ลงทุนหลักสิบ! ‘Nano-Investing’ เทรนด์ใหม่ชาว Gig Worker
- ภาพรวมของการลงทุนสำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน
- ทำความเข้าใจ Gig Economy และภูมิทัศน์ทางการเงิน
- ‘Nano-Investing’ คืออะไร: ทางออกทางการเงินของชาวฟรีแลนซ์
- ข้อดีของการลงทุนแบบ Nano-Investing สำหรับ Gig Worker
- แพลตฟอร์มและเครื่องมือ: เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน Nano-Investing
- กลยุทธ์เริ่มต้น Nano-Investing สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน
- ความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องพิจารณา
- บทสรุป: ก้าวแรกสู่ความมั่งคั่งด้วยเงินหลักสิบ
ในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการทำงานอิสระ หรือ Gig Economy การสร้างความมั่นคงทางการเงินถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับแรงงานกลุ่มนี้ ด้วยรายได้ที่ไม่แน่นอน การออมและการลงทุนแบบดั้งเดิมจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม แนวคิด ลงทุนหลักสิบ! ‘Nano-Investing’ เทรนด์ใหม่ชาว Gig Worker ได้เกิดขึ้นเพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นสร้างพอร์ตการลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย สร้างวินัยทางการเงิน และปูทางสู่อิสรภาพทางการเงินในระยะยาว
ภาพรวมของการลงทุนสำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน
- Nano-Investing เป็นแนวคิดการลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยมาก ซึ่งตอบโจทย์ผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ เช่น กลุ่ม Gig Worker หรือฟรีแลนซ์
- เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันการลงทุนสมัยใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ Nano-Investing เป็นจริงได้ โดยลดข้อจำกัดด้านเงินทุนขั้นต่ำและทำให้การเข้าถึงตลาดทุนง่ายขึ้น
- หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้คือการสร้างวินัยและความสม่ำเสมอในการลงทุน แม้จะเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อย แต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจได้ในระยะยาวผ่านพลังของดอกเบี้ยทบต้น
- การลงทุนรูปแบบนี้ช่วยลดอุปสรรคทางจิตวิทยาที่ว่า “การลงทุนต้องใช้เงินก้อนโต” ทำให้คนรุ่นใหม่และผู้เริ่มต้นกล้าที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งการลงทุน
การเติบโตของ Gig Economy หรือเศรษฐกิจแบบงานอิสระได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานและการสร้างรายได้ไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนจำนวนมากหันมาประกอบอาชีพอิสระ ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ พนักงานส่งของ หรือผู้ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งแม้จะมอบความยืดหยุ่นด้านเวลา แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือความไม่แน่นอนของรายได้ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การวางแผนการเงินระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุน กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและดูห่างไกลสำหรับหลายคน บทความนี้จะเจาะลึกถึงแนวคิด Nano-Investing ซึ่งเป็นเทรนด์การลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยเฉพาะ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ชาว Gig Worker สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ แม้จะมีรายได้ไม่สม่ำเสมอก็ตาม
ทำความเข้าใจ Gig Economy และภูมิทัศน์ทางการเงิน
ก่อนจะเข้าสู่แนวคิดของ Nano-Investing การทำความเข้าใจธรรมชาติของ Gig Economy และความท้าทายที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มแรงงานนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพว่าเหตุใดการลงทุนรูปแบบใหม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
นิยามของ Gig Worker และลักษณะการทำงาน
Gig Worker คือกลุ่มคนที่ทำงานในลักษณะรับงานเป็นครั้งคราว เป็นโครงการ หรือตามชั่วโมง โดยไม่ได้เป็นพนักงานประจำขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง ซึ่งครอบคลุมอาชีพหลากหลาย ตั้งแต่โปรแกรมเมอร์ นักเขียน นักการตลาดดิจิทัล ไปจนถึงพนักงานขับรถและส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ลักษณะเด่นของคนกลุ่มนี้คือความมีอิสระในการเลือกรับงานและกำหนดเวลาทำงานของตนเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและสวัสดิการต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และการวางแผนเกษียณอายุ ซึ่งแตกต่างจากพนักงานประจำที่มีนายจ้างคอยดูแล
ความท้าทายทางการเงิน: รายได้ไม่คงที่และอุปสรรคการลงทุน
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Gig Worker คือกระแสเงินสดที่ไม่สม่ำเสมอ บางเดือนอาจมีรายได้สูง ในขณะที่บางเดือนอาจไม่มีรายได้เลย ความผันผวนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการวางแผนการเงิน:
- การออมที่ยากลำบาก: เมื่อรายได้ไม่แน่นอน การกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อการออมอย่างสม่ำเสมอจึงทำได้ยาก เพราะต้องให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน
- อุปสรรคในการลงทุนแบบดั้งเดิม: การลงทุนในสินทรัพย์แบบเก่า เช่น หุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ มักต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกำแพงขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่คงที่
- ความรู้สึกไม่มั่นคง: ความไม่แน่นอนของรายได้ทำให้หลายคนรู้สึกไม่กล้าที่จะนำเงินไปเสี่ยงกับการลงทุน เพราะกังวลว่าจะสูญเสียเงินที่จำเป็นต้องใช้ในยามฉุกเฉิน
ด้วยเหตุนี้ ชาว Gig Worker จำนวนมากจึงพลาดโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับเงินเฟ้อและสร้างความมั่นคงในระยะยาว
‘Nano-Investing’ คืออะไร: ทางออกทางการเงินของชาวฟรีแลนซ์
Nano-Investing หรือที่อาจเรียกว่า Micro-Investing คือปรัชญาการลงทุนที่มุ่งเน้นการใช้เงินจำนวนน้อยมากๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะสมความมั่งคั่งในระยะยาว แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาเพื่อทลายกำแพงทางการเงินและจิตวิทยาที่ขัดขวางไม่ให้คนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่ม Gig Worker เข้าถึงโลกของการลงทุน
แก่นแท้ของ Nano-Investing: การลงทุนที่ไม่ต้องรอเงินก้อน
หัวใจของ Nano-Investing คือการเปลี่ยนมุมมองจากการ “ลงทุนด้วยเงินก้อน” มาเป็นการ “ลงทุนด้วยเงินทอน” หรือ “ลงทุนด้วยเงินหลักสิบ” แทนที่จะรอให้มีเงินเก็บเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อซื้อหุ้นหรือกองทุน แนวคิดนี้สนับสนุนให้เริ่มลงทุนทันทีด้วยเงินจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น 10 บาท, 50 บาท หรือ 100 บาท ผ่านแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันสมัยใหม่ที่รองรับการลงทุนลักษณะนี้
เป้าหมายหลักไม่ใช่การทำกำไรมหาศาลในระยะสั้น แต่คือการสร้าง “นิสัย” การลงทุนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อทำเป็นประจำ พลังของดอกเบี้ยทบต้น (Compound Interest) จะเริ่มทำงาน และเงินลงทุนก้อนเล็กๆ เหล่านี้จะค่อยๆ เติบโตเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ในอนาคต
เปรียบเทียบ Nano-Investing กับการลงทุนแบบดั้งเดิม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสองแนวคิดนี้
| คุณสมบัติ | Nano-Investing | การลงทุนแบบดั้งเดิม |
|---|---|---|
| เงินลงทุนขั้นต่ำ | ต่ำมาก (เริ่มต้นหลักสิบหรือหลักร้อยบาท) | สูง (มักต้องใช้เงินหลักพันถึงหลักหมื่นบาทขึ้นไป) |
| ความถี่ในการลงทุน | ยืดหยุ่นสูง (รายวัน, รายสัปดาห์, หรือเมื่อมีเงินเหลือ) | ไม่บ่อยนัก (รายเดือน, รายไตรมาส, หรือเมื่อมีเงินก้อน) |
| ความรู้ที่ต้องการ | ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ลึกซึ้งในตอนเริ่มต้น | มักต้องใช้ความรู้และการวิเคราะห์เชิงลึก |
| แพลตฟอร์มที่ใช้ | แอปพลิเคชันบนมือถือ, แพลตฟอร์มดิจิทัล | บริษัทหลักทรัพย์, ธนาคาร, ที่ปรึกษาการลงทุน |
| ความสะดวกในการเข้าถึง | สูงมาก ทำได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน | ต่ำกว่า มีขั้นตอนและเอกสารที่ซับซ้อนกว่า |
| กลุ่มเป้าหมาย | ผู้เริ่มต้น, นักลงทุนรายย่อย, Gig Worker | นักลงทุนที่มีประสบการณ์และมีเงินทุนสูง |
ข้อดีของการลงทุนแบบ Nano-Investing สำหรับ Gig Worker
แนวคิด Nano-Investing ไม่เพียงแค่ทำให้การลงทุนเป็นไปได้ แต่ยังมอบคุณประโยชน์ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและสถานะทางการเงินของชาว Gig Worker อย่างยิ่ง
สร้างวินัยการออมและการลงทุนอย่างยั่งยืน
การเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยช่วยลดแรงเสียดทานทางจิตใจ ทำให้การลงทุนกลายเป็นเรื่องง่ายและไม่น่ากลัว เมื่อสามารถทำได้บ่อยๆ จะค่อยๆ กลายเป็นนิสัยอัตโนมัติ การเห็นพอร์ตการลงทุนค่อยๆ เติบโตขึ้นทีละน้อยยังเป็นแรงจูงใจชั้นดีให้ทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการสร้างความมั่งคั่ง
ลดความเสี่ยงด้วยการถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar-Cost Averaging: DCA)
DCA คือกลยุทธ์การลงทุนด้วยเงินจำนวนเท่าๆ กันในแต่ละงวดเวลาอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่สนใจว่าราคาสินทรัพย์ในขณะนั้นจะขึ้นหรือลง การลงทุนแบบ Nano-Investing สอดคล้องกับหลักการนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อตลาดปรับตัวลง เงินจำนวนเท่าเดิมจะซื้อหน่วยลงทุนได้มากขึ้น และเมื่อตลาดปรับตัวขึ้น ก็จะซื้อได้น้อยลง วิธีนี้ช่วย “ถัวเฉลี่ย” ต้นทุนการลงทุนในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการพยายามจับจังหวะตลาด (Market Timing) ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากแม้แต่กับนักลงทุนมืออาชีพ
เข้าถึงสินทรัพย์หลากหลายแม้มีเงินทุนจำกัด
เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Nano-Investing คือการลงทุนใน “หน่วยย่อย” หรือ “เศษหุ้น” (Fractional Shares) ซึ่งหมายความว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ เต็มหน่วย ซึ่งอาจมีราคาสูงถึงหลายพันหรือหลายหมื่นบาท แต่สามารถลงทุนด้วยเงินเพียง 100 บาท เพื่อเป็นเจ้าของหุ้นนั้นในสัดส่วน 0.001 หน่วยได้ ทำให้แม้จะมีเงินทุนน้อย ก็สามารถกระจายการลงทุนไปยังหุ้นหรือกองทุน ETF ได้หลากหลายประเภท สร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีได้
เสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
แม้เงินลงทุนเริ่มต้นจะดูเล็กน้อย แต่เป้าหมายสูงสุดของ Nano-Investing คือการสร้างความมั่นคงในระยะยาว เมื่อทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เงินลงทุนก้อนเล็กๆ เหล่านี้จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญผ่านผลตอบแทนทบต้น สิ่งนี้ช่วยให้ชาว Gig Worker สามารถสร้างเงินทุนสำรองสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเกษียณอายุ การศึกษาบุตร หรือเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ได้เช่นเดียวกับพนักงานประจำ
แพลตฟอร์มและเครื่องมือ: เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อน Nano-Investing
การเกิดขึ้นของ Nano-Investing ไม่สามารถแยกออกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปพลิเคชันการลงทุนบนสมาร์ทโฟนที่เป็นตัวกลางสำคัญ
บทบาทของแอปพลิเคชันลงทุนยุคใหม่
แอปพลิเคชันเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดอุปสรรคในการลงทุนให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีคุณสมบัติเด่นดังนี้:
- ไม่มีค่าคอมมิชชันหรือค่าธรรมเนียมต่ำ: หลายแพลตฟอร์มยกเลิกค่าคอมมิชชันในการซื้อขาย ทำให้การลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยมีความคุ้มค่ามากขึ้น
- รองรับการลงทุนหน่วยย่อย: เปิดให้ซื้อขายเศษหุ้นหรือหน่วยลงทุนของกองทุนต่างๆ ได้ ทำให้เข้าถึงสินทรัพย์ราคาแพงได้
- ระบบลงทุนอัตโนมัติ: ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้แอปพลิเคชันตัดเงินจากบัญชีเพื่อลงทุนอัตโนมัติตามความถี่ที่ต้องการ (เช่น ทุกวัน ทุกสัปดาห์)
- ส่วนต่อประสานที่ใช้งานง่าย (User-Friendly Interface): ออกแบบให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่
ประเภทสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้
ผ่านแพลตฟอร์ม Nano-Investing นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท แม้จะมีเงินทุนจำกัดก็ตาม:
- หุ้น (Stocks): สามารถเป็นเจ้าของบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศผ่านการซื้อเศษหุ้น
- กองทุนรวม (Mutual Funds): ลงทุนในกองทุนรวมที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ ซึ่งมีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท
- กองทุน ETF (Exchange-Traded Funds): กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น แต่มีการกระจายการลงทุนเหมือนกองทุนรวม เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนมือใหม่เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมต่ำและกระจายความเสี่ยงได้ดี
- สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets): บางแพลตฟอร์มอาจเปิดให้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
กลยุทธ์เริ่มต้น Nano-Investing สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน
สำหรับชาว Gig Worker ที่สนใจเริ่มต้นลงทุน การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้การเดินทางสายนี้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กำหนดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน
ก่อนเริ่มลงทุน ควรถามตัวเองว่า “ลงทุนไปเพื่ออะไร” การมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพื่อเกษียณในอีก 30 ปีข้างหน้า, เพื่อดาวน์บ้านในอีก 10 ปี, หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำรองฉุกเฉิน จะช่วยกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และประเภทสินทรัพย์ที่ควรเลือกลงทุน
เริ่มต้นจากจำนวนเงินน้อยๆ ที่ไม่กระทบสภาพคล่อง
หัวใจสำคัญคือการเริ่มต้นทันที อย่ารอให้มีเงินเหลือเยอะ เลือกจำนวนเงินที่น้อยมากๆ จนไม่รู้สึกว่ากระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจจะเป็น 20 บาทต่อวัน หรือ 100 บาทต่อสัปดาห์ เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นหรือมีความมั่นใจมากขึ้น ค่อยๆ ปรับเพิ่มจำนวนเงินลงทุนในภายหลัง
ตั้งค่าการลงทุนอัตโนมัติ (Automated Investment)
ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์การลงทุนอัตโนมัติของแอปพลิเคชัน ตั้งค่าให้ระบบตัดเงินไปลงทุนตามวันที่กำหนด เช่น ทุกวันที่ 1 ของเดือน หรือทุกวันจันทร์ วิธีนี้ช่วยลดการใช้ดุลยพินิจและอารมณ์ในการตัดสินใจ ทำให้การลงทุนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ
กระจายความเสี่ยงในพอร์ตขนาดเล็ก
แม้จะมีเงินทุนน้อย แต่ก็ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียว การเลือกลงทุนในกองทุน ETF ที่อ้างอิงดัชนีตลาดกว้างๆ เช่น S&P 500 หรือ SET50 เป็นวิธีที่ดีในการกระจายความเสี่ยงได้ทันทีด้วยเงินลงทุนเพียงก้อนเดียว
ความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องพิจารณา
แม้ Nano-Investing จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงและข้อควรระวังเช่นเดียวกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ:
- ความผันผวนของตลาด: มูลค่าการลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ในระยะสั้น นักลงทุนต้องมีความเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงนี้ ไม่ควรตื่นตระหนกขายเมื่อตลาดปรับตัวลง
- ค่าธรรมเนียมแฝง: ควรตรวจสอบโครงสร้างค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มให้ดี เพราะแม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อย แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาวได้
- ผลตอบแทนไม่สูงในระยะสั้น: เนื่องจากเป็นการลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย ผลตอบแทนที่เห็นในช่วงแรกอาจไม่สูงนัก ต้องอาศัยความอดทนและมีวินัยในการลงทุนระยะยาว
- กับดักทางอารมณ์: ความง่ายในการเข้าถึงอาจทำให้นักลงทุนบางคนซื้อขายบ่อยเกินไปตามอารมณ์ ซึ่งมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ดี สิ่งสำคัญคือการยึดมั่นในแผนการลงทุนระยะยาว
บทสรุป: ก้าวแรกสู่ความมั่งคั่งด้วยเงินหลักสิบ
ลงทุนหลักสิบ! ‘Nano-Investing’ เทรนด์ใหม่ชาว Gig Worker ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการที่สำคัญของโลกการลงทุน ที่ทำให้การสร้างความมั่งคั่งกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ แนวคิดนี้ได้ทลายข้อจำกัดด้านเงินทุนและความรู้ที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานอิสระที่มีรายได้ไม่แน่นอน
สำหรับชาว Gig Worker การเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินน้อยแต่สม่ำเสมอผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ถือเป็นก้าวแรกที่ทรงพลังในการสร้างวินัยทางการเงินและวางรากฐานความมั่นคงสำหรับอนาคต แม้ว่าหนทางสู่ความสำเร็จทางการเงินจะต้องอาศัยเวลาและความอดทน แต่การเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยเงินเพียงหลักสิบ คือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่งที่จะเติบโตและออกดอกผลในวันข้างหน้า การศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง คือขั้นตอนต่อไปในการเปลี่ยนแนวคิดนี้ให้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้