โค้งสุดท้าย! ยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ก่อน 30 ก.ย. 68
เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี ภารกิจสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้บางประเภทคือการเตรียมตัวสำหรับโค้งสุดท้าย! ยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ก่อน 30 ก.ย. 68 ซึ่งเป็นการแสดงรายการเงินได้ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปีภาษี (มกราคม – มิถุนายน) เพื่อคำนวณและชำระภาษีล่วงหน้า การดำเนินการดังกล่าวเป็นหน้าที่ตามกฎหมายและเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการภาระภาษีประจำปีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ภาพรวมของการยื่นภาษีครึ่งปี
การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี หรือ ภ.ง.ด.94 เป็นกระบวนการที่กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้เสียภาษีที่มีเงินได้พึงประเมินบางประเภทตามมาตรา 40(5) ถึง 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องสรุปรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกเพื่อคำนวณและนำส่งภาษี การดำเนินการนี้ช่วยแบ่งเบาภาระภาษีที่ต้องชำระจำนวนมากในครั้งเดียวตอนสิ้นปี และเป็นกลไกที่ช่วยให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้เข้าระบบได้อย่างต่อเนื่อง
- ผู้มีหน้าที่ยื่น: บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้จากค่าเช่า, วิชาชีพอิสระ, การรับเหมา, และธุรกิจหรือการพาณิชย์อื่น ๆ ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน
- กำหนดเวลา: ต้องยื่นแบบและชำระภาษีภายในวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน ของทุกปี สำหรับการยื่นแบบกระดาษ และขยายเวลาถึงวันที่ 8 ตุลาคม สำหรับการยื่นผ่านระบบออนไลน์ (E-Filing)
- ความสำคัญ: เป็นการชำระภาษีล่วงหน้าเพื่อลดภาระภาษีปลายปี และหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับเงินเพิ่มกรณีชำระภาษีล่าช้า
- การนำไปใช้: ภาษีที่ชำระตามแบบ ภ.ง.ด.94 สามารถนำไปเครดิตหรือหักออกจากภาษีที่ต้องชำระทั้งหมดเมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปีได้
ความสำคัญและกำหนดการยื่นภาษี ภ.ง.ด.94 ปี 2568
การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของผู้มีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยังเป็นการวางแผนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือผู้มีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนประจำ การทำความเข้าใจถึงเหตุผลและกำหนดเวลาที่ชัดเจนจะช่วยให้การจัดการภาษีเป็นไปอย่างราบรื่น
เหตุผลที่ต้องยื่นภาษีครึ่งปี
วัตถุประสงค์หลักของการยื่น ภ.ง.ด.94 คือการทยอยชำระภาษี เพื่อไม่ให้ภาระภาษีทั้งหมดไปกระจุกตัวอยู่ ณ การยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90) ในช่วงต้นปีถัดไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินได้ โดยเฉพาะกับกลุ่มฟรีแลนซ์หรือเจ้าของธุรกิจที่รายได้อาจไม่สม่ำเสมอ การชำระภาษีล่วงหน้าช่วยให้สามารถวางแผนการเงินได้ดีขึ้นตลอดทั้งปี นอกจากนี้ การยื่นภาษีให้ตรงตามกำหนดยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบในฐานะพลเมืองและช่วยหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้นจากการยื่นล่าช้า
กำหนดเวลายื่นภาษี
สำหรับปีภาษี 2568 กรมสรรพากรได้กำหนดช่วงเวลาสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ไว้ดังนี้:
- การยื่นแบบกระดาษ: สามารถยื่นได้ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568
- การยื่นแบบออนไลน์ (E-Filing): ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและได้รับความนิยม โดยจะได้รับการขยายเวลาการยื่นออกไปอีก 8 วัน คือสามารถยื่นได้จนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2568
การยื่นผ่านระบบออนไลน์ไม่เพียงแต่ให้ความสะดวกสบายและขยายเวลา แต่ยังช่วยลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลและคำนวณภาษี เนื่องจากระบบจะมีการตรวจสอบและคำนวณเบื้องต้นให้อัตโนมัติ จึงเป็นทางเลือกที่แนะนำสำหรับผู้เสียภาษีในยุคดิจิทัล
ใครบ้างที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.94? ตรวจสอบประเภทเงินได้ของคุณ
ไม่ใช่ทุกคนที่มีรายได้จะต้องยื่น ภ.ง.ด.94 แต่จะจำกัดเฉพาะผู้ที่มี “เงินได้พึงประเมิน” ตามที่กฎหมายกำหนดในช่วง 6 เดือนแรกของปี (มกราคม – มิถุนายน) เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ (60,000 บาทสำหรับผู้โสด และ 120,000 บาทสำหรับผู้มีคู่สมรส) โดยเงินได้เหล่านี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
เงินได้ประเภทที่ 5: ค่าเช่าและทรัพย์สิน (มาตรา 40(5))
เงินได้ประเภทนี้ครอบคลุมรายได้ที่เกิดจากการให้เช่าทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งไม่จำกัดเพียงอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังหาริมทรัพย์และสิทธิอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างที่พบบ่อยได้แก่:
- ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์: เช่น การปล่อยเช่าบ้าน, คอนโดมิเนียม, อาคารพาณิชย์, ที่ดิน
- ค่าเช่าสังหาริมทรัพย์: เช่น การให้เช่ารถยนต์, เครื่องจักร, อุปกรณ์สำนักงาน
- เงินได้จากการผิดสัญญาเช่าซื้อ: กรณีผู้เช่าซื้อผิดสัญญาและผู้ให้เช่าริบเงินประกันหรือเงินที่ชำระไปแล้ว
- เงินได้จากการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน: กรณีผู้ซื้อผิดสัญญาและผู้ขายริบเงินที่ชำระมาแล้ว
เงินได้ประเภทที่ 6: วิชาชีพอิสระ (มาตรา 40(6))
นี่คือกลุ่มรายได้ของกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ 6 แขนงตามที่กฎหมายระบุไว้ ซึ่งเป็นรายได้ที่เกิดจากการใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ไม่ใช่การเป็นลูกจ้างประจำ ได้แก่:
- การประกอบโรคศิลปะ: เช่น แพทย์, ทันตแพทย์, สัตวแพทย์ ที่เปิดคลินิกส่วนตัว
- กฎหมาย: เช่น ทนายความที่รับว่าความอิสระ
- วิศวกรรม: เช่น วิศวกรที่ปรึกษาโครงการ
- สถาปัตยกรรม: เช่น สถาปนิกที่รับออกแบบอิสระ
- การบัญชี: เช่น ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต, ผู้ทำบัญชีอิสระ
- ประณีตศิลปกรรม: เช่น จิตรกร, ประติมากร ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
เงินได้ประเภทที่ 7: การรับเหมา (มาตรา 40(7))
เงินได้ประเภทนี้หมายถึงรายได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องเป็นผู้ลงทุนจัดหา “สัมภาระ” ในส่วนสำคัญนอกเหนือจากเครื่องมือพื้นฐาน สัมภาระในที่นี้หมายถึง วัสดุ, อุปกรณ์, หรือสิ่งของที่จำเป็นต่องานนั้นๆ ตัวอย่างเช่น:
- ผู้รับเหมาก่อสร้าง: ที่ต้องจัดหาปูน, ทราย, เหล็ก, และวัสดุก่อสร้างอื่นๆ
- ผู้รับจ้างทำของ: เช่น รับจ้างผลิตเฟอร์นิเจอร์โดยผู้ผลิตเป็นผู้จัดหาไม้และวัสดุเอง
- ผู้รับจ้างทาสี: ที่ต้องเป็นผู้จัดหาสีและอุปกรณ์ทาสีทั้งหมด
ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างเงินได้ประเภทที่ 7 (รับเหมา) กับการรับจ้างทั่วไป (ประเภทที่ 2 หรือ 8) คือ การที่ผู้รับเหมาต้องเป็นผู้ลงทุนในวัสดุหลักของงานนั้นๆ ด้วย
เงินได้ประเภทที่ 8: ธุรกิจและเงินได้อื่นๆ (มาตรา 40(8))
เป็นกลุ่มเงินได้ที่กว้างที่สุด ครอบคลุมรายได้จากธุรกิจ, การพาณิชย์, การเกษตร, การอุตสาหกรรม และเงินได้อื่นใดที่ไม่เข้าข่ายประเภทที่ 1 ถึง 7 ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้ของกลุ่มภาษีฟรีแลนซ์และผู้ประกอบการจำนวนมาก ตัวอย่างที่พบบ่อยในปัจจุบันได้แก่:
- การขายของออนไลน์: ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หรือโซเชียลมีเดีย
- รายได้จาก Content Creator: เช่น ยูทูบเบอร์, บล็อกเกอร์, อินฟลูเอนเซอร์ (ค่าโฆษณา, สปอนเซอร์)
- นักแสดง, นักร้อง, พิธีกร: ที่รับงานเป็นจ๊อบ ไม่ได้เป็นพนักงานประจำ
- การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งค้าหากำไร
- รายได้จากธุรกิจบริการต่างๆ: เช่น ร้านอาหาร, ร้านตัดผม, อู่ซ่อมรถ
| ประเภทเงินได้ | คำอธิบาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ประเภทที่ 5 (40(5)) | รายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน | ค่าเช่าบ้าน, ค่าเช่ารถยนต์, เงินจากการผิดสัญญาเช่าซื้อ |
| ประเภทที่ 6 (40(6)) | รายได้จากวิชาชีพอิสระ | แพทย์, ทนายความ, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี, ศิลปิน |
| ประเภทที่ 7 (40(7)) | รายได้จากการรับเหมา (ที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระ) | รับเหมาก่อสร้าง, รับจ้างผลิตเฟอร์นิเจอร์ (พร้อมวัสดุ) |
| ประเภทที่ 8 (40(8)) | รายได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ และอื่นๆ | ขายของออนไลน์, ฟรีแลนซ์, นักแสดง, ร้านอาหาร |
วิธีคำนวณภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.94 แบบเข้าใจง่าย
การคำนวณภาษีครึ่งปีมีหลักการคล้ายกับการคำนวณภาษีสิ้นปี แต่จะใช้ข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนเพียงครึ่งปีแรกเท่านั้น โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- รวมเงินได้พึงประเมิน: นำรายได้ประเภทที่ 5 ถึง 8 ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน มารวมกัน
-
หักค่าใช้จ่าย: สามารถเลือกหักได้ 2 วิธี คือ
– หักแบบเหมา: หักเป็นอัตราร้อยละตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้แต่ละประเภท ซึ่งสะดวกและไม่ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย
– หักตามจริง: หักค่าใช้จ่ายตามที่เกิดขึ้นจริง โดยต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายที่สมบูรณ์และเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้นั้นๆ เพื่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบได้ - หักค่าลดหย่อน: นำค่าลดหย่อนต่างๆ มาหักออกจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ข้อสำคัญคือ ค่าลดหย่อนส่วนใหญ่ต้องนำมาหาร 2 เนื่องจากเป็นการคำนวณสำหรับครึ่งปี เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท จะใช้ได้เพียง 30,000 บาท (ยกเว้นบางรายการ เช่น เงินบริจาค ที่หักได้ตามจริงแต่ไม่เกินเพดาน)
- คำนวณเงินได้สุทธิ: (เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) = เงินได้สุทธิ
- คำนวณภาษี: นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได (0-35%)
- ตรวจสอบภาษีที่ชำระไว้ (ถ้ามี): หากมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกหักไประหว่างครึ่งปีแรก สามารถนำมาหักออกจากยอดภาษีที่คำนวณได้ เพื่อหายอดที่ต้องชำระสุทธิ
การใช้โปรแกรมคำนวณภาษีออนไลน์หรือระบบ E-Filing ของกรมสรรพากรจะช่วยให้กระบวนการนี้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการยื่นภาษี ภ.ง.ด.94 ผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Filing)
การยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-Filing ของกรมสรรพากร เป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยที่สุด อีกทั้งยังได้รับสิทธิขยายเวลายื่นไปจนถึงวันที่ 8 ตุลาคม 2568
การเตรียมตัวก่อนยื่นภาษี
ก่อนเริ่มต้นยื่นภาษี ควรเตรียมข้อมูลและเอกสารต่อไปนี้ให้พร้อม:
- ข้อมูลรายได้: สรุปยอดรายได้แต่ละประเภท (40(5) – 40(8)) ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน ม.ค. – มิ.ย.
- เอกสารหลักฐาน: เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), หลักฐานค่าใช้จ่าย (กรณีเลือกหักตามจริง), เอกสารประกอบการลดหย่อน (เช่น ใบเสร็จรับเงินบริจาค)
- ข้อมูลผู้ใช้งาน: ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับเข้าระบบ E-Filing ของกรมสรรพากร หากยังไม่มีสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์
ขั้นตอนการยื่นผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร
- เข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร และเลือกเมนู “ยื่นแบบออนไลน์”
- เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ (เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขบัตรประชาชน 13 หลัก) และรหัสผ่าน
- เลือกแบบฟอร์ม “ภ.ง.ด.94 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (สำหรับผู้มีเงินได้นอกเหนือจากเงินเดือน)”
- ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว หากถูกต้องแล้วให้ดำเนินการต่อ
- กรอกข้อมูลรายได้ตามประเภทต่างๆ ที่ได้รับจริงในช่วงครึ่งปีแรก
- เลือกระบุวิธีการหักค่าใช้จ่าย (เหมา หรือ ตามจริง)
- กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่างๆ (ระบบจะปรับปรุงยอดสำหรับครึ่งปีให้ในบางรายการ)
- ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องชำระให้โดยอัตโนมัติ ให้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง
- ยืนยันการยื่นแบบ เมื่อยื่นแบบสำเร็จ หากมีภาษีต้องชำระ สามารถเลือกช่องทางการชำระเงินได้หลากหลาย เช่น QR Code, บัตรเครดิต, หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
- หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ควรบันทึกหรือพิมพ์ใบเสร็จรับเงินและแบบ ภ.ง.ด.94 ที่ยื่นสำเร็จแล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ข้อควรรู้และคำถามที่พบบ่อย
เพื่อให้การยื่นภาษีครึ่งปีเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ต่อไปนี้คือประเด็นและคำถามที่ผู้เสียภาษีมักสงสัย
หากยื่นล่าช้าหรือยื่นไม่ครบถ้วนจะเกิดอะไรขึ้น?
การละเลยการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 หรือยื่นเกินกำหนดเวลา จะมีผลตามกฎหมายดังนี้:
- ค่าปรับอาญา: กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา มีโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- เงินเพิ่ม: หากมีภาษีที่ต้องชำระ จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน) ของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
ดังนั้น การยื่นให้ตรงเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเหล่านี้
ยื่น ภ.ง.ด.94 แล้ว ต้องยื่น ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปีอีกหรือไม่?
ต้องยื่น การยื่น ภ.ง.ด.94 เป็นเพียงการสรุปรายได้และชำระภาษีล่วงหน้าสำหรับ 6 เดือนแรกเท่านั้น เมื่อสิ้นสุดปีภาษี ผู้เสียภาษียังคงมีหน้าที่ต้องนำรายได้ *ตลอดทั้งปี* (ทั้ง 12 เดือน) มารวมคำนวณและยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 อีกครั้งหนึ่งภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ภาษีที่ได้ชำระไว้ตามแบบ ภ.ง.ด.94 สามารถนำมาหักออกจากยอดภาษีที่ต้องชำระสำหรับทั้งปีได้ ทำให้ยอดที่ต้องชำระตอนสิ้นปีลดลง หรืออาจได้รับเงินคืนภาษีหากชำระไว้เกิน
สรุป: อย่าพลาดกำหนดยื่นภาษีครึ่งปี 2568
การเตรียมตัวสำหรับโค้งสุดท้าย! ยื่นภาษีครึ่งปี