‘ครัวผี’ บูมแล้วเจ๊ง! ส่องสถิติร้านอาหารไร้หน้าร้าน
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ทำความรู้จัก Ghost Kitchen: โมเดลธุรกิจร้านอาหารแห่งยุคดิจิทัล
- สถิติที่น่าตกใจ: ปรากฏการณ์ ‘บูมแล้วเจ๊ง’ ในธุรกิจครัวผี
- ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย: ความท้าทายรอบด้าน
- เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของโมเดลครัวผี
- ปัจจัยสู่ความสำเร็จ: ทำอย่างไรให้ครัวผีอยู่รอด?
- บทสรุปและแนวโน้มในอนาคตของธุรกิจร้านอาหารไร้หน้าร้าน
โมเดลธุรกิจร้านอาหารไร้หน้าร้าน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ครัวผี’ (Ghost Kitchen) ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ข้อมูลล่าสุดกลับชี้ให้เห็นภาพที่น่ากังวล โดยปรากฏการณ์ ‘ครัวผี’ บูมแล้วเจ๊ง! ส่องสถิติร้านอาหารไร้หน้าร้าน ได้กลายเป็นหัวข้อที่สะท้อนถึงความท้าทายอย่างยิ่งในสมรภูมิเดลิเวอรี่ แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อได้เปรียบด้านต้นทุน แต่ผู้ประกอบการจำนวนมากกลับต้องเผชิญกับอัตราการปิดตัวที่สูงอย่างน่าตกใจ
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- นิยามและข้อได้เปรียบ: ครัวผี หรือ Ghost Kitchen คือธุรกิจร้านอาหารที่เน้นการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่เท่านั้น ไม่มีพื้นที่สำหรับลูกค้านั่งรับประทาน ทำให้ลดต้นทุนค่าเช่าและพนักงานหน้าร้านได้อย่างมหาศาล
- อัตราการล้มเหลวสูง: สถิติชี้ว่าธุรกิจครัวผีมากกว่า 50% ต้องปิดกิจการภายในปีแรก และสูงถึง 65% ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการแข่งขันที่รุนแรงและความไม่แน่นอนของรายได้
- ปัจจัยแวดล้อมที่ท้าทาย: สภาวะเศรษฐกิจซบเซา การลดลงของนักท่องเที่ยว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่รัดกุมในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายของธุรกิจร้านอาหารทุกประเภท รวมถึงครัวผีด้วย
- ต้นทุนแฝงและการตลาด: แม้จะประหยัดค่าเช่า แต่ครัวผีต้องเผชิญกับต้นทุนแฝง เช่น ค่าคอมมิชชั่นที่สูงของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้
- กุญแจสู่ความสำเร็จ: การอยู่รอดในตลาดนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษามาตรฐานคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ
ทำความรู้จัก Ghost Kitchen: โมเดลธุรกิจร้านอาหารแห่งยุคดิจิทัล
ปรากฏการณ์ ‘ครัวผี’ บูมแล้วเจ๊ง! ส่องสถิติร้านอาหารไร้หน้าร้าน กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจในวงการธุรกิจอาหารสมัยใหม่ โมเดลธุรกิจนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของบริการฟู้ดเดลิเวอรี่ การทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานและจุดเด่นของ Ghost Kitchen จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของความสำเร็จและความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
นิยามและความหมายของครัวผี
ครัวผี (Ghost Kitchen) หรือที่อาจรู้จักในชื่ออื่น ๆ เช่น Cloud Kitchen, Virtual Kitchen, หรือ Dark Kitchen คือรูปแบบธุรกิจร้านอาหารที่ไม่มีหน้าร้าน (Physical Storefront) สำหรับให้ลูกค้านั่งรับประทานอาหาร แต่จะดำเนินกิจการในครัวที่จัดตั้งขึ้นเพื่อปรุงอาหารสำหรับบริการจัดส่ง หรือ เดลิเวอรี่ (Delivery) เท่านั้น การสั่งอาหารจะเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการจัดส่งอาหารโดยเฉพาะ หรือแพลตฟอร์มของร้านเอง
ครัวประเภทนี้สามารถตั้งอยู่ในพื้นที่ที่หลากหลาย ตั้งแต่ครัวภายในบ้าน คอนโดมิเนียม ไปจนถึงการเช่าพื้นที่ในครัวกลางเชิงพาณิชย์ (Commercial Kitchen) ที่มีอุปกรณ์ครบครันและออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการหลายรายพร้อมกัน แนวคิดหลักคือการตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นของร้านอาหารแบบดั้งเดิมออกไป เช่น โต๊ะ เก้าอี้ พนักงานเสิร์ฟ และการตกแต่งร้าน เพื่อมุ่งเน้นไปที่การผลิตอาหารที่มีคุณภาพและจัดส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นที่ทำให้ครัวผีกลายเป็นเทรนด์
การเติบโตอย่างรวดเร็วของโมเดลครัวผีในช่วงปี 2020 เป็นต้นมา มีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญหลายประการที่ดึงดูดให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหม่และรายเดิมหันมาสนใจธุรกิจรูปแบบนี้:
- ลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น: ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดคือการลดต้นทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลไปกับค่าเช่าพื้นที่ในทำเลทอง ค่ามัดจำล่วงหน้า หรือค่าตกแต่งร้าน ซึ่งมักเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในการเปิดร้านอาหารแบบดั้งเดิม
- ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน: การไม่มีหน้าร้านหมายถึงการลดจำนวนพนักงานที่ต้องจ้างลงได้อย่างมาก ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานต้อนรับ พนักงานเสิร์ฟ หรือพนักงานแคชเชียร์ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรลดลง
- ความยืดหยุ่นสูง: ผู้ประกอบการสามารถทดลองเปิดแบรนด์ร้านอาหารได้หลายแบรนด์จากครัวเพียงแห่งเดียว หรือปรับเปลี่ยนเมนูอาหารได้อย่างรวดเร็วตามกระแสความนิยมและข้อมูลความต้องการของลูกค้า โดยไม่ต้องกังวลกับภาพลักษณ์ของหน้าร้าน
- เข้าถึงตลาดได้ง่าย: การพึ่งพาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ช่วยให้ร้านอาหารใหม่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้ผ่านทำเลที่ตั้ง
สถิติที่น่าตกใจ: ปรากฏการณ์ ‘บูมแล้วเจ๊ง’ ในธุรกิจครัวผี
แม้ว่าโมเดลครัวผีจะดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จสำหรับธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ แต่ความเป็นจริงกลับซับซ้อนและท้าทายกว่าที่คิด ข้อมูลสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เปิดเผยให้เห็นถึง “ด้านมืด” ของธุรกิจนี้ ซึ่งสะท้อนผ่านอัตราการปิดตัวที่สูงจนน่าตกใจ อันเป็นที่มาของปรากฏการณ์ “บูมแล้วเจ๊ง” ที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง
อัตราการปิดตัวที่สูงเกินคาด
ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและผลสำรวจตลาดชี้ให้เห็นภาพที่น่ากังวลตรงกันว่า ธุรกิจครัวผีจำนวนมากประสบปัญหาในการดำเนินกิจการให้ยั่งยืนในระยะยาว ตัวเลขสถิติเป็นสิ่งที่ยืนยันสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า ธุรกิจครัวผีที่เปิดใหม่มีอัตราการปิดกิจการสูงถึง 50% ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีแรก และเมื่อพิจารณาในระยะ 3 ปี ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้การเริ่มต้นธุรกิจครัวผีจะมีอุปสรรคด้านการลงทุนที่ต่ำกว่า แต่การประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดและเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนั้นเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่กระโดดเข้ามาในตลาดนี้ด้วยความหวัง อาจต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่ว่ายอดขายไม่เป็นไปตามเป้าและไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้
สาเหตุหลักที่นำไปสู่การล้มเหลว
การที่ร้านอาหารไร้หน้าร้านจำนวนมากต้องปิดตัวลงไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลมาจากความท้าทายหลายด้านที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ดังนี้
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดเดลิเวอรี่
อุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดที่ต่ำ (Low Barrier to Entry) กลายเป็นดาบสองคม เพราะในขณะที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาได้ง่าย ก็ส่งผลให้ตลาดเกิดภาวะการแข่งขันที่สูงมาก (Hyper-competition) ร้านอาหารนับพันนับหมื่นร้านปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่เดียวกัน ทำให้การสร้างความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจจากลูกค้าเป็นไปได้ยาก ร้านใหม่ที่ไม่มีชื่อเสียงหรือไม่มีงบประมาณการตลาดที่มากพอ อาจถูกกลืนหายไปในทะเลของคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว
ต้นทุนแฝงที่ผู้ประกอบการมองข้าม
แม้จะประหยัดค่าเช่าร้านและค่าจ้างพนักงานหน้าร้าน แต่ธุรกิจครัวผีต้องเผชิญกับต้นทุนแฝงที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายประการ:
- ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม (Platform Commission Fees): ผู้ให้บริการจัดส่งอาหารจะหักส่วนแบ่งจากยอดขายในอัตราที่ค่อนข้างสูง (อาจสูงถึง 30-35%) ซึ่งกัดกินกำไรของผู้ประกอบการอย่างมาก
- ค่าการตลาดและโปรโมชั่น: เพื่อให้ร้านเป็นที่มองเห็นบนแอปพลิเคชัน ผู้ประกอบการมักต้องซื้อโฆษณาหรือเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งล้วนเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ค่าบรรจุภัณฑ์ (Packaging Costs): การจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อรักษาอุณหภูมิและสภาพของอาหาร ซึ่งมีราคาสูงกว่าภาชนะที่ใช้สำหรับรับประทานที่ร้าน
- ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน: ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมต้นทุน
การขาดความมั่นคงในยอดขาย ประกอบกับต้นทุนแฝงเหล่านี้ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวกและต้องยุติกิจการไปในที่สุด
ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย: ความท้าทายรอบด้าน
ปัญหาของธุรกิจครัวผีไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมตลาดร้านอาหารในประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ข้อมูลระหว่างปี 2566-2568 (ค.ศ. 2023-2025) ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกขนาด ตั้งแต่ร้านค้ารายย่อยไปจนถึงเชนร้านอาหารขนาดใหญ่
ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา
ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ประกอบกับปัญหาค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องรัดเข็มขัดและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ซึ่งอาหารนอกบ้านหรือบริการเดลิเวอรี่มักเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ถูกตัดทอน นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นเส้นเลือดหลักของเศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 40% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายรวมของธุรกิจร้านอาหารลดลงอย่างน่าใจหาย โดยมีรายงานว่ายอดขายลดลงถึง 50% ในบางกลุ่มธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
นอกเหนือจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน ผู้คนหันมาทำอาหารรับประทานเองที่บ้านมากขึ้นเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และเมื่อเลือกที่จะสั่งอาหาร ก็มักจะมองหาความคุ้มค่าและโปรโมชั่นเป็นหลัก ทำให้เกิดสงครามราคาที่รุนแรงในหมู่ผู้ประกอบการ การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่แค่รสชาติหรือคุณภาพอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการนำเสนอส่วนลดและข้อเสนอพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งยิ่งเป็นการบีบอัตรากำไรให้ลดน้อยลงไปอีก
สถานการณ์เช่นนี้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะร้านอาหารขนาดเล็กและรายย่อย รวมถึงครัวผีที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งมีความสามารถในการแบกรับต้นทุนและยืนหยัดในสงครามราคาได้น้อยกว่าแบรนด์ใหญ่ ๆ เราจึงได้เห็นข่าวการปิดกิจการของร้านอาหารจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งร้านที่มีชื่อเสียงหรือเชนขนาดใหญ่ก็ยังต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดขนาดสาขาหรือลดต้นทุนอย่างจริงจังเพื่อความอยู่รอด
เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของโมเดลครัวผี
เพื่อให้เห็นภาพรวมของธุรกิจครัวผีอย่างชัดเจน การเปรียบเทียบข้อดี (Advantages) และข้อจำกัด (Disadvantages) จะช่วยให้ผู้ที่สนใจสามารถประเมินโอกาสและความเสี่ยงได้อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน
| ปัจจัย | ข้อดี (Advantages) | ข้อจำกัด (Disadvantages) |
|---|---|---|
| ต้นทุนการลงทุน | ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นต่ำ ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ราคาสูงและค่าตกแต่งร้าน | อาจมีต้นทุนแฝงด้านอุปกรณ์ครัวและระบบจัดการออเดอร์หากเริ่มต้นจากศูนย์ |
| ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน | ลดต้นทุนค่าจ้างพนักงานหน้าร้านและค่าสาธารณูปโภคส่วนหน้าร้าน | ต้องแบกรับค่าคอมมิชชั่นที่สูงของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่และค่าการตลาดออนไลน์ |
| การเข้าถึงลูกค้า | เข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่ของแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ได้ทันที | ไม่มีลูกค้าจร (Walk-in) และต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มในการเข้าถึงลูกค้าโดยสิ้นเชิง |
| การแข่งขัน | สามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องมีทำเลที่ดีที่สุด | การแข่งขันสูงมากในแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้สร้างความโดดเด่นได้ยาก |
| ความยืดหยุ่น | ปรับเปลี่ยนเมนูหรือสร้างแบรนด์ใหม่ได้ง่ายและรวดเร็ว | การสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำได้ยากกว่าร้านที่มีหน้าร้าน |
| การสร้างแบรนด์ | สามารถมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ในโลกออนไลน์ได้อย่างเต็มที่ | ขาดการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า และไม่มีหน้าร้านเพื่อสร้างการรับรู้ |
| ความเสี่ยง | ความเสี่ยงด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรต่ำกว่า | รายได้ไม่แน่นอนและผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับอัลกอริทึมและโปรโมชั่นของแพลตฟอร์ม |
ปัจจัยสู่ความสำเร็จ: ทำอย่างไรให้ครัวผีอยู่รอด?
ท่ามกลางสถิติการปิดตัวที่สูงและสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย การอยู่รอดของธุรกิจครัวผีจึงไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่ต้องอาศัยการวางแผนกลยุทธ์ที่รัดกุมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักมีปัจจัยร่วมที่สำคัญหลายประการ
การสร้างแบรนด์และการตลาดดิจิทัล
เมื่อไม่มีหน้าร้านเป็นตัวสร้างการรับรู้ แบรนด์ดิจิทัล (Digital Brand) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ผู้ประกอบการต้องสร้างเรื่องราว (Storytelling) อัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) และภาพลักษณ์ที่น่าจดจำผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การถ่ายภาพอาหารที่สวยงามน่ารับประทาน การสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย และการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ การลงทุนในการตลาดดิจิทัลเพื่อสร้างความโดดเด่นบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น
การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การควบคุมต้นทุนเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลกำไร ผู้ประกอบการต้องคำนวณต้นทุนอาหาร (Food Cost) ต่อจานอย่างแม่นยำ บริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบเพื่อลดของเสีย (Food Waste) และเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์โครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด รวมถึงค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าการตลาด เพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสมและสามารถทำกำไรได้จริง
การควบคุมคุณภาพอาหารและบริการ
ในโลกของเดลิเวอรี่ที่ลูกค้าไม่เห็นหน้าตาของร้านหรือครัว “คุณภาพ” คือสิ่งเดียวที่จะสร้างความประทับใจและทำให้ลูกค้ากลับมาสั่งซ้ำ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รสชาติอาหารที่ต้องอร่อยและมีมาตรฐานสม่ำเสมอ ความสะอาดและปลอดภัยในกระบวนการผลิต ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้จนถึงมือลูกค้า การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ และการตอบสนองต่อความคิดเห็นของลูกค้าอย่างรวดเร็ว จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคตของธุรกิจร้านอาหารไร้หน้าร้าน
ปรากฏการณ์ ‘ครัวผี’ บูมแล้วเจ๊ง! ส่องสถิติร้านอาหารไร้หน้าร้าน ได้ให้บทเรียนที่สำคัญแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารอย่างชัดเจน โมเดลธุรกิจนี้แม้จะมอบข้อได้เปรียบในการลดต้นทุนเริ่มต้นและมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงไม่แพ้กัน ทั้งจากการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดเดลิเวอรี่ ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น และแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาค
สถิติอัตราการปิดตัวที่สูงเป็นเครื่องยืนยันว่า การอยู่รอดในสมรภูมินี้ต้องอาศัยมากกว่าแค่ฝีมือในการทำอาหาร แต่จำเป็นต้องมีทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่รอบด้าน ทั้งความสามารถในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำในโลกออนไลน์ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเฉียบคม และการรักษามาตรฐานคุณภาพให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับอนาคต แนวโน้มของธุรกิจร้านอาหารไร้หน้าร้านจะยังคงดำเนินต่อไป แต่รูปแบบอาจมีการปรับเปลี่ยนไปสู่ความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การผสมผสานระหว่างโมเดลออนไลน์และออฟไลน์ หรือการใช้เทคโนโลยีและข้อมูล (Data) มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อสร้างสรรค์เมนูและทำการตลาดที่ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ตลาดนี้จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด วางแผนธุรกิจอย่างรัดกุม และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายรอบด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนึ่งในสถิติของธุรกิจที่ต้องปิดตัวลงก่อนเวลาอันควร