาระหนี้สินและความเหลื่อมล้ำ: ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจเป็นอุปสรรคต่อความสามารถในการลงทุนของคนรุ่นใหม่ การวางแผนการเงินส่วนบุคคลอย่างรอบคอบและการจัดการหนี้สินจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกก่อนที่จะเริ่มลงทุน
  • สภาวะข้อมูลท่วมท้น (Attention Crunch): ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและคอนเทนต์สั้นๆ หลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลา การตัดสินใจลงทุนที่ผ่านการไตร่ตรองและค้นคว้าข้อมูลอย่างถี่ถ้วนกลายเป็นเรื่องท้าทาย การมีวินัยในการศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ผิดพลาด

สรุปและก้าวต่อไปสู่การลงทุนแห่งอนาคต

การเปิดพอร์ตลงทุนในปี 2026 สำหรับ Gen Z คือการเดินทางที่น่าตื่นเต้นซึ่งผสมผสานระหว่างการสร้างผลตอบแทนทางการเงินกับการลงทุนในคุณค่าและไลฟ์สไตล์ที่ตนเองเชื่อมั่น 5 เทรนด์หลักที่กล่าวมา ตั้งแต่เศรษฐกิจสุขภาพ, การเติบโตของ AI, ประสบการณ์นอกบ้าน, แพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงธุรกิจที่ยั่งยืน ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลกการลงทุน ที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากตัวเลขในพอร์ตเพียงอย่างเดียว

หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนมุมมองและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อของคนรุ่นใหม่ การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องค้าหลักทรัพย์ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกมิติของชีวิต การเริ่มต้นวางแผนการเงินส่วนบุคคลและศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์เหล่านี้ตั้งแต่วันนี้ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงและมีความหมายในโลกยุคใหม่ที่กำลังจะมาถึง