Home » ซื้อคอนโดหลักล้าน ด้วยเงินหลักพัน? รู้จัก ‘โทเคนอสังหาฯ’






ซื้อคอนโดหลักล้าน ด้วยเงินหลักพัน? รู้จัก ‘โทเคนอสังหาฯ’


ซื้อคอนโดหลักล้าน ด้วยเงินหลักพัน? รู้จัก ‘โทเคนอสังหาฯ’

สารบัญ

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มักถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทางการเงินได้เข้ามาปฏิวัติวงการนี้ ทำให้แนวคิดของการเป็นเจ้าของสินทรัพย์มูลค่าสูงกลายเป็นจริงได้ง่ายขึ้น

  • โทเคนอสังหาฯ คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่แสดงสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จริง เช่น คอนโดมิเนียม โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการจัดเก็บข้อมูล
  • เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาท
  • ผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนจากกระแสรายรับค่าเช่า และมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาเมื่อมีการขายสินทรัพย์นั้นในอนาคต
  • เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

คำถามที่ว่า จะสามารถซื้อคอนโดหลักล้าน ด้วยเงินหลักพัน? รู้จัก ‘โทเคนอสังหาฯ’ ได้อย่างไร กำลังกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้มากขึ้นในยุคดิจิทัล นวัตกรรมนี้เป็นการนำอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรียกว่า “โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน” (Investment Token) ซึ่งแต่ละโทเคนจะเปรียบเสมือนหน่วยลงทุนย่อยที่นักลงทุนสามารถเข้าซื้อได้ตามกำลังทรัพย์ของตนเอง แนวคิดนี้เรียกว่า Fractional Ownership หรือการแบ่งกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของออกเป็นส่วนย่อยๆ ทำให้กำแพงทางการเงินที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ลดน้อยลง และเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถกระจายการลงทุนมาสู่ตลาดนี้ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ภาพรวมของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่

ในอดีต การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จำกัดอยู่ในวงแคบเฉพาะผู้ที่มีเงินทุนสูง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าหรือขายต่อ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายและเอกสารที่ซับซ้อน แต่การมาถึงของเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นี้ไปอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบัน นักลงทุนรายย่อยมีทางเลือกใหม่ในการสร้างความมั่งคั่งผ่านอสังหาริมทรัพย์โดยไม่จำเป็นต้องครอบครองสินทรัพย์นั้นโดยตรงทั้งหมด

โทเคนอสังหาฯ ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบของการลงทุนทางเลือกที่น่าจับตามอง โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดข้อจำกัดและเพิ่มการเข้าถึงให้กับนักลงทุนในวงกว้าง ผู้ที่สนใจไม่จำเป็นต้องมีเงินเก็บหลักล้านเพื่อซื้อห้องชุด แต่สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อยกว่ามาก ซึ่งเหมาะสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ หรือผู้ที่ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนของตนเองไปยังสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

เจาะลึก: โทเคนอสังหาฯ คืออะไร?

เพื่อให้เข้าใจแนวคิดนี้อย่างลึกซึ้ง จำเป็นต้องทำความรู้จักกับองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ที่ประกอบกันขึ้นเป็นนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่นี้ ตั้งแต่ความหมายของตัวโทเคนเอง ไปจนถึงกระบวนการแปลงสินทรัพย์และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง

นิยามและความหมายของ Investment Token

โทเคนอสังหาฯ (Real Estate Token) จัดเป็น “โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน” (Investment Token) ประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นบนระบบบล็อกเชน โดยโทเคนเหล่านี้จะแสดงสิทธิของผู้ถือในการได้รับส่วนแบ่งรายได้หรือผลประโยชน์จากการลงทุนในโครงการใดโครงการหนึ่ง ในกรณีของโทเคนอสังหาฯ สิทธิที่ว่านี้จะผูกอยู่กับอสังหาริมทรัพย์จริง เช่น สิทธิ์ในการรับส่วนแบ่งจากค่าเช่าสุทธิของคอนโดมิเนียม หรือสิทธิ์ในการรับส่วนแบ่งจากกำไรเมื่อมีการขายโครงการนั้นออกไปในอนาคต

ดังนั้น การถือครองโทเคนอสังหาฯ จึงเปรียบได้กับการเป็นผู้ร่วมลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ โดยมีสัดส่วนการลงทุนตามจำนวนโทเคนที่มีอยู่ ซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่ผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัท แต่ผู้ถือโทเคนจะมีสิทธิ์ในกระแสรายรับที่เกิดจากสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง

กระบวนการ Tokenization: เปลี่ยนสินทรัพย์จริงสู่ดิจิทัล

หัวใจสำคัญที่ทำให้โทเคนอสังหาฯ เกิดขึ้นได้คือกระบวนการที่เรียกว่า “Tokenization” ซึ่งหมายถึงการแปลงสิทธิในสินทรัพย์ที่มีอยู่จริง (Physical Asset) ให้กลายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Token) บนเครือข่ายบล็อกเชน กระบวนการนี้เริ่มต้นจากผู้ออกโทเคน (Issuer) ซึ่งอาจเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือบริษัทจัดการสินทรัพย์ จะนำอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพ เช่น คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง มาประเมินมูลค่า จากนั้นจึงแบ่งมูลค่าทั้งหมดออกเป็นหน่วยย่อยๆ ในรูปแบบของโทเคน แล้วเสนอขายให้กับนักลงทุนผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างเช่น หากคอนโดมิเนียมมีมูลค่า 100 ล้านบาท ผู้ออกอาจตัดสินใจสร้างโทเคนขึ้นมา 1 ล้านโทเคน ทำให้แต่ละโทเคนมีมูลค่าเริ่มต้นที่ 100 บาท นักลงทุนจึงสามารถเลือกลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป แทนที่จะต้องใช้เงิน 100 ล้านบาทเพื่อซื้อสินทรัพย์ทั้งหมด

บทบาทของเทคโนโลยีบล็อกเชน

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญซึ่งทำให้การลงทุนในโทเคนอสังหาฯ มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย คุณสมบัติเด่นของบล็อกเชน ได้แก่:

  • ความโปร่งใส (Transparency): ทุกธุรกรรมการซื้อขายหรือโอนย้ายโทเคนจะถูกบันทึกไว้บนเครือข่ายบล็อกเชน ซึ่งเป็นบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger) ที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ ทำให้ยากต่อการปลอมแปลงหรือแก้ไขข้อมูล
  • ความปลอดภัย (Security): ข้อมูลที่ถูกบันทึกลงในบล็อกเชนจะถูกเข้ารหัสและเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ ทำให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในอดีตทำได้ยากมาก สร้างความมั่นใจในกรรมสิทธิ์ของผู้ถือโทเคน
  • ประสิทธิภาพ (Efficiency): การทำธุรกรรมผ่านระบบบล็อกเชนสามารถทำได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่ากระบวนการแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยตัวกลางจำนวนมาก เช่น นายหน้า หรือสถาบันการเงิน

เริ่มต้นลงทุนในโทเคนอสังหาฯ

การเข้าสู่โลกของการลงทุนในโทเคนอสังหาฯ นั้นไม่ซับซ้อนเท่ากับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม โดยมีจุดเด่นที่สำคัญคือการใช้เงินลงทุนเริ่มต้นในจำนวนที่น้อยกว่ามาก

วงเงินลงทุนขั้นต่ำ: เปิดประตูสู่โอกาส

ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของการลงทุนรูปแบบนี้คือวงเงินลงทุนขั้นต่ำที่ต่ำมาก ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย นักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่หรือขอสินเชื่อจากธนาคาร แต่สามารถใช้เงินออมเพียงส่วนหนึ่งเพื่อเริ่มต้นลงทุนได้ทันที การลงทุนด้วยเงินหลักร้อยหรือหลักพันบาทก็สามารถทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองได้ในสัดส่วนที่เล็กลงมา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างพอร์ตการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้กับคนทุกกลุ่ม

ตัวอย่างโครงการในตลาด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถพิจารณาจากโครงการที่มีการเสนอขายในประเทศไทย เช่น โครงการ RealX ซึ่งได้ทำการ Tokenize คอนโดมิเนียมหรูในทำเลศักยภาพ 3 แห่งในกรุงเทพฯ โครงการดังกล่าวได้กำหนดราคาเสนอขายเริ่มต้นต่อโทเคนไว้ที่ 182 บาท โดย 1 โทเคน มีค่าเทียบเท่ากับการเป็นเจ้าของพื้นที่ในคอนโดมิเนียมประมาณ 1 ตารางนิ้ว

จากตัวอย่างนี้ นักลงทุนที่มีงบประมาณ 2,000 บาท ก็สามารถซื้อโทเคนได้ประมาณ 10-11 โทเคน และมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านบาทได้ทันที นอกจากนี้ การซื้อขายโทเคนยังสามารถทำได้ผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การซื้อขายมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ผลตอบแทนและความคาดหวังจากการลงทุน

เช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่นๆ เป้าหมายหลักของการลงทุนในโทเคนอสังหาฯ คือการสร้างผลตอบแทน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมาจากสองแหล่งหลัก

รายรับจากค่าเช่าและกำไรจากการขายสินทรัพย์

ผลตอบแทนที่ผู้ถือโทเคนจะได้รับแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

  1. ผลตอบแทนจากค่าเช่า (Rental Yield): ตลอดระยะเวลาของโครงการ ผู้ออกโทเคนจะนำอสังหาริมทรัพย์อ้างอิงไปบริหารจัดการเพื่อสร้างรายได้ เช่น การปล่อยเช่า จากนั้นจะนำรายได้ค่าเช่าสุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ) มาแบ่งจ่ายให้กับผู้ถือโทเคนตามสัดส่วนที่ถือครอง โดยมักจะจ่ายเป็นรายไตรมาสหรือรายปี ยกตัวอย่างเช่น โครงการ RealX ได้ประมาณการผลตอบแทนจากค่าเช่าในช่วง 5 ปีแรกไว้ที่ประมาณ 4% ถึง 5% ต่อปี
  2. กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain): เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของโครงการ (โดยทั่วไปมักกำหนดไว้ที่ 10 ปี) ผู้ออกโทเคนจะดำเนินการขายอสังหาริมทรัพย์นั้นในตลาด หากราคาขายสูงกว่ามูลค่า ณ วันที่เริ่มโครงการ กำไรที่เกิดขึ้นจะถูกนำมาแบ่งให้กับผู้ถือโทเคนเช่นกัน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนก้อนใหญ่ในระยะยาว

ระยะเวลาโครงการและสภาพคล่องในตลาดรอง

แม้ว่าโครงการลงทุนอาจมีระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี แต่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องถือโทเคนไปจนครบกำหนดเสมอไป จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ “สภาพคล่อง” เนื่องจากโทเคนเหล่านี้สามารถนำไปซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ในตลาดรอง (Secondary Market) ซึ่งก็คือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ทำให้นักลงทุนสามารถขายโทเคนเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ตลอดเวลาตามความต้องการ ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับการขายอสังหาริมทรัพย์จริงที่ต้องใช้เวลานานและมีขั้นตอนซับซ้อน อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องของการซื้อขายจะขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการซื้อและขายในตลาด ณ เวลานั้นๆ

เปรียบเทียบการลงทุน: โทเคนอสังหาฯ vs. การลงทุนรูปแบบอื่น

เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจตำแหน่งของโทเคนอสังหาฯ ในโลกของการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น การเปรียบเทียบกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่น เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างได้ชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆ
คุณลักษณะ โทเคนอสังหาฯ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) การซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง
เงินลงทุนขั้นต่ำ ต่ำมาก (เริ่มต้นหลักร้อย/พันบาท) ต่ำ (ซื้อขายเป็นหน่วยลงทุน) สูงมาก (หลักล้านบาทขึ้นไป)
สภาพคล่อง สูง (ซื้อขายในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล 24/7) สูง (ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามเวลาทำการ) ต่ำ (ใช้ระยะเวลานานในการหาผู้ซื้อ)
ขั้นตอนการทำธุรกรรม ง่ายและรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ซับซ้อน (เอกสาร, กฎหมาย, การโอนกรรมสิทธิ์)
รูปแบบความเป็นเจ้าของ สิทธิในกระแสรายรับจากสินทรัพย์ที่เจาะจง หน่วยลงทุนในกองทุนที่ถืออสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์โดยตรง
การกระจายความเสี่ยง กระจุกตัวในสินทรัพย์อ้างอิงชิ้นเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ กระจายความเสี่ยงในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่มีการกระจายความเสี่ยง (ลงทุนในสินทรัพย์ชิ้นเดียว)
เทคโนโลยีพื้นฐาน บล็อกเชน (Blockchain) ระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบบเอกสารและทะเบียนของกรมที่ดิน

ข้อดีและความท้าทายของการลงทุน

เช่นเดียวกับการลงทุนทุกประเภท โทเคนอสังหาฯ มีทั้งข้อได้เปรียบที่น่าดึงดูดและความเสี่ยงที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ

ข้อได้เปรียบที่น่าสนใจ

  • การเข้าถึงที่ง่ายดาย: ลดกำแพงด้านเงินทุน ทำให้ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้
  • สภาพคล่องสูง: สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้สะดวกและรวดเร็วกว่าอสังหาริมทรัพย์จริง
  • ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: ธุรกรรมถูกบันทึกบนบล็อกเชนซึ่งมีความน่าเชื่อถือสูง
  • การกระจายพอร์ต: เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ ได้
  • อยู่ภายใต้การกำกับดูแล: การเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งช่วยคุ้มครองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระดับหนึ่ง

ความเสี่ยงและข้อควรพิจารณา

  • ความเสี่ยงด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์: มูลค่าของโทเคนและผลตอบแทนที่ได้รับขึ้นอยู่กับภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ หากตลาดซบเซาอาจส่งผลกระทบต่อราคาโทเคนและรายได้ค่าเช่า
  • ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง: แม้จะซื้อขายได้ง่าย แต่หากปริมาณการซื้อขายในตลาดรองมีน้อย อาจทำให้ไม่สามารถขายโทเคนได้ในราคาที่ต้องการ
  • ความเสี่ยงด้านราคาผันผวน: ราคาของโทเคนในตลาดรองอาจมีความผันผวนสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์อ้างอิงได้ในระยะสั้น
  • ความเสี่ยงทางเทคนิค: แม้บล็อกเชนจะปลอดภัย แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มการซื้อขายหรือข้อผิดพลาดของสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

การเกิดขึ้นของโทเคนอสังหาฯ ได้ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และพิสูจน์ให้เห็นว่าการซื้อคอนโดหลักล้าน ด้วยเงินหลักพันนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป นวัตกรรมนี้ได้เปลี่ยนสินทรัพย์ที่จับต้องได้ให้กลายเป็นหน่วยลงทุนดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย มีสภาพคล่อง และมีความโปร่งใสสูง โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชนในการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัย

สำหรับนักลงทุนยุคใหม่ที่มองหาการลงทุนทางเลือก โทเคนอสังหาฯ ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจในการกระจายพอร์ตการลงทุนและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากสินทรัพย์มั่นคงอย่างอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลโครงการอย่างละเอียด ทำความเข้าใจในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัล และประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของตนเองอย่างรอบคอบ เพื่อให้การตัดสินใจลงทุนนำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ในระยะยาว