Home » โปรตีนจากอากาศ? อาหารอนาคตที่คนไทยจะได้ลองปี 2026

โปรตีนจากอากาศ? อาหารอนาคตที่คนไทยจะได้ลองปี 2026

สารบัญ

ท่ามกลางความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก นวัตกรรมที่เรียกว่า โปรตีนจากอากาศ? อาหารอนาคตที่คนไทยจะได้ลองปี 2026 ได้กลายเป็นหัวข้อที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เทคโนโลยีนี้คือการปฏิวัติวงการอาหารโดยการสร้างโปรตีนคุณภาพสูงจากองค์ประกอบพื้นฐานในอากาศอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) โดยใช้พลังงานไฟฟ้าและจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เสนอทางเลือกใหม่นอกเหนือจากเนื้อสัตว์และโปรตีนจากพืช แต่ยังเปิดประตูสู่ระบบการผลิตอาหารรูปแบบใหม่ที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมหาศาล

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโปรตีนจากอากาศ

  • นวัตกรรมการผลิต: โปรตีนจากอากาศถูกสร้างขึ้นผ่านกระบวนการหมักโดยใช้จุลินทรีย์ชนิดพิเศษที่เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ และพลังงาน (จากไฟฟ้า) ให้กลายเป็นกรดอะมิโนและโปรตีนที่สมบูรณ์
  • ความยั่งยืนสูง: กระบวนการผลิตนี้ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการทำปศุสัตว์อย่างมาก โดยเฉพาะการใช้น้ำและที่ดิน อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ประสิทธิภาพการผลิต: เทคโนโลยีนี้สามารถผลิตโปรตีนได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งเร็วกว่าการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารหลายร้อยเท่า และสามารถทำได้ทุกที่ในโลกโดยไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือฤดูกาล
  • ศักยภาพของประเทศไทย: ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตโปรตีนทางเลือกในภูมิภาค โดยคาดการณ์ว่าปี 2026 จะเป็นปีสำคัญที่เทคโนโลยีนี้จะเริ่มเป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น

บทนำสู่เทคโนโลยีโปรตีนจากอากาศ

โปรตีนจากอากาศ หรือ Air Protein คือเทคโนโลยีชีวภาพสังเคราะห์ (Synthetic Biology) ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารของโลก โดยเป็นโปรตีนทางเลือกที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการที่ไม่ได้พึ่งพาทรัพยากรการเกษตรแบบดั้งเดิม แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ NASA ในช่วงทศวรรษ 1960 ที่ต้องการหาวิธีผลิตอาหารสำหรับนักบินอวกาศในภารกิจระยะยาวโดยใช้ทรัพยากรที่จำกัดและสามารถหมุนเวียนได้ ปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดโดยบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food Tech) ทั่วโลก เพื่อเป็นคำตอบสำหรับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น

ความสำคัญของโปรตีนทางเลือกในยุคปัจจุบัน

อุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์แบบดั้งเดิมเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรง การใช้ที่ดินจำนวนมหาศาลสำหรับการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชอาหารสัตว์ ไปจนถึงการใช้น้ำในปริมาณมหาศาล การเปลี่ยนผ่านสู่โปรตีนทางเลือกจึงไม่ใช่เป็นเพียงกระแส แต่เป็นความจำเป็นเพื่อลดภาระของโลกและสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืน โปรตีนจากอากาศเสนอกระบวนทัศน์ใหม่ที่แยกการผลิตอาหารออกจากการเกษตรโดยสิ้นเชิง ทำให้สามารถผลิตอาหารได้ในพื้นที่จำกัด เช่น ในเมือง หรือแม้แต่ในพื้นที่ทุรกันดาร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมนี้

นวัตกรรมโปรตีนจากอากาศมอบประโยชน์ให้แก่ผู้คนในหลายมิติ ตั้งแต่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมและระดับประเทศ

  • ผู้บริโภค: ได้รับผลิตภัณฑ์โปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปราศจากฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • อุตสาหกรรมอาหาร: สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีความหลากหลายและยั่งยืน ลดความผันผวนของวัตถุดิบที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศ
  • เกษตรกรและผู้ผลิต: เปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตอาหารขั้นสูง
  • ระดับประเทศและโลก: ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เจาะลึกกระบวนการสร้างโปรตีนจากอากาศ

หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือการใช้จุลินทรีย์กลุ่ม ไฮโดรจีโนโทรฟ (Hydrogenotrophs) ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีความสามารถพิเศษในการใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นแหล่งคาร์บอน และใช้ไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานเพื่อการเจริญเติบโตและสร้างสารอาหารต่างๆ รวมถึงโปรตีน

หลักการทางวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง

กระบวนการผลิตโปรตีนจากอากาศคล้ายกับการหมักเบียร์หรือโยเกิร์ต แต่แทนที่จะใช้น้ำตาลเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อ จุลินทรีย์เหล่านี้จะ “กิน” ก๊าซต่างๆ ที่อยู่ในอากาศแทน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้

  1. การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์: นำจุลินทรีย์ชนิดพิเศษมาเพาะเลี้ยงในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) ที่ควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างแม่นยำ
  2. การป้อนสารอาหาร: ป้อนส่วนผสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), ออกซิเจน (O₂), และไนโตรเจน (N₂) เข้าไปในถังปฏิกรณ์ พร้อมกับน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็น
  3. การให้พลังงาน: ใช้พลังงานจากไฟฟ้า (ซึ่งสามารถมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์หรือลม) เพื่อแยกโมเลกุลของน้ำ (H₂O) ให้กลายเป็นไฮโดรเจน (H₂) และออกซิเจน (O₂) จุลินทรีย์จะใช้ไฮโดรเจนนี้เป็นแหล่งพลังงาน
  4. การสังเคราะห์โปรตีน: จุลินทรีย์จะใช้พลังงานดังกล่าวในการเปลี่ยน CO₂ ให้กลายเป็นมวลชีวภาพ (Biomass) ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ
  5. การเก็บเกี่ยวและแปรรูป: เมื่อจุลินทรีย์เติบโตเต็มที่ มวลชีวภาพจะถูกนำออกมาจากถังปฏิกรณ์ ทำให้แห้ง และแปรรูปเป็นผงโปรตีนที่มีลักษณะละเอียด สีเหลืองอ่อน และมีรสชาติที่เป็นกลาง

ขั้นตอนการผลิต: จากห้องปฏิบัติการสู่ผลิตภัณฑ์

บริษัทชั้นนำอย่าง Air Protein ในสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนากระบวนการนี้จนสามารถผลิตโปรตีนได้ภายในเวลาเพียง 4 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นอย่างน่าทึ่งเมื่อเทียบกับการเลี้ยงวัวที่อาจใช้เวลานานถึง 2 ปี กว่าจะได้เนื้อในปริมาณที่เท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ “แป้งโปรตีน” (Protein Flour) ที่มีความเข้มข้นของโปรตีนสูงถึง 80% และประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ซึ่งเทียบเท่ากับโปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพสูง ผงโปรตีนนี้สามารถนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่เนื้อสัตว์เทียม พาสต้า โปรตีนเชค ไปจนถึงขนมอบต่างๆ

นวัตกรรมนี้เปลี่ยนอากาศที่เราหายใจให้กลายเป็นอาหารที่ยั่งยืน โดยใช้กระบวนการที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขวิกฤตอาหารของโลกในอนาคต

เปรียบเทียบโปรตีนจากอากาศกับโปรตีนจากแหล่งอื่น

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างและข้อได้เปรียบของโปรตีนจากอากาศ การเปรียบเทียบกับแหล่งโปรตีนดั้งเดิมทั้งจากสัตว์และพืช จะช่วยให้เข้าใจถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพการผลิตและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโปรตีนแต่ละประเภท
ปัจจัย โปรตีนจากอากาศ โปรตีนจากสัตว์ (เนื้อวัว) โปรตีนจากพืช (ถั่วเหลือง)
ระยะเวลาผลิต ประมาณ 4 วัน 18-24 เดือน 3-5 เดือน
การใช้น้ำ (ต่อ กก. โปรตีน) น้อยมาก (ประมาณ 0.8 ลิตร) สูงมาก (ประมาณ 15,000 ลิตร) ปานกลาง (ประมาณ 2,500 ลิตร)
การใช้ที่ดิน น้อยที่สุด (ผลิตในแนวตั้งได้) สูงที่สุด (สำหรับทุ่งหญ้าและปลูกพืชอาหารสัตว์) ปานกลาง (สำหรับพื้นที่เพาะปลูก)
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่ำมาก (อาจเป็น Carbon Negative หากใช้พลังงานสะอาด) สูงที่สุด ต่ำ
ความสมบูรณ์ของโปรตีน สมบูรณ์ (มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน) สมบูรณ์ (มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน) เกือบสมบูรณ์ (อาจขาดกรดอะมิโนบางชนิด)

ศักยภาพของประเทศไทยกับ โปรตีนจากอากาศ? อาหารอนาคตที่คนไทยจะได้ลองปี 2026

ประเทศไทยในฐานะ “ครัวของโลก” มีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำด้านโปรตีนทางเลือกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมอาหาร บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และนโยบายที่เริ่มสนับสนุนเทคโนโลยีชีวภาพและเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)

โอกาสทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยจาก Madre Brava และ Asia Research and Engagement ได้ฉายภาพอนาคตที่น่าสนใจว่า หากประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านการบริโภคและการผลิตไปสู่โปรตีนจากพืชและโปรตีนทางเลือกอื่น ๆ ได้ถึง 50% ภายในปี 2050 จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท และที่สำคัญคือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 35.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการนำรถยนต์ออกจากถนนหลายล้านคัน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีผู้ประกอบการด้านสารสกัดและโปรตีนขั้นสูงจำนวนมากที่สามารถปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกระดับโลกได้ รวมถึงมีโรงงานแปรรูปอาหารที่ได้มาตรฐานและพร้อมรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญในการดึงดูดการลงทุนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ปี 2026: หมุดหมายสำคัญของวงการอาหารไทย

ปี 2026 ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีโปรตีนทางเลือกทั่วโลกจะเริ่มเข้าสู่ตลาดในวงกว้างมากขึ้น การจัดงานแสดงเทคโนโลยีอาหารระดับนานาชาติอย่าง VICTAM Asia 2026 ที่กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะมีการนำเสนอและสาธิตเทคโนโลยีการผลิตโปรตีนจากอากาศและโปรตีนทางเลือกอื่นๆ จากบริษัทชั้นนำทั่วโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด

ในขณะเดียวกัน นักวิจัยและผู้ประกอบการไทยก็กำลังเร่งพัฒนาโปรตีนทางเลือกจากวัตถุดิบในประเทศ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และโปรตีนจากไข่ ควบคู่ไปกับการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ภายในปี 2026 ผู้บริโภคชาวไทยจะได้เริ่มเห็นและทดลองผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโปรตีนจากอากาศวางจำหน่ายตามท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเนื้อสัตว์เทียม สเต็กพร้อมปรุง หรืออาหารสำเร็จรูป

ความท้าทายและการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม

แม้ว่าเทคโนโลยีโปรตีนจากอากาศจะมีศักยภาพมหาศาล แต่การนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเอาชนะ

อุปสรรคที่ต้องพิจารณา

  • ต้นทุนการผลิต: ในระยะเริ่มต้น เทคโนโลยีการผลิตอาจยังมีต้นทุนสูง ทำให้ราคาสินค้าสุดท้ายอาจสูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไป การขยายขนาดการผลิต (Scaling up) เพื่อลดต้นทุนจึงเป็นกุญแจสำคัญ
  • การยอมรับของผู้บริโภค: การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ และที่มาของผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเอาชนะอคติต่ออาหารที่ผลิตจากกระบวนการที่ไม่คุ้นเคย
  • กฎระเบียบและมาตรฐาน: หน่วยงานกำกับดูแลด้านอาหารในแต่ละประเทศ รวมถึงประเทศไทย จำเป็นต้องพัฒนากรอบกฎหมายและมาตรฐานเพื่อรองรับ “อาหารใหม่” (Novel Food) เหล่านี้ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและสร้างความชัดเจนให้กับผู้ผลิต
  • การใช้พลังงาน: แม้จะยั่งยืน แต่กระบวนการนี้ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก การทำให้กระบวนการทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงจึงขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจากแหล่งหมุนเวียน

รูปแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

ข้อดีของโปรตีนจากอากาศในรูปแบบผงคือความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างหลากหลาย เนื่องจากมีรสชาติที่เป็นกลางและมีคุณสมบัติเชิงหน้าที่ (Functional Properties) ที่ดี เช่น การจับตัวกับน้ำและไขมัน ทำให้สามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักหรือส่วนผสมเสริมในผลิตภัณฑ์อาหารได้มากมาย เช่น:

  • เนื้อสัตว์ทางเลือก: สร้างเนื้อบด เนื้อเบอร์เกอร์ หรือสเต็กที่มีเนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์จริง
  • ผลิตภัณฑ์นมทางเลือก: ใช้ผลิตนม โยเกิร์ต หรือชีสที่ปราศจากแลคโตสและคอเลสเตอรอล
  • อาหารเสริมโปรตีน: เป็นส่วนผสมในโปรตีนเชค โปรตีนบาร์ หรืออาหารสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนสูง
  • ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่และเส้นพาสต้า: เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมปังและเส้นพาสต้า

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

โปรตีนจากอากาศไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่เป็นนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตที่กำลังจะกลายเป็นความจริง เทคโนโลยีนี้เสนอทางออกที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารและวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ด้วยกระบวนการผลิตที่ใช้ทรัพยากรน้อยลงอย่างมากและสามารถทำได้ทุกที่ในโลก

สำหรับประเทศไทย ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตามอง การมาถึงของเทคโนโลยีนี้จะเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Food Tech ในภูมิภาค การเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการวิจัย การลงทุน และการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกที่สำคัญในการต้อนรับอนาคตของวงการอาหารที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล การทำความเข้าใจและเปิดรับนวัตกรรมเช่นโปรตีนจากอากาศ คือการร่วมสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับคนรุ่นต่อไป