Home » อย. ไฟเขียว ‘เนื้อจากแล็บ’ ครั้งแรกในไทย!

อย. ไฟเขียว ‘เนื้อจากแล็บ’ ครั้งแรกในไทย!

สารบัญ

อย. ไฟเขียว ‘เนื้อจากแล็บ’ ครั้งแรกในไทย! การประกาศครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศอย่างเป็นทางการ การอนุมัติให้มีการผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่เพาะเลี้ยงจากเซลล์ (Cell-based meat) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Lab-grown meat ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความมั่นคงทางอาหาร ที่มาพร้อมกับศักยภาพในการปฏิวัติระบบการผลิตอาหารแบบดั้งเดิม การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของไทย แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดอาหารอนาคตที่มีมูลค่ามหาศาลทั่วโลกอีกด้วย

ประเด็นสำคัญของการอนุมัติเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง

  • การอนุมัติครั้งแรกในไทย: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้การรับรองเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจากเซลล์อย่างเป็นทางการครั้งแรก นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารในภูมิภาค
  • ผลงานวิจัยและพัฒนาโดยคนไทย: เนื้อจากแล็บที่ได้รับการอนุมัตินี้ เป็นผลผลิตจากความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนอย่าง ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป และสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงศักยภาพของนักวิจัยและผู้ประกอบการไทย
  • กระบวนการผลิตที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์: เทคโนโลยีนี้ใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์จริงมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ทำให้ได้เนื้อสัตว์ที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสเหมือนเนื้อจากฟาร์ม โดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงและฆ่าสัตว์
  • ประโยชน์รอบด้าน: เนื้อจากแล็บมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
  • กำหนดการวางจำหน่าย: คาดการณ์ว่าผู้บริโภคชาวไทยจะได้มีโอกาสทดลองชิมผลิตภัณฑ์เนื้อจากแล็บภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมาในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

จุดเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์วงการอาหารไทย

การประกาศอนุมัติเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจากเซลล์โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมของไทยไปอย่างสิ้นเชิง การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตื่นตัวทั่วโลกเกี่ยวกับความยั่งยืนทางอาหาร ความมั่นคงทางโภชนาการ และการแสวงหาแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ “ครัวของโลก” การเปิดรับนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตเช่นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ นักวิจัย และเกษตรกรไทย ในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ การอนุมัติครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข่าวสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของระบบอาหาร

ทำความรู้จัก ‘เนื้อจากแล็บ’: นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

ทำความรู้จัก ‘เนื้อจากแล็บ’: นวัตกรรมเปลี่ยนโลก

ก่อนที่จะลงลึกถึงผลกระทบในด้านต่างๆ การทำความเข้าใจพื้นฐานว่า ‘เนื้อจากแล็บ’ คืออะไรและมีกระบวนการผลิตอย่างไรจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคตอันใกล้นี้

นิยามและความหมายของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง

เนื้อจากแล็บ, เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Cultured meat), หรือ เนื้อสัตว์จากเซลล์ (Cell-based meat) คือเนื้อสัตว์จริงที่ผลิตขึ้นโดยการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์โดยตรงในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม แทนที่จะมาจากการเลี้ยงสัตว์ทั้งตัวในฟาร์มแล้วนำไปเชือดเพื่อแปรรูปเป็นอาหาร ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและไขมันที่มีโครงสร้างทางชีววิทยาและคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกับเนื้อสัตว์ทั่วไปทุกประการ แนวคิดหลักของเทคโนโลยีนี้คือการผลิตเฉพาะส่วนของเนื้อเยื่อที่บริโภคได้ โดยข้ามขั้นตอนการเลี้ยงดูสัตว์ทั้งระบบ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลและก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นี่จึงไม่ใช่อาหารทดแทนเนื้อสัตว์ (Meat substitute) ที่ทำจากพืช แต่เป็นเนื้อสัตว์แท้ๆ ที่สร้างขึ้นจากกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพ

กระบวนการผลิตจากเซลล์ต้นกำเนิดสู่เนื้อพร้อมบริโภค

กระบวนการผลิตเนื้อจากแล็บเริ่มต้นจากการเก็บตัวอย่างเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cells) จำนวนเล็กน้อยจากสัตว์ที่มีชีวิต เช่น หมู วัว หรือไก่ โดยกระบวนการนี้ไม่ทำอันตรายต่อสัตว์ จากนั้นจึงนำเซลล์เหล่านี้ไปเพาะเลี้ยงในถังบ่มเพาะขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ไบโอรีแอคเตอร์ (Bioreactors) ซึ่งทำหน้าที่จำลองสภาวะแวดล้อมภายในร่างกายของสัตว์

  1. การเลี้ยงเซลล์ (Cell Cultivation): เซลล์ต้นกำเนิดจะถูกป้อนด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น กรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ และน้ำตาล เพื่อกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างทวีคูณ
  2. การเปลี่ยนสภาพเซลล์ (Differentiation): เมื่อมีจำนวนเซลล์มากเพียงพอ นักวิทยาศาสตร์จะปรับเปลี่ยนสภาวะและสารอาหารเพื่อชักนำให้เซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้พัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ที่เป็นองค์ประกอบของเนื้อสัตว์ ได้แก่ เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน และเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
  3. การสร้างโครงสร้าง (Scaffolding): เซลล์ที่พัฒนาแล้วจะถูกนำไปจัดเรียงบนโครงสร้างที่กินได้ (Edible scaffold) ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงร่างเพื่อให้เซลล์ยึดเกาะและรวมตัวกันเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อที่มีโครงสร้างสามมิติ คล้ายกับเนื้อเยื่อของสัตว์จริง
  4. การเจริญเต็มที่ (Maturation): ในขั้นตอนสุดท้าย เนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นจะถูกปล่อยให้เจริญเติบโตเต็มที่ในไบโอรีแอคเตอร์ จนกระทั่งมีขนาดและลักษณะตามที่ต้องการ ก่อนจะถูกนำออกมาเก็บเกี่ยวและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เช่น เนื้อบด ไส้กรอก หรือสเต็ก

กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดเชื้อ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีความปลอดภัยสูง และสามารถควบคุมคุณสมบัติต่างๆ เช่น ปริมาณไขมัน หรือคุณค่าทางโภชนาการได้ตามต้องการ

เบื้องหลังความสำเร็จ: ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในไทย

การที่ประเทศไทยสามารถก้าวมาถึงจุดที่ได้รับการอนุมัติเนื้อจากแล็บเป็นครั้งแรกนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของวิสัยทัศน์และการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษาชั้นนำของประเทศ

บทบาทของไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โครงการพัฒนาเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จจากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแบบครบวงจร และ ศูนย์นวัตกรรมเซลล์ต้นกำเนิดและวิศวกรรมชีวภาพทางสัตวแพทย์ (Veterinary Stem Cell and Bioengineering Innovation Center – VSCBIC) แห่งคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเซลล์ต้นกำเนิดและชีววิศวกรรมในระดับแนวหน้าของประเทศ

ความร่วมมือนี้เป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย โดยไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและการตลาดในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ ขณะที่ทีมวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงในการเพาะเลี้ยงเซลล์ ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่พร้อมสำหรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

เป้าหมายการพัฒนาเนื้อหมูเพาะเลี้ยงเพื่อผู้บริโภค

เป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการผลิต เนื้อหมูจากห้องแล็บ ที่มีรสชาติ เนื้อสัมผัส และลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกับเนื้อหมูที่ได้จากฟาร์มทั่วไปมากที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปลี่ยนมาบริโภคผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ได้โดยไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง และไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือการประกอบอาหารแบบเดิม การเลือกพัฒนาเนื้อหมูเป็นผลิตภัณฑ์แรกนั้นสอดคล้องกับตลาดผู้บริโภคในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีการบริโภคเนื้อหมูในปริมาณสูง การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นด้านรสชาติ แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้องค์ความรู้และวัตถุดิบภายในประเทศ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสนับสนุนเกษตรกรไทยทางอ้อมอีกด้วย

ศักยภาพและประโยชน์ในหลากหลายมิติ

การมาถึงของเนื้อจากแล็บไม่ได้เป็นเพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับประโยชน์และศักยภาพในการแก้ไขปัญหาสำคัญๆ ในหลายมิติ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมไปจนถึงสุขภาพของผู้บริโภค

ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะระหว่างเนื้อสัตว์จากการทำฟาร์มแบบดั้งเดิมและเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจากแล็บ
คุณลักษณะ เนื้อสัตว์จากการทำฟาร์ม (Traditional Meat) เนื้อจากแล็บ (Lab-Grown Meat)
แหล่งที่มา การเลี้ยงและฆ่าสัตว์ทั้งตัว การเพาะเลี้ยงเซลล์จากสัตว์
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้ที่ดินและน้ำปริมาณมาก, ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ลดการใช้ที่ดินและน้ำ, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ
สวัสดิภาพสัตว์ เกี่ยวข้องกับการกักขังและการฆ่าสัตว์ ไม่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์ (เก็บเซลล์เพียงครั้งเดียว)
ความปลอดภัยของอาหาร มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค เช่น ซัลโมเนลลา หรือ อีโคไล ผลิตในสภาวะปลอดเชื้อ ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนของเชื้อโรค
การใช้ยาปฏิชีวนะ มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเชื้อดื้อยา ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะในกระบวนการผลิต
การปรับแต่งคุณค่าทางอาหาร ทำได้จำกัด ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และอาหารสัตว์ สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนได้ เช่น เพิ่มวิตามิน ลดไขมันอิ่มตัว

ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

อุตสาหกรรมปศุสัตว์แบบดั้งเดิมเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ และต้องใช้ทรัพยากรที่ดินและน้ำจำนวนมหาศาล การผลิตเนื้อจากแล็บมีศักยภาพในการลดผลกระทบเหล่านี้ได้อย่างมาก เนื่องจากใช้พื้นที่น้อยกว่า ไม่ก่อให้เกิดของเสียจากมูลสัตว์ และมีกระบวนการผลิตที่สามารถควบคุมการใช้พลังงานและน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตเนื้อสัตว์ด้วยวิธีนี้จึงเป็นคำตอบที่สำคัญต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ

มิติด้านสวัสดิภาพสัตว์และจริยธรรม

สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก ประเด็นด้านจริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร เนื้อจากแล็บเสนอมิติใหม่ที่ตอบโจทย์ความกังวลนี้โดยตรง เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่จำเป็นต้องมีการฆ่าสัตว์ ทำให้ผู้คนยังคงสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ได้โดยไม่ต้องรู้สึกขัดแย้งกับหลักการทางจริยธรรม เป็นการเปิดทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการลดการเบียดเบียนสัตว์ แต่ยังคงต้องการรสชาติและคุณค่าทางอาหารจากเนื้อสัตว์

ความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการ

การผลิตเนื้อในระบบปิดและควบคุมอย่างเข้มงวดช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียที่มักพบในโรงฆ่าสัตว์ เช่น ซัลโมเนลลา หรือ อีโคไล นอกจากนี้ ยังขจัดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะและฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริโภคกังวลมาโดยตลอด ยิ่งไปกว่านั้น เทคโนโลยีนี้ยังเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์สามารถปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการของเนื้อได้ เช่น การเพิ่มกรดไขมันโอเมก้า-3 หรือการลดปริมาณไขมันอิ่มตัว เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

อนาคตของ ‘เนื้อจากแล็บ’ ในตลาดประเทศไทย

แม้การอนุมัติโดย อย. จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่เส้นทางข้างหน้าของเนื้อจากแล็บในประเทศไทยยังคงมีความท้าทายและโอกาสอีกมากมายรออยู่ ทั้งในด้านการผลิต การตลาด และการสร้างการยอมรับจากผู้บริโภค

การวางจำหน่ายและแผนการตลาดในอนาคต

ตามข้อมูลที่เปิดเผย คาดว่าผลิตภัณฑ์เนื้อจากแล็บชุดแรกจะเริ่มวางจำหน่ายและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ทดลองชิมภายในระยะเวลาประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า ในช่วงแรก การเปิดตัวอาจอยู่ในวงจำกัด เช่น ในร้านอาหารระดับไฮเอนด์ หรือช่องทางจำหน่ายพิเศษ เพื่อสร้างการรับรู้และเก็บข้อมูลความคิดเห็นจากผู้บริโภคกลุ่มแรก ก่อนที่จะขยายสู่ตลาดในวงกว้างต่อไป

ในอนาคต คาดว่าจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อบดสำหรับปรุงอาหาร ไส้กรอก เบอร์เกอร์ หรือแม้กระทั่งเนื้อสเต็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเนื้อสัตว์ทางเลือกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความยั่งยืน

ความท้าทายและการยอมรับของผู้บริโภค

ความท้าทายที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งคือการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คำว่า “เนื้อจากแล็บ” อาจทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติและก่อให้เกิดความลังเลใจ ดังนั้น การสื่อสารที่โปร่งใสและให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับกระบวนการผลิต ความปลอดภัย และประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ปัจจัยด้านราคาก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย ในช่วงแรกของการผลิต ต้นทุนอาจยังคงสูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไป แต่คาดว่าเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีการผลิตในระดับที่ใหญ่ขึ้น (Scale-up) ราคาจะสามารถแข่งขันกับเนื้อสัตว์ในตลาดทั่วไปได้ในที่สุด การยอมรับจากผู้บริโภคจึงขึ้นอยู่กับการผสมผสานระหว่างการให้ความรู้ การสร้างประสบการณ์ที่ดีผ่านรสชาติ และการกำหนดราคาที่เข้าถึงได้

บทสรุป: ก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมอาหารไทย

การที่ อย. ไฟเขียว ‘เนื้อจากแล็บ’ ครั้งแรกในไทย! ไม่ใช่เป็นเพียงข่าวความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการเริ่มต้นยุคใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทย นี่คือนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค การเดินทางของเนื้อจากแล็บในประเทศไทยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และก้าวต่อไปคือการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีประสิทธิภาพ การสร้างแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และการให้ความรู้แก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของประเทศไทยในการปรับตัวและเป็นผู้นำในเวทีอาหารโลกแห่งอนาคต ขอให้ทุกท่านจับตาดูความเคลื่อนไหวของอาหารอนาคตประเภทนี้ ซึ่งอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารบนโต๊ะของทุกคนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า