Home » สถิติ TCAS ล่าสุด! คณะไหนคะแนนเฟ้อ-ดิ่งเหว?

สถิติ TCAS ล่าสุด! คณะไหนคะแนนเฟ้อ-ดิ่งเหว?

สารบัญ

การสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบ TCAS เป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักเรียนและผู้ปกครองต่างให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด หนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนภาพการแข่งขันคือสถิติคะแนนในแต่ละปี ซึ่งเผยให้เห็นถึงแนวโน้มความนิยมของคณะและสาขาวิชาต่างๆ อย่างชัดเจน การทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับสนามสอบ

สรุปประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์คะแนน TCAS

  • คณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ, บริหารธุรกิจ, บัญชี, นิเทศศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ยังคงมีการแข่งขันที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะ “คะแนนเฟ้อ” หรือคะแนนสอบเข้าขั้นต่ำปรับตัวสูงขึ้น
  • บางสาขาวิชา โดยเฉพาะในคณะครุศาสตร์หรือคณะที่มีความต้องการในตลาดแรงงานเฉพาะทาง อาจเผชิญกับภาวะ “คะแนนดิ่งเหว” ซึ่งสะท้อนจากจำนวนที่นั่งว่างที่เหลือเป็นจำนวนมากในรอบ Portfolio และ Quota
  • ความไม่สมดุลระหว่างจำนวนที่นั่งที่เปิดรับกับจำนวนผู้สมัครเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนความผันผวนของคะแนน TCAS ในแต่ละปี ซึ่งเห็นได้ชัดจากสถิติตั้งแต่ TCAS66 ถึง TCAS68
  • ระบบการคัดเลือก TCAS ทั้ง 4 รอบ ได้แก่ Portfolio, Quota, Admission และ Direct Admission มีเกณฑ์การพิจารณาและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของคะแนนและผู้สมัครในแต่ละคณะ
  • การวิเคราะห์สถิติคะแนนย้อนหลังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับ Dek69 และผู้ปกครอง เพื่อใช้ในการประเมินโอกาสและวางกลยุทธ์การเลือกคณะให้สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง

ภาพรวม: สถิติ TCAS ล่าสุด! คณะไหนคะแนนเฟ้อ-ดิ่งเหว?

การวิเคราะห์ สถิติ TCAS ล่าสุด! คณะไหนคะแนนเฟ้อ-ดิ่งเหว? เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในแวดวงการศึกษา เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยชี้แนะแนวทางให้กับนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ Dek69 ปรากฏการณ์ “คะแนนเฟ้อ” และ “คะแนนดิ่งเหว” ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล แต่เป็นผลลัพธ์จากปัจจัยหลายประการ ทั้งความนิยมของสาขาวิชา, แนวโน้มของตลาดแรงงาน, จำนวนผู้สมัคร และจำนวนที่นั่งที่เปิดรับในแต่ละปี การทำความเข้าใจพลวัตเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการศึกษาและการประเมินโอกาสในการแข่งขัน

บทความนี้จะนำเสนอการวิเคราะห์เจาะลึกถึงสถิติคะแนน TCAS ในรอบล่าสุด โดยสำรวจคณะและมหาวิทยาลัยที่มีคะแนนพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกลุ่มที่คะแนนปรับตัวลดลงอย่างน่าพิจารณา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนและผู้ปกครอง สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ สำหรับการรับมือสนามสอบครั้งต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การติดตามและทำความเข้าใจข้อมูล คะแนน TCAS จึงไม่ใช่เป็นเพียงการดูตัวเลข แต่คือการอ่านทิศทางของอนาคตการศึกษาและการประกอบอาชีพในภาพใหญ่

เจาะลึกปรากฏการณ์ “คะแนนเฟ้อ”: คณะยอดนิยมที่การแข่งขันสูง

ปรากฏการณ์ “คะแนนเฟ้อ” ในระบบ TCAS หมายถึง ภาวะที่คะแนนขั้นต่ำในการสอบผ่านเข้าศึกษาต่อในคณะหรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด สาเหตุหลักเกิดจากอุปทาน (จำนวนที่นั่ง) ไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ (จำนวนผู้สมัคร) ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่เข้มข้น ผู้สมัครต้องทำคะแนนให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือก คณะที่มักเผชิญกับภาวะนี้คือกลุ่มคณะยอดนิยมที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและค่านิยมทางสังคม

คะแนนเฟ้อคือภาพสะท้อนของการแข่งขันที่ดุเดือดในสาขาวิชาที่เป็นที่ต้องการสูง เมื่อผู้สมัครจำนวนมากมุ่งเป้าไปที่คณะเดียวกัน เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำย่อมถูกผลักดันให้สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว

กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี: แนวโน้มที่ยังคงแข็งแกร่ง

คณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ เช่น แพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงที่สุดและมีคะแนนเฟ้ออย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูงและได้รับการยอมรับในสังคม นอกจากนี้ กลุ่มคณะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล

ข้อมูลสถิติจาก TCAS รอบ 3 Admission ปีล่าสุด (2567) ยืนยันแนวโน้มนี้ โดยพบว่าคณะที่มีคะแนนสูงสุดมักกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มดังกล่าว ตัวอย่างเช่น คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีช่วงคะแนนของผู้ผ่านการคัดเลือกสูงถึง 70-80 คะแนนขึ้นไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นและคุณภาพของผู้สมัครที่มุ่งเป้ามายังสาขานี้

กลุ่มบริหารธุรกิจ บัญชี และนิเทศศาสตร์: สาขาอมตะแห่งการแข่งขัน

อีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายคือคณะสายสังคมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจและการสื่อสาร ได้แก่ คณะบริหารธุรกิจ, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และคณะนิเทศศาสตร์ สาขาเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเส้นทางสู่อาชีพที่หลากหลายและมีโอกาสเติบโตในภาคธุรกิจเอกชน ทำให้มีจำนวนผู้สมัครหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมากในทุกปี ส่งผลให้คะแนนสอบเข้าในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงยังคงอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเฟ้อขึ้นเมื่อเทียบกับภาพรวม การยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในคณะเหล่านี้มีสัดส่วนที่สูง แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ผ่านการคัดเลือกส่วนใหญ่ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อจริง ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงความนิยมและการแข่งขันที่แท้จริง

วิเคราะห์ภาวะ “คะแนนดิ่งเหว”: เมื่อจำนวนที่นั่งมากกว่าผู้สมัคร

วิเคราะห์ภาวะ "คะแนนดิ่งเหว": เมื่อจำนวนที่นั่งมากกว่าผู้สมัคร

ในทางตรงกันข้าม ภาวะ “คะแนนดิ่งเหว” คือสถานการณ์ที่คะแนนขั้นต่ำในการสอบคัดเลือกของบางคณะหรือสาขาวิชาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือในบางกรณีอาจไม่มีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำเนื่องจากจำนวนผู้สมัครน้อยกว่าจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ ปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับสาขาวิชาที่มีความต้องการในตลาดแรงงานลดลง มีความเป็นเฉพาะทางสูง หรือไม่สอดคล้องกับกระแสความนิยมในปัจจุบัน ทำให้มีผู้สนใจสมัครเรียนน้อยลง

ปัญหาที่นั่งว่างในรอบ Portfolio และ Quota

ข้อมูลสถิติจากระบบ TCAS ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา (TCAS66-TCAS68) แสดงให้เห็นภาพที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในรอบที่ 1 Portfolio ซึ่งเน้นการพิจารณาแฟ้มสะสมผลงาน และรอบที่ 2 Quota ที่เน้นการให้โควตากับนักเรียนในพื้นที่หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ พบว่ามีจำนวนที่นั่งว่างเหลือเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ในรอบ Portfolio มีการเปิดรับถึง 171,047 ที่นั่ง แต่มีผู้สมัครไม่ครบตามจำนวนหรือไม่ใช้สิทธิ์รวมกันมากถึง 38,521 คน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลอย่างรุนแรงระหว่างแผนการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกับจำนวนผู้สมัครจริงในบางสาขา ซึ่งนำไปสู่ภาวะคะแนนดิ่งเหวโดยปริยาย เนื่องจากมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องลดเกณฑ์การคัดเลือกลงเพื่อเติมที่นั่งให้เต็ม

สาขาที่เผชิญความท้าทาย: กรณีศึกษาจากบางสาขาวิชา

กลุ่มคณะที่มักประสบกับภาวะคะแนนดิ่งเหวคือบางสาขาในคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ซึ่งอาจไม่ใช่วิชาเอกที่เป็นที่ต้องการสูง หรือคณะในกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่ตลาดแรงงานมีความต้องการจำกัด ข้อมูลจากรอบ 3 Admission พบว่าบางสาขามีช่วงคะแนนของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต่ำกว่า 60 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มคณะยอดนิยมอย่างสิ้นเชิง ปัจจัยนี้อาจเกิดจากมุมมองของนักเรียนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสาขาวิชาที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้อย่างชัดเจนและมีผลตอบแทนสูง ทำให้สาขาวิชาดั้งเดิมบางแขนงได้รับความสนใจลดน้อยลง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผันผวนของคะแนน TCAS

ความผันผวนของคะแนนไม่ได้เกิดขึ้นจากความนิยมเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยเชิงโครงสร้างและสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งนักเรียนและผู้ปกครองควรทำความเข้าใจเพื่อการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ

โครงสร้างระบบการคัดเลือก TCAS ทั้ง 4 รอบ

ระบบ TCAS ในปี 2568 ประกอบด้วย 4 รอบหลัก แต่ละรอบมีวัตถุประสงค์และเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเฉลี่ยและความน่าจะเป็นในการสอบติด
1. รอบ 1 Portfolio: ไม่ใช้คะแนนสอบวัดความรู้ แต่เน้นแฟ้มสะสมผลงานและความสามารถพิเศษ ทำให้คะแนนในรอบนี้ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบโดยตรงได้ แต่จำนวนที่นั่งที่เหลือจากรอบนี้จะถูกนำไปรวมในรอบถัดไป
2. รอบ 2 Quota: สำหรับนักเรียนในพื้นที่, กลุ่มโรงเรียนเครือข่าย หรือผู้มีความสามารถพิเศษตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด เกณฑ์คะแนนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ
3. รอบ 3 Admission: เป็นรอบที่ใหญ่ที่สุดและมีการแข่งขันสูงที่สุด ใช้คะแนนสอบส่วนกลางเป็นหลัก (TGAT/TPAT และ A-Level) สถิติคะแนนเฟ้อ-ดิ่งเหวส่วนใหญ่มักวิเคราะห์จากข้อมูลในรอบนี้
4. รอบ 4 Direct Admission: รอบเก็บตกที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครโดยตรงในสาขาที่ยังมีที่นั่งว่าง เกณฑ์การคัดเลือกและคะแนนจะยืดหยุ่นสูง

อุปสงค์และอุปทาน: จำนวนผู้สมัครเทียบกับจำนวนที่นั่ง

หัวใจสำคัญของความผันผวนคือหลักการพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อคณะใดมีจำนวนผู้สมัคร (อุปสงค์) มากกว่าจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ (อุปทาน) อย่างมีนัยสำคัญ การแข่งขันจะสูงขึ้นและคะแนนจะเฟ้อ ในทางกลับกัน หากจำนวนที่นั่งมีมากกว่าผู้สมัคร คะแนนก็จะดิ่งเหวหรือไม่มีการแข่งขันเลย การติดตามประกาศจำนวนรับในแต่ละปีของแต่ละมหาวิทยาลัยจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับสถิติคะแนนย้อนหลัง

อิทธิพลของตลาดแรงงานและความนิยมทางสังคม

แนวโน้มของตลาดแรงงานมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจเลือกคณะของนักเรียน สาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี, สุขภาพ และธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด มักจะได้รับความนิยมและมีคะแนนเฟ้อ ในขณะที่สาขาที่ถูกมองว่าอาจหางานได้ยากกว่าหรือมีผลตอบแทนไม่สูงเท่าที่ควร อาจได้รับความสนใจลดลง ส่งผลให้คะแนนปรับตัวลดลงตามไปด้วย กระแสสังคมและการนำเสนอของสื่อก็มีส่วนในการสร้างภาพลักษณ์และความนิยมให้กับบางสาขาวิชาเช่นกัน

ตารางเปรียบเทียบลักษณะคณะกลุ่มคะแนนเฟ้อและกลุ่มคะแนนดิ่งเหว

ตารางนี้สรุปและเปรียบเทียบลักษณะสำคัญระหว่างกลุ่มคณะที่มีแนวโน้มคะแนนเฟ้อและกลุ่มที่มีแนวโน้มคะแนนดิ่งเหวในระบบ TCAS
ลักษณะ กลุ่มคะแนนเฟ้อ (Score Inflation) กลุ่มคะแนนดิ่งเหว (Score Deflation)
กลุ่มคณะตัวอย่าง คณะแพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, บริหารธุรกิจ, บัญชี, นิเทศศาสตร์, วิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมศาสตร์ บางสาขาวิชาในคณะครุศาสตร์, มนุษยศาสตร์, สังคมสงเคราะห์ศาสตร์, และคณะเกษตรศาสตร์บางสาขา
ระดับการแข่งขัน สูงมาก มีจำนวนผู้สมัครมากกว่าจำนวนที่นั่งหลายเท่าตัว ต่ำถึงปานกลาง จำนวนผู้สมัครใกล้เคียงหรือน้อยกว่าจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ
ปัจจัยหลัก เป็นสาขาที่ได้รับความนิยมสูง สอดคล้องกับตลาดแรงงาน มีความมั่นคงในอาชีพ และเป็นที่ยอมรับในสังคม ความต้องการในตลาดแรงงานลดลง เป็นสาขาเฉพาะทางสูง หรือความนิยมในสังคมลดน้อยลง
แนวโน้มคะแนน คะแนนขั้นต่ำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นทุกปี หรือคงที่ในระดับสูง คะแนนขั้นต่ำมีแนวโน้มลดลง หรือในบางกรณีไม่มีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำ
ผลกระทบต่อผู้สมัคร ต้องเตรียมตัวอย่างหนักและทำคะแนนให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยเพื่อโอกาสในการสอบติด มีโอกาสสอบติดสูงหากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์พื้นฐานของมหาวิทยาลัย

แนวทางการเตรียมตัวสำหรับ Dek69 และผู้ปกครอง

จากข้อมูลและบทวิเคราะห์ทั้งหมด การเตรียมความพร้อมสำหรับระบบ สอบเข้ามหาวิทยาลัย TCAS ไม่ใช่เพียงการมุ่งมั่นอ่านหนังสือเพื่อทำคะแนนให้ดีที่สุด แต่ยังต้องอาศัยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่เฉียบคม โดยอาศัยข้อมูลสถิติเป็นเครื่องมือสำคัญ

ความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติย้อนหลัง

ข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด และจำนวนผู้สมัครย้อนหลังอย่างน้อย 2-3 ปี (เช่น TCAS66, TCAS67) เป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ช่วยให้เห็นแนวโน้มความนิยมและการแข่งขันของแต่ละคณะ การศึกษาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถคาดการณ์ช่วงคะแนนที่ปลอดภัยสำหรับการยื่นในแต่ละรอบได้แม่นยำยิ่งขึ้น ผู้สมัครควรดาวน์โหลดและศึกษาเอกสารสถิติคะแนนรอบ 3 Admission ที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ เพื่อนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ

การวางแผนเชิงกลยุทธ์และการประเมินตนเอง

เมื่อทราบแนวโน้มคะแนนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินศักยภาพของตนเองอย่างเป็นกลาง โดยเปรียบเทียบคะแนนทดลองสอบ (Mock Exam) กับสถิติคะแนนของปีก่อนๆ เพื่อจัดกลุ่มคณะที่ต้องการออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มท้าทาย (คะแนนสูงกว่าคะแนนปัจจุบัน), กลุ่มสมเหตุสมผล (คะแนนอยู่ในช่วงที่ทำได้) และกลุ่มปลอดภัย (คะแนนต่ำกว่าคะแนนปัจจุบันอย่างชัดเจน) การกระจายการเลือกคณะในลักษณะนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสอบติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ควรวางแผนการยื่นสมัครในแต่ละรอบของ TCAS ให้ดี โดยใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของแต่ละรอบ เช่น การใช้ผลงานยื่นในรอบ Portfolio หรือการใช้โควตาในรอบ 2 หากมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ สำหรับรายละเอียดคะแนนเฉพาะของแต่ละคณะและสาขาวิชา สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลสถิติทางการของ TCAS และเว็บไซต์ mytcas.com เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบันที่สุดสำหรับการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้