ลอยกระทง 2568 เช็คพิกัดจัดงานทั่วไทย-ตำนานวันขอขมาพระแม่คงคา
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทง 2568
- ความสำคัญและที่มาของประเพณีลอยกระทง
- ตำนานและความเชื่ออันเป็นรากฐานของประเพณี
- กำหนดการวันลอยกระทง ประจำปี 2568
- พิกัดจัดงานลอยกระทงที่ไม่ควรพลาดทั่วประเทศไทย
- ลอยกระทงยุคใหม่: ประเพณีที่ปรับตัวตามกาลเวลา
- กิจกรรมไฮไลต์ภายในงานเทศกาล
- บทสรุป: สืบสานคุณค่าแห่งสายน้ำ
เทศกาลวันเพ็ญเดือนสิบสองใกล้เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปี 2568 นำพาบรรยากาศแห่งแสงเทียนและวัฒนธรรมอันงดงามกลับคืนสู่สายน้ำทั่วประเทศไทย ประเพณีลอยกระทงไม่เพียงเป็นเทศกาลรื่นเริง แต่ยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อพระแม่คงคาและสืบสานตำนานที่หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทง 2568
- กำหนดการ: วันลอยกระทงปี 2568 ตรงกับวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย
- แก่นแท้ของประเพณี: หัวใจสำคัญของเทศกาลคือการประกอบพิธีเพื่อขอขมาและแสดงความขอบคุณต่อพระแม่คงคา เทพีแห่งสายน้ำ ผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้แก่สรรพชีวิต
- พิกัดจัดงานหลัก: สถานที่จัดงานสำคัญกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยมีไฮไลต์ที่กรุงเทพมหานคร (ริมแม่น้ำเจ้าพระยา), สุโขทัย (งานเผาเทียนเล่นไฟ), และเชียงใหม่ (ประเพณียี่เป็ง)
- แนวโน้มสมัยใหม่: การผสมผสานระหว่างประเพณีดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังเป็นที่นิยม เช่น การลอยกระทงดิจิทัล และการใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ความหลากหลายของกิจกรรม: นอกจากการลอยกระทงแล้ว ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากมาย เช่น การประกวดนางนพมาศ การแสดงแสงสีเสียง และมหรสพต่างๆ
ความสำคัญและที่มาของประเพณีลอยกระทง
บทความนี้จะนำเสนอภาพรวมของ ลอยกระทง 2568 เช็คพิกัดจัดงานทั่วไทย-ตำนานวันขอขมาพระแม่คงคา โดยให้ข้อมูลที่ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติศาสตร์และความเชื่อ ไปจนถึงรายละเอียดการจัดงานในสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ประเพณีลอยกระทงเป็นหนึ่งในเทศกาลที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดของไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งผูกพันกับแม่น้ำลำคลองมาตั้งแต่อดีต เทศกาลนี้เป็นโอกาสอันดีในการแสดงความเคารพต่อสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต และเป็นการสะท้อนถึงภูมิปัญญาและคติความเชื่ออันลึกซึ้งของบรรพบุรุษ
ประเพณีนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองขึ้นสูงเต็มตลิ่งและพระจันทร์ส่องสว่างเต็มดวง ทำให้บรรยากาศงดงามและเหมาะแก่การจัดกิจกรรมรื่นเริง ผู้คนจะนำกระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตองและหยวกกล้วย ตกแต่งด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ไปลอยตามแหล่งน้ำ เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และอธิษฐานขอพรให้ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง
ตำนานและความเชื่ออันเป็นรากฐานของประเพณี
รากฐานของประเพณีลอยกระทงนั้นเชื่อมโยงกับเรื่องเล่าและความเชื่อหลากหลาย แต่ตำนานที่ได้รับการกล่าวขานและยอมรับกันอย่างกว้างขวางที่สุดคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเพณีของราษฎร
กำเนิดกระทงใบตองโดยนางนพมาศ
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และพงศาวดาร เชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงมีจุดเริ่มต้นในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เรื่องเล่ากล่าวว่า นางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเป็นพระสนมเอก ได้มีความคิดริเริ่มที่จะประดิษฐ์กระทงให้มีรูปลักษณ์ที่งดงามและแตกต่างไปจากเดิม นางได้นำใบตองมาพับเป็นรูปดอกบัวซ้อนกันหลายชั้น ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สดและของหอมอย่างวิจิตรบรรจง ก่อนจะปักธูปเทียนลงตรงกลาง แล้วนำขึ้นถวายแด่พระร่วงเจ้าเพื่อทรงใช้ในพระราชพิธีลอยประทีป
เมื่อพระร่วงเจ้าได้ทอดพระเนตรเห็นความงดงามและความคิดสร้างสรรค์ของกระทงดอกบัวนั้น ก็ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง และมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยอนาคต กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน” พระราชดำรัสนี้จึงเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นที่ทำให้การลอยกระทงรูปดอกบัวกลายเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่แฝงอยู่ในการลอยกระทง
นอกเหนือจากตำนานนางนพมาศแล้ว การลอยกระทงยังมีความหมายและความเชื่ออื่นๆ แฝงอยู่อย่างลึกซึ้ง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น แต่โดยรวมแล้วสามารถสรุปวัตถุประสงค์หลักได้ดังนี้:
- การขอขมาพระแม่คงคา: เป็นความเชื่อหลักที่สำคัญที่สุด เพื่อเป็นการขออภัยต่อสายน้ำที่มนุษย์ได้ใช้อุปโภคบริโภค หรืออาจได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไปโดยไม่ตั้งใจตลอดทั้งปี
- การบูชารอยพระพุทธบาท: ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนบางกลุ่ม การลอยกระทงเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่ ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
- การลอยทุกข์โศกและโรคภัย: ผู้คนเชื่อว่าการลอยกระทงเปรียบเสมือนการลอยเอาความทุกข์ ความเศร้า และสิ่งไม่ดีต่างๆ ออกไปจากชีวิต โดยให้ไหลไปกับสายน้ำ
- การแสดงความกตัญญู: เพื่อระลึกถึงพระคุณของน้ำที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาตั้งแต่อดีต
กำหนดการวันลอยกระทง ประจำปี 2568
สำหรับเทศกาลลอยกระทงในปี พ.ศ. 2568 ได้มีการกำหนดวันอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะตรงกับ วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 วันดังกล่าวคำนวณตามปฏิทินจันทรคติไทย คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างที่สุดในรอบเดือน ทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการจัดงานเฉลิมฉลองและการชมความงามของกระทงที่ลอยส่องแสงระยิบระยับอยู่เต็มผืนน้ำ สถานที่จัดงานต่างๆ ทั่วประเทศจะเริ่มประดับประดาและเตรียมกิจกรรมต้อนรับผู้มาเยือนในช่วงเย็นของวันดังกล่าวเป็นต้นไป
พิกัดจัดงานลอยกระทงที่ไม่ควรพลาดทั่วประเทศไทย
เทศกาลลอยกระทงมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย แต่ละแห่งมีเอกลักษณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เกิดเป็นตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามของประเพณีนี้
กรุงเทพมหานคร: สีสันแห่งสายน้ำเจ้าพระยา
ในฐานะเมืองหลวง กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการจัดงานลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่และมีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะมีการประดับไฟอย่างสวยงามตระการตาตลอดแนว
- ไอคอนสยาม (ICONSIAM): เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญที่จัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่ มีการผสมผสานระหว่างการแสดงทางวัฒนธรรม การประดับไฟ และกิจกรรมร่วมสมัย ดึงดูดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก
- สวนสาธารณะ: สวนสาธารณะขนาดใหญ่หลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น สวนลุมพินี, สวนเบญจกิติ, และสวนจตุจักร จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าไปลอยกระทงในบึงน้ำของสวน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกสบายสำหรับครอบครัว
- ลอยกระทงดิจิทัล: ในปีล่าสุด กรุงเทพมหานครได้นำเทคโนโลยี Projection Mapping มาใช้ในการจัดงานลอยกระทงดิจิทัล ณ คลองผดุงกรุงเกษมและจุดสำคัญอื่นๆ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสืบสานประเพณีในรูปแบบที่ทันสมัยและไม่สร้างขยะให้กับแหล่งน้ำ
จังหวัดสุโขทัย: สัมผัสบรรยากาศต้นกำเนิดประเพณี
หากต้องการสัมผัสบรรยากาศของประเพณีลอยกระทงตามแบบฉบับดั้งเดิม จังหวัดสุโขทัยคือจุดหมายที่ต้องไปเยือน ที่นี่มีการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของตำนานนางนพมาศ ไฮไลต์ของงานคือการแสดงแสง สี เสียง ที่เล่าขานเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุงสุโขทัยอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ควบคู่ไปกับการแสดงพลุและดอกไม้ไฟที่งดงามเหนือโบราณสถาน
การได้ลอยกระทงท่ามกลางบรรยากาศของเมืองเก่าสุโขทัย เปรียบเสมือนการได้เดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นของประเพณีอันทรงคุณค่านี้
จังหวัดเชียงใหม่: มนต์เสน่ห์แห่งประเพณียี่เป็ง
ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ จะมีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ในช่วงเวลาเดียวกันเรียกว่า “ประเพณียี่เป็ง” ซึ่งหมายถึงวันเพ็ญเดือนสองตามปฏิทินล้านนา แม้จะมีกิจกรรมการลอยกระทงในแม่น้ำปิงเช่นเดียวกับภาคอื่นๆ แต่ไฮไลต์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกคือ การปล่อยโคมลอย หรือ “ว่าวไฟ” ขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน เพื่อเป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภาพของโคมลอยนับพันดวงที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้าถือเป็นภาพที่งดงามและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
จังหวัดตาก: ความงดงามของกระทงสายไหลประทีป
อีกหนึ่งจังหวัดที่มีเอกลักษณ์การลอยกระทงไม่เหมือนใครคือจังหวัดตาก กับงาน “ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง” ความพิเศษของที่นี่คือการใช้กะลามะพร้าวเป็นวัสดุหลักในการทำกระทง แล้วนำมาลอยต่อกันเป็นสายยาวในแม่น้ำปิง ทำให้เกิดเป็นภาพสายประทีปที่ส่องแสงระยิบระยับไหลต่อเนื่องกันไปอย่างงดงาม เป็นประเพณีที่สะท้อนถึงความสามัคคีและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างน่าชื่นชม
ลอยกระทงยุคใหม่: ประเพณีที่ปรับตัวตามกาลเวลา
แม้ว่าแก่นแท้ของประเพณีจะยังคงเดิม แต่รูปแบบการเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทงได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการสืบสานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
กระทงจากวัสดุธรรมชาติ: ทางเลือกเพื่อความยั่งยืน
ในอดีต กระทงที่ทำจากโฟมเคยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเนื่องจากความสะดวกและราคาถูก แต่ปัจจุบันได้เกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะโฟมซึ่งย่อยสลายได้ยาก ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทน เช่น:
- กระทงใบตองและหยวกกล้วย: เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่สุด สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
- กระทงขนมปัง: เป็นที่นิยมเนื่องจากสามารถเป็นอาหารของสัตว์น้ำได้ แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสีย
- กระทงน้ำแข็ง: เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เมื่อลอยลงน้ำแล้วจะละลายหายไป ไม่ทิ้งภาระให้กับสิ่งแวดล้อม
ลอยกระทงออนไลน์: สืบสานประเพณีผ่านโลกดิจิทัล
เพื่อตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่และผู้ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง การลอยกระทงออนไลน์ ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายเว็บไซต์และแอปพลิเคชันได้สร้างแพลตฟอร์มให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกลอยกระทงดิจิทัล พร้อมใส่คำอธิษฐานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนได้จากทุกที่ทุกเวลา แม้จะไม่ได้รับประสบการณ์เหมือนการไปลอยกระทงจริง แต่ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดปริมาณขยะในแหล่งน้ำและยังคงรักษาเจตนารมณ์ของการสืบสานประเพณีไว้ได้
| คุณลักษณะ | รูปแบบดั้งเดิม (ลอยกระทงจริง) | รูปแบบสมัยใหม่ (ลอยกระทงออนไลน์) |
|---|---|---|
| สถานที่ | แม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำตามสถานที่จัดงาน | เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ดิจิทัล |
| วัสดุ | วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง, ขนมปัง, กะลามะพร้าว | ข้อมูลดิจิทัล (กราฟิกและโค้ดโปรแกรม) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | อาจเกิดขยะในแหล่งน้ำหากจัดการไม่ดีพอ | ไม่มีผลกระทบทางกายภาพต่อสิ่งแวดล้อม |
| ประสบการณ์ที่ได้รับ | ได้สัมผัสบรรยากาศจริง, แสงสีเสียง และปฏิสัมพันธ์กับผู้คน | ความสะดวก รวดเร็ว สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา |
| ค่าใช้จ่าย | มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและซื้อกระทง | ส่วนใหญ่มักไม่มีค่าใช้จ่าย หรือมีค่าใช้จ่ายน้อย |
กิจกรรมไฮไลต์ภายในงานเทศกาล
เทศกาลลอยกระทงไม่ได้มีเพียงกิจกรรมการลอยกระทงเท่านั้น แต่ยังเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริงที่เต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งช่วยสร้างสีสันและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาร่วมงานมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในงานลอยกระทงขนาดใหญ่ ได้แก่:
- การประกวดกระทง: เวทีสำหรับแสดงความสามารถในการประดิษฐ์กระทงให้มีความสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น กระทงสวยงาม และกระทงความคิดสร้างสรรค์
- การประกวดนางนพมาศ: การประกวดความงามของสตรีไทย เพื่อรำลึกถึงนางนพมาศผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทง ซึ่งถือเป็นสีสันสำคัญของงานในหลายพื้นที่
- การแสดงศิลปวัฒนธรรม: การแสดงดนตรีไทย, การฟ้อนรำ, และการแสดงโขน เพื่อเผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่าของชาติ
- มหรสพและการละเล่น: การจัดกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ เช่น ชิงช้าสวรรค์, ม้าหมุน, และการออกร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารท้องถิ่น
บทสรุป: สืบสานคุณค่าแห่งสายน้ำ
เทศกาล ลอยกระทง 2568 ที่จะมาถึงในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการเฉลิมฉลองและขอพรเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้ตระหนักถึงความสำคัญของสายน้ำ และคุณค่าของประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การเข้าร่วมเทศกาล ไม่ว่าจะด้วยการเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ ณ พิกัดจัดงานทั่วไทย หรือการเลือกเข้าร่วมผ่านช่องทางออนไลน์ ล้วนเป็นการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอันงดงามนี้ให้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป
การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการทำความเข้าใจในแก่นแท้ของประเพณี คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การลอยกระทงในปีนี้และปีต่อๆ ไป เป็นเทศกาลที่งดงามทั้งในด้านวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ความยั่งยืนให้กับธรรมชาติอย่างแท้จริง ขอให้ค่ำคืนแห่งวันเพ็ญเดือนสิบสองในปีนี้ นำมาซึ่งความสุขสว่างและความเจริญรุ่งเรืองแก่ทุกชีวิต ดั่งแสงเทียนที่ส่องสว่างบนกระทงที่ลอยไปตามสายธารา