Home » ลดหย่อนภาษี 2569: ส่อง 5 รายการใหม่ที่อาจมีผลปีหน้า

ลดหย่อนภาษี 2569: ส่อง 5 รายการใหม่ที่อาจมีผลปีหน้า

สารบัญ

การเปลี่ยนแปลงรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นกลไกสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสนับสนุนนโยบายด้านต่างๆ ในแต่ละปีผู้เสียภาษีจึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • มาตรการกระตุ้นการบริโภค: แนวโน้มการต่ออายุและขยายวงเงินมาตรการ Easy E-Receipt เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยว: ความเป็นไปได้ในการขยายสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองรอง
  • สนับสนุนการออมระยะยาว: การพิจารณาปรับเพิ่มเพดานการลดหย่อนภาษีสำหรับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
  • ดูแลคุณภาพชีวิต: การเพิ่มรายการลดหย่อนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและครอบครัว เช่น ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร
  • ความสำคัญของการติดตาม: ผู้เสียภาษีควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากร เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน

การวางแผนเพื่อ ลดหย่อนภาษี 2569: ส่อง 5 รายการใหม่ที่อาจมีผลปีหน้า เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูงสำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากนโยบายภาษีมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและเป้าหมายของภาครัฐในแต่ละปี การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า ช่วยให้สามารถเตรียมตัวและปรับกลยุทธ์ทางการเงินได้อย่างเหมาะสม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ สนับสนุนการออมและการลงทุนระยะยาว ตลอดจนส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน การติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ภาพรวมรายการลดหย่อนภาษีที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงในปี 2569

สำหรับปีภาษี 2569 ซึ่งจะใช้ยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2570 มีการคาดการณ์ว่ารัฐบาลและกระทรวงการคลังอาจมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหลายรายการ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงนโยบายปฏิรูปภาษีที่ต้องการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนพฤติกรรมการใช้จ่ายและการออมที่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ผู้เสียภาษีทุกคนควรให้ความสนใจกับประกาศอย่างเป็นทางการที่จะออกมาในช่วงปลายปี เพื่อวางแผนการใช้จ่ายและการลงทุนให้สอดคล้องกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจได้รับเพิ่มขึ้น

1. มาตรการ Easy E-Receipt (ช้อปดีมีคืนเดิม)

มาตรการนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ภาครัฐใช้กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยเปลี่ยนชื่อจาก “ช้อปดีมีคืน” มาเป็น “Easy E-Receipt” ในปี 2568 เพื่อส่งเสริมการใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) อย่างแพร่หลาย

สิ่งที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลง

สำหรับปี 2569 มีแนวโน้มสูงที่รัฐบาลจะต่ออายุมาตรการนี้ พร้อมทั้งอาจมีการปรับปรุงเงื่อนไขเพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้มากขึ้น เช่น:

  • การเพิ่มวงเงิน: อาจมีการพิจารณาขยายวงเงินลดหย่อนจากเดิมที่สูงสุด 50,000 บาท เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้มากขึ้น
  • การขยายประเภทสินค้าและบริการ: อาจมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าหรือบริการที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เช่น ค่าบริการดิจิทัลต่างๆ ค่าบริการด้านสุขภาพเชิงป้องกัน หรือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill)

ข้อควรพิจารณา

เงื่อนไขสำคัญของมาตรการนี้คือการได้รับหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิจำเป็นต้องซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสามารถออก e-Tax Invoice ได้

การใช้จ่ายภายใต้มาตรการ Easy E-Receipt จำเป็นต้องได้รับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบความพร้อมของผู้ขายก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ

2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ (เที่ยวดีมีคืน)

ภาคการท่องเที่ยวเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมหลักที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นต่างๆ มาตรการลดหย่อนภาษีด้านการท่องเที่ยวจึงมีแนวโน้มที่จะถูกนำมาพิจารณาอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มการขยายสิทธิประโยชน์

ในปี 2569 คาดว่าอาจมีการขยายมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” หรือมาตรการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยอาจมีการปรับปรุงรายละเอียดดังนี้:

  • เพิ่มวงเงินลดหย่อน: อาจมีการขยายวงเงินลดหย่อนสำหรับค่าที่พักและบริการที่เกี่ยวข้อง จากเดิมที่ประมาณ 20,000 บาท
  • ขยายขอบเขตค่าใช้จ่าย: อาจครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ ค่าเช่ารถ หรือค่าบริการนำเที่ยวจากบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้อง

การสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง

เพื่อส่งเสริมการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมสำหรับการใช้จ่ายในเมืองรอง 55 จังหวัด เช่น การให้สิทธิลดหย่อนเป็น 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด (เช่น จ่ายจริง 20,000 บาท ลดหย่อนได้ 30,000 บาท) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่เหล่านี้มากขึ้น

3. การปรับเพิ่มเพดานการออมและการลงทุนเพื่ออนาคต

การส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวเป็นนโยบายที่ภาครัฐให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนในวัยเกษียณ และเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทุนของประเทศ

กลุ่มกองทุนที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง

ในปี 2569 มีการคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับเพิ่มเพดานการลดหย่อนภาษีในผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ดังนี้:

  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): อาจมีการพิจารณาปรับเพดานการลดหย่อนให้สูงขึ้นจากปัจจุบันที่ 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG / Thai ESGx): เนื่องจากเป็นกองทุนประเภทใหม่ที่เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืน อาจมีการพิจารณาขยายเพดานลดหย่อนจากเดิมที่ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (สำหรับ Thai ESG) หรือ 200,000 บาท (สำหรับ Thai ESGx) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): อาจมีการปรับเพดานจากเดิมสูงสุด 30,000 บาทต่อปี เพื่อส่งเสริมการออมในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ (หากเกิดขึ้น) จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่วางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณและต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมกัน

4. การขยายค่าลดหย่อนด้านสุขภาพและครอบครัว

การดูแลคุณภาพชีวิตและส่งเสริมสถาบันครอบครัวเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของนโยบายภาครัฐ ซึ่งมักจะสะท้อนผ่านรายการลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้อง

รายการใหม่ที่น่าจับตามอง

สำหรับปี 2569 อาจมีการพิจารณาเพิ่มหรือขยายรายการลดหย่อนในหมวดนี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ได้แก่:

  • ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร: อาจมีการปรับปรุงสิทธิลดหย่อนให้ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น โดยอาจกำหนดเพดานสูงสุดต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้งที่ 60,000 บาท ตามที่เคยมีมาตรการในอดีต
  • ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา: ปัจจุบันสามารถลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สำหรับบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ซึ่งเงื่อนไขนี้อาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่เป็นสิทธิพื้นฐานที่ควรพิจารณา
  • ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจิต: เพื่อให้สอดคล้องกับความตระหนักรู้ด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นในสังคม อาจมีการพิจารณาเพิ่มค่าใช้จ่ายในการปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเป็นรายการลดหย่อนใหม่
  • ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ: อาจมีการทบทวนเพดานการลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพของตนเองและของบิดามารดา เพื่อให้สอดคล้องกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น

5. มาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์

ภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงมักออกมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นตลาดในส่วนนี้เป็นระยะ

สิทธิประโยชน์สำหรับเจ้าของที่อยู่อาศัยและผู้ประกอบการ

รายการลดหย่อนที่อาจเกิดขึ้นหรือมีการต่ออายุในปี 2569 ได้แก่:

  • ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย: ยังคงเป็นสิทธิพื้นฐานที่ลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 100,000 บาท และคาดว่าจะยังคงสิทธินี้ไว้
  • ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือต่อเติมที่อยู่อาศัย: อาจมีมาตรการเฉพาะกิจออกมาเพื่อกระตุ้นการจ้างงานและอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง โดยให้สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้ตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่กำหนด
  • ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสะอาด: เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม อาจมีการออกมาตรการลดหย่อนสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ หรือการปรับปรุงบ้านเพื่อการประหยัดพลังงาน

ตารางสรุป: เปรียบเทียบรายการลดหย่อนภาษีที่อาจเกิดขึ้นในปี 2569

เพื่อให้เห็นภาพรวมของแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น สามารถสรุปเปรียบเทียบรายการลดหย่อนภาษีที่คาดการณ์ได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบนี้แสดงข้อมูลคาดการณ์จากแนวโน้มปัจจุบัน โปรดติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรเพื่อข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด
รายการลดหย่อน สถานะปัจจุบัน (ปี 2568) สิ่งที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลง (ปี 2569)
Easy E-Receipt ลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาท (ต้องใช้ e-Tax Invoice) อาจต่ออายุมาตรการ, เพิ่มวงเงิน, หรือขยายประเภทสินค้า/บริการ
ท่องเที่ยวในประเทศ มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนสูงสุด 20,000 บาท อาจขยายวงเงิน, เพิ่มสิทธิประโยชน์ท่องเที่ยวเมืองรอง (ลดหย่อน 1.5 เท่า)
กองทุน Thai ESG/ESFx ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000-200,000 บาท อาจพิจารณาปรับเพิ่มเพดานการลดหย่อนเพื่อส่งเสริมการลงทุนยั่งยืน
สุขภาพและครอบครัว ลดหย่อนค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรไม่เกิน 60,000 บาท (ตามประกาศ) อาจเพิ่มรายการใหม่ เช่น ค่าใช้จ่ายสุขภาพจิต หรือปรับปรุงสิทธิเดิม
อสังหาริมทรัพย์ ลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านสูงสุด 100,000 บาท อาจมีมาตรการเฉพาะกิจเพื่อลดหย่อนค่าซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้าน

การเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เสียภาษี

ข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดการณ์จากแนวโน้มนโยบายและมาตรการที่ผ่านมา ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาควรตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีและประกาศอย่างเป็นทางการโดยกรมสรรพากรหรือกระทรวงการคลังก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ำเสมอในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้สามารถวางแผนการเงิน การใช้จ่าย และการลงทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ และไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อาจเกิดขึ้นในปี 2569 การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้