Home » สารทเดือนสิบ 2568: เที่ยวนครฯ แห่หมฺรับ-ชิงเปรต

สารทเดือนสิบ 2568: เที่ยวนครฯ แห่หมฺรับ-ชิงเปรต

สารบัญ

ประเพณีสารทเดือนสิบเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัฒนธรรมของภาคใต้ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อเรื่องความกตัญญูต่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชถือเป็นศูนย์กลางของการจัดงานที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์และพิธีกรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์

  • ความสำคัญทางวัฒนธรรม: งานสารทเดือนสิบเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนาน สะท้อนความเชื่อเรื่องการอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษในช่วงเดือนสิบของทุกปี
  • กิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์: ไฮไลท์ของงานคือขบวนแห่ “หมฺรับ” ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม และพิธีกรรม “ชิงเปรต” ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธาของชุมชน
  • ศูนย์กลางการจัดงาน: จังหวัดนครศรีธรรมราชจัดงานประเพณีสารทเดือนสิบอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 15 วัน 15 คืน ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร และพื้นที่โดยรอบ
  • กำหนดการปี 2568: งานประเพณีสารทเดือนสิบ ประจำปี 2568 จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 โดยมีพิธีถวายหมฺรับครั้งสำคัญในวันที่ 21 กันยายน 2568

สารทเดือนสิบ 2568: เที่ยวนครฯ แห่หมฺรับ-ชิงเปรต ถือเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญที่สุดของชาวไทยภาคใต้ โดยเป็นช่วงเวลาแห่งการรวมตัวของครอบครัวเพื่อแสดงความกตัญญูและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามความเชื่อทางพุทธศาสนา เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่หลอมรวมวิถีชีวิต ศิลปะ และความศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ โดยมีจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางของการจัดงานที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง ดึงดูดทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ในทุกๆ ปี

ความสำคัญของประเพณีนี้หยั่งรากลึกในความเชื่อที่ว่า ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ประตูนรกจะเปิดออก เพื่อให้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ล่วงลับ (ซึ่งอาจอยู่ในภพภูมิของเปรต) ได้กลับมาเยี่ยมเยียนลูกหลานและรับส่วนบุญบนโลกมนุษย์เป็นเวลา 15 วัน ก่อนจะกลับไปในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น ลูกหลานจึงจัดเตรียมสำรับอาหารคาวหวานหรือที่เรียกว่า “หมฺรับ” เพื่อทำบุญเลี้ยงพระและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณเหล่านั้น ซึ่งไม่เพียงเป็นการแสดงความกตัญญู แต่ยังเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองแก่ครอบครัวอีกด้วย

ความยิ่งใหญ่ของงานบุญแห่งแดนใต้

งานประเพณีสารทเดือนสิบไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมที่จัดขึ้นภายในครอบครัว แต่เป็นเทศกาลใหญ่ที่สะท้อนถึงพลังศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมของภาคใต้มาตั้งแต่อดีต

รากฐานความเชื่อและความกตัญญู

แนวคิดหลักของประเพณีสารทเดือนสิบตั้งอยู่บนหลักธรรมเรื่อง “ความกตัญญูกตเวที” ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานในสังคมไทย ความเชื่อนี้มีที่มาจากเรื่องราวในพุทธประวัติที่กล่าวถึงพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่พระญาติที่ไปเกิดเป็นเปรต จึงกลายเป็นต้นแบบของการทำบุญเพื่อบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ สำหรับชาวใต้ ความเชื่อนี้ถูกตีความและปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างเข้มแข็ง โดยแบ่งช่วงเวลาสำคัญออกเป็น 2 ช่วง คือ

  • วันรับตายาย (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10): เป็นวันที่เชื่อว่าดวงวิญญาณบรรพบุรุษได้รับการปล่อยตัวและเดินทางมาถึงโลกมนุษย์ ลูกหลานจะทำบุญตักบาตรที่วัดเพื่อเป็นการต้อนรับ
  • วันส่งตายาย (วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10): เป็นวันสุดท้ายที่ดวงวิญญาณจะอยู่บนโลกมนุษย์และต้องเดินทางกลับสู่ภพภูมิเดิม ลูกหลานจะจัดเตรียมสำรับ “หมฺรับ” ที่สมบูรณ์ที่สุดไปถวายพระที่วัด เพื่อให้บรรพบุรุษได้นำส่วนบุญและสิ่งของกลับไปใช้ในปรโลก

ช่วงเวลาระหว่างวันรับและวันส่งตายายนี้เอง ที่บรรยากาศของเมืองนครศรีธรรมราชจะเต็มไปด้วยความคึกคักของการเตรียมงานบุญ ทั้งการทำขนม การจัดหมฺรับ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่แสดงถึงความพร้อมเพรียงของคนในชุมชน

นครศรีธรรมราช: ศูนย์กลางแห่งประเพณี

แม้ว่าประเพณีสารทเดือนสิบจะจัดขึ้นทั่วภาคใต้ แต่ไม่มีที่ใดจะยิ่งใหญ่และสมบูรณ์เท่าที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรกคือ การมีวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน ซึ่งเป็นสถานที่หลักในการประกอบพิธีถวายหมฺรับแบบโบราณ ประการที่สองคือ การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมกันยกระดับงานประเพณีท้องถิ่นให้กลายเป็นเทศกาลระดับชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม

งานที่นครศรีธรรมราชจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 15 วัน 15 คืน ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ การประกวดแข่งขันทางวัฒนธรรม ไปจนถึงมหรสพความบันเทิงต่างๆ ทำให้ประเพณีนี้ยังคงมีชีวิตชีวาและสามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้โดยไม่สูญเสียแก่นแท้ของความเชื่อดั้งเดิมไป

ไฮไลท์สำคัญในงานประเพณีสารทเดือนสิบ

ไฮไลท์สำคัญในงานประเพณีสารทเดือนสิบ

งานสารทเดือนสิบ 2568 ที่นครศรีธรรมราชมีกิจกรรมมากมายที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชม แต่มีสองกิจกรรมหลักที่ถือเป็นหัวใจและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของประเพณีนี้ นั่นคือ “การแห่หมฺรับ” และ “การชิงเปรต”

ขบวนแห่หมฺรับ: ความวิจิตรแห่งศรัทธา

“หมฺรับ” (อ่านว่า หมะ-หรับ) คือสำรับอาหารที่จัดทำขึ้นเพื่ออุทิศให้บรรพบุรุษ แต่ไม่ได้เป็นเพียงถาดอาหารธรรมดา แต่เป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจากความศรัทธา โดยมีลักษณะเป็นภาชนะที่จัดเรียงขนมเดือนสิบ อาหารแห้ง และผลไม้นานาชนิดซ้อนกันขึ้นไปเป็นทรงสูง ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยดอกไม้และงานฝีมือท้องถิ่น หมฺรับแต่ละอันสะท้อนถึงฐานะ ความพร้อมเพรียง และความตั้งใจของครอบครัวหรือชุมชนที่เป็นเจ้าของ

กิจกรรม “การแห่หมฺรับ” คือการนำหมฺรับที่แต่ละชุมชนหรือหน่วยงานจัดทำขึ้น มาจัดเป็นขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ไปตามถนนสายหลักของเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อนำไปถวายพระที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร บรรยากาศในขบวนแห่จะเต็มไปด้วยสีสันและความสนุกสนาน มีการแสดงศิลปะพื้นบ้านอย่างหนังตะลุงและมโนราห์นำหน้าขบวน พร้อมเสียงดนตรีที่เร้าใจ จุดเด่นที่สุดคือการประกวด “หมฺรับทองคำพระราชทาน” ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่ทุกหน่วยงานต่างมุ่งหวัง ยิ่งทำให้การสร้างสรรค์หมฺรับแต่ละอันเต็มไปด้วยความประณีตและแนวคิดที่น่าสนใจ

การแห่หมฺรับไม่ใช่แค่การนำของไปถวายวัด แต่คือการประกาศก้องถึงพลังแห่งความกตัญญูและความสามัคคีของชาวนครฯ ที่พร้อมใจกันสืบสานมรดกของบรรพชนให้คงอยู่สืบไป

การชิงเปรต: พิธีกรรมอันเป็นเอกลักษณ์

หลังจากการถวายหมฺรับแด่พระสงฆ์แล้ว อาหารและขนมส่วนหนึ่งจะถูกนำไปวางไว้บน “หลาเปรต” หรือ “ร้านเปรต” ซึ่งเป็นร้านยกพื้นสูงที่สร้างขึ้นชั่วคราวภายในวัด เพื่ออุทิศให้แก่ดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่ไม่มีญาติมาทำบุญให้ หรือที่เรียกว่าเปรต หลังจากพระสงฆ์สวดบังสุกุลเสร็จสิ้น จะมีการตีระฆังหรือส่งสัญญาณเพื่อให้ผู้ที่รออยู่โดยรอบเข้ามา “ชิง” หรือแย่งชิงของเซ่นไหว้เหล่านั้น

ภาพของการชิงเปรตอาจดูโกลาหลวุ่นวาย แต่เบื้องหลังนั้นเต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง ความเชื่อระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการจำลองการแย่งชิงอาหารของเหล่าเปรตที่หิวโหย การที่ลูกหลานได้กินของที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ถือเป็นการได้รับพรและความเป็นสิริมงคลจากบรรพบุรุษโดยตรง เป็นความสุขใจและความสนุกสนานที่ผสมผสานกับความเชื่อทางศาสนาได้อย่างลงตัว พิธีกรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญ แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้นในชุมชนอีกด้วย

ขนมเดือนสิบ: สัญลักษณ์แทนความห่วงใย

องค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในหมฺรับคือขนม 5 ชนิด ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แตกต่างกันไป เป็นสื่อแทนความรักและความห่วงใยที่ลูกหลานมีต่อบรรพบุรุษ

  1. ขนมพอง: ทำจากข้าวเหนียวนึ่งแล้วนำไปตากแดดให้พองฟู มีน้ำหนักเบา สื่อความหมายว่าเป็นแพหรือพาหนะให้บรรพบุรุษใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ
  2. ขนมลา: เป็นขนมเส้นใยละเอียด ทำจากแป้งข้าวเจ้าและน้ำตาลโตนด มีลักษณะคล้ายผืนผ้า สื่อความหมายว่าเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้บรรพบุรุษได้สวมใส่
  3. ขนมบ้า: ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมมะพร้าว ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง มีลักษณะกลมแบนคล้ายลูกสะบ้า สื่อความหมายว่าเป็นลูกสะบ้าสำหรับใช้ละเล่นเพื่อความบันเทิง
  4. ขนมดีซำ (หรือขนมเมซำ): มีลักษณะเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมคล้ายเบี้ย สื่อความหมายว่าเป็นเงินเบี้ยสำหรับให้บรรพบุรุษได้ใช้สอยในปรโลก
  5. ขนมกง (หรือขนมไข่ปลา): มีลักษณะเป็นวงกลมคล้ายกำไลหรือแหวน สื่อความหมายว่าเป็นเครื่องประดับให้บรรพบุรุษได้สวมใส่

กำหนดการจัดงานสารทเดือนสิบ 2568

งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2568 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 15 วัน 15 คืน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน ซึ่งสามารถสรุปกำหนดการสำคัญได้ดังนี้

ตารางสรุปกำหนดการสำคัญในงานประเพณีสารทเดือนสิบ 2568 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช (เป็นกำหนดการโดยประมาณ)
ช่วงวันที่ กิจกรรมสำคัญ สถานที่หลัก
ก่อนวันที่ 12 ก.ย. 68 พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 7 จุดสำคัญทั่วเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล สถานที่สำคัญต่างๆ ในตัวเมือง
12 กันยายน 2568 พิธีเปิดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดอย่างเป็นทางการ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด)
13 – 20 กันยายน 2568 การประกวดแข่งขันต่างๆ เช่น กลอนสด, ยุวโนรา, หนังตะลุง, กีฬาเซปักตะกร้อ / การออกร้านกาชาด / มหรสพและการแสดงบนเวที สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 และเวทีกลาง
21 กันยายน 2568 (วันยกหมฺรับ) ขบวนแห่หมฺรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากหน่วยงานต่างๆ และพิธีถวายหมฺรับ ณ วัดพระมหาธาตุฯ ถนนราชดำเนิน, วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
22 – 25 กันยายน 2568 กิจกรรมลานวัฒนธรรม การสาธิตทำขนมเดือนสิบ และการแสดงศิลปะพื้นบ้านต่อเนื่อง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, สนามหน้าเมือง
26 กันยายน 2568 (วันส่งตายาย) พิธีทำบุญใหญ่ส่งท้าย และพิธีกรรมชิงเปรตตามวัดต่างๆ ทั่วจังหวัด วัดต่างๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

การเตรียมตัวสัมผัสประสบการณ์งานบุญใหญ่

สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปร่วมงานสารทเดือนสิบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเยี่ยมชม

แม้ว่างานจะจัดขึ้นเป็นเวลา 15 วัน แต่ช่วงเวลาที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือช่วง วันที่ 20-22 กันยายน 2568 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีขบวนแห่หมฺรับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวันที่ 21 กันยายน ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจและหาชมได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากต้องการสัมผัสกับพิธีกรรมชิงเปรตอย่างใกล้ชิด ควรวางแผนเดินทางไปใน วันที่ 26 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันส่งตายาย โดยสามารถเข้าร่วมพิธีได้ตามวัดต่างๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง

ข้อควรรู้และแนวทางปฏิบัติ

  • การแต่งกาย: ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าไปในบริเวณวัดหรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ควรเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีเนื่องจากสภาพอากาศอาจร้อนอบอ้าว
  • การจองที่พักและการเดินทาง: เนื่องจากเป็นเทศกาลใหญ่ ควรจองที่พักและตั๋วเดินทางล่วงหน้าเป็นเวลานาน เพราะที่พักในตัวเมืองอาจเต็มอย่างรวดเร็ว
  • การเข้าร่วมกิจกรรม: นักท่องเที่ยวสามารถร่วมทำบุญตักบาตรหรือถวายสังฆทานได้ตามวัดต่างๆ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประเพณี สำหรับการชมขบวนแห่ ควรหาทำเลที่เหมาะสมริมถนนราชดำเนินล่วงหน้า
  • ความเคารพต่อประเพณี: ขณะชมพิธีกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการชิงเปรต ควรเฝ้าดูด้วยความเคารพและทำความเข้าใจในความเชื่อของคนท้องถิ่น หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการลบหลู่หรือไม่ให้เกียรติสถานที่

บทสรุป: จิตวิญญาณแห่งแดนใต้ที่รอการมาเยือน

งานประเพณี สารทเดือนสิบ 2568: เที่ยวนครฯ แห่หมฺรับ-ชิงเปรต ไม่ใช่เป็นเพียงเทศกาลท่องเที่ยวประจำปี แต่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาวปักษ์ใต้ ที่ผสานความเชื่อทางศาสนา ความกตัญญู และความสนุกสนานรื่นเริงของชุมชนไว้เป็นหนึ่งเดียว การได้เห็นขบวนแห่หมฺรับอันวิจิตรตระการตา และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศในพิธีชิงเปรต ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและน่าจดจำ การเดินทางมาเยือนนครศรีธรรมราชในช่วงเวลานี้ จึงเปรียบเสมือนการเดินทางเข้าไปเรียนรู้วิถีชีวิตและพลังแห่งศรัทธาที่ยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแข็งแกร่งและงดงาม