ก.ล.ต. เข้ม! ส่องกฎใหม่คุม ‘Fin-fluencer’ ปี 2569
ภูมิทัศน์ของการลงทุนในยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยมีผู้มีอิทธิพลด้านการเงิน หรือ “Fin-fluencer” เข้ามามีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลและชี้นำการตัดสินใจของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายและคุ้มครองผู้ลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงได้เตรียมปรับปรุงกฎเกณฑ์การกำกับดูแลให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญของกฎใหม่
- ขยายขอบเขตการกำกับดูแล: หลักเกณฑ์ใหม่จะครอบคลุมการโฆษณาและการสื่อสารผ่าน Fin-fluencer และแอดมินเพจอย่างชัดเจน โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่ในนามของบริษัท
- เพิ่มความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจ: ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัลจะต้องมีกระบวนการตรวจสอบและควบคุมเนื้อหาที่ Fin-fluencer นำเสนอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถูกต้องและไม่ชี้นำอย่างไม่เหมาะสม
- เน้นความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูล: Fin-fluencer จะต้องเปิดเผยความสัมพันธ์และผลประโยชน์ทับซ้อนกับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทที่แนะนำอย่างชัดเจน เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนประกอบการตัดสินใจ
- ควบคุมการให้คำแนะนำการลงทุน: เนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการชักจูงให้ซื้อ ถือ หรือขายสินทรัพย์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุน หรือคริปโต จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และอาจต้องดำเนินการโดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น
ทำความเข้าใจกฎใหม่: ก.ล.ต. เข้ม! ส่องกฎใหม่คุม ‘Fin-fluencer’ ปี 2569
ปรากฏการณ์ Fin-fluencer หรืออินฟลูเอนเซอร์สายการเงิน ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น YouTube, TikTok, Facebook และ Instagram บุคคลเหล่านี้สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับการเงินและการลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เข้าถึงคนหมู่มาก โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ Gen Z และ Millennials อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือมีลักษณะชี้นำอย่างไม่โปร่งใส ด้วยเหตุนี้ ประเด็น ก.ล.ต. เข้ม! ส่องกฎใหม่คุม ‘Fin-fluencer’ ปี 2569 จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องจับตามอง เพื่อยกระดับมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย
เหตุผลเบื้องหลังความเข้มงวด
การตัดสินใจปรับปรุงกฎระเบียบของ ก.ล.ต. มีที่มาจากหลายปัจจัยสำคัญ ประการแรกคืออิทธิพลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของ Fin-fluencer ต่อการตัดสินใจลงทุนของประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนโดยขาดความเข้าใจในความเสี่ยงที่แท้จริง ประการที่สอง มีการตรวจพบกรณีที่เนื้อหาบางส่วนเข้าข่ายการให้คำแนะนำการลงทุน หรือการชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์เฉพาะเจาะจงโดยผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจสร้างความเสียหายให้นักลงทุนได้
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนก็เป็นอีกหนึ่งความกังวลหลัก Fin-fluencer บางรายอาจได้รับค่าตอบแทนเพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางอย่าง แต่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ผู้ติดตามทราบ ทำให้ข้อมูลที่นำเสนอขาดความเป็นกลางและอาจไม่ได้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์สูงสุดของนักลงทุนเป็นที่ตั้ง การกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจึงมุ่งเป้าไปที่การปิดช่องว่างเหล่านี้ เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่โปร่งใสและเชื่อถือได้
ใครคือผู้ที่ได้รับผลกระทบ
กฎระเบียบใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 จะส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวงกว้าง ได้แก่:
- Fin-fluencer และผู้สร้างคอนเทนต์การเงิน: เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จะต้องปรับตัวและเพิ่มความระมัดระวังในการสร้างสรรค์เนื้อหา ต้องศึกษาและทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตของการให้ข้อมูลกับการให้คำแนะนำ รวมถึงการเปิดเผยความสัมพันธ์กับผู้ประกอบธุรกิจอย่างโปร่งใส
- ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล: บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจัดการกองทุน และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ Fin-fluencer ในการทำการตลาด จะต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่ออกไป ต้องจัดให้มีระบบการตรวจสอบ ควบคุม และอนุมัติเนื้อหาก่อนการเผยแพร่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต.
- นักลงทุนรายย่อย: จะได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลที่ได้รับจะมีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกชักจูงด้วยข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบการตัดสินใจลงทุนเสมอ
เจาะลึกรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่
หลักเกณฑ์ใหม่ที่ ก.ล.ต. เตรียมบังคับใช้ในปี 2569 มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการสื่อสารข้อมูลด้านการลงทุนให้มีความรับผิดชอบและโปร่งใส โดยมีสาระสำคัญที่สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลักดังนี้
การขยายขอบเขตการกำกับดูแล
กฎเกณฑ์เดิมอาจยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอในการกำกับดูแลการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียสมัยใหม่ แต่แนวทางใหม่นี้จะปรับปรุงหลักเกณฑ์การโฆษณาของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงการใช้ Fin-fluencer และแอดมินเพจอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่า การสื่อสารใดๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. โดยผู้ประกอบธุรกิจจะต้องรับผิดชอบเสมือนว่าเนื้อหานั้นเป็นการสื่อสารของบริษัทเอง
นิยาม “คำแนะนำ” ที่ต้องควบคุม
หนึ่งในความท้าทายที่สุดคือการแบ่งเส้นระหว่าง “การให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป” กับ “การให้คำแนะนำการลงทุน” กฎใหม่จะให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการ “ชักจูงให้ซื้อ ถือ หรือขาย” สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น หุ้น กองทุนรวม ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโต การนำเสนอเนื้อหาในลักษณะนี้จะต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง และต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ผลประโยชน์ทับซ้อน และที่สำคัญคือสถานะของผู้ให้ข้อมูลว่าได้รับใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนหรือไม่
การสื่อสารข้อมูลที่เจาะจงผลิตภัณฑ์และมีลักษณะชี้นำการตัดสินใจ จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการให้คำแนะนำการลงทุนโดยผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติและไม่ได้รับอนุญาต
หน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบธุรกิจ
จากเดิมที่ภาระความรับผิดชอบอาจไม่ชัดเจน กฎใหม่จะกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ว่าจ้างหรือร่วมมือกับ Fin-fluencer ต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบและควบคุมเนื้อหาอย่างจริงจัง ซึ่งอาจรวมถึงการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (Guideline) สำหรับ Fin-fluencer, การมีระบบตรวจสอบและอนุมัติเนื้อหาก่อนเผยแพร่ (Pre-approval) และการจัดทำรายงานติดตามผลการสื่อสาร เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายและไม่สร้างความเข้าใจผิดให้กับนักลงทุน
หัวใจสำคัญคือความโปร่งใส
ความโปร่งใสเป็นแกนหลักของกฎระเบียบใหม่นี้ Fin-fluencer ที่มีความสัมพันธ์ในเชิงพาณิชย์กับผลิตภัณฑ์หรือบริษัทใดๆ จะต้องเปิดเผยความสัมพันธ์นั้นให้ผู้รับสารทราบอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย เช่น การระบุว่าเป็น “Sponsored Content” หรือ “เนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน” เพื่อให้นักลงทุนสามารถประเมินความเป็นกลางของข้อมูลและตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน
| ประเด็นการกำกับดูแล | แนวทางเดิม (ก่อนปี 2569) | กฎใหม่ (มีผลบังคับใช้ปี 2569) |
|---|---|---|
| ขอบเขตการกำกับดูแล | การกำกับดูแลยังไม่ครอบคลุมชัดเจน เน้นที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นหลัก | ขยายขอบเขตให้ครอบคลุม Fin-fluencer และแอดมินเพจที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจ |
| ความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจ | ความรับผิดชอบต่อเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์ยังไม่ชัดเจน | ผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อเนื้อหา และต้องมีระบบตรวจสอบควบคุม |
| การเปิดเผยข้อมูล | ไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนเรื่องการเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน | บังคับให้ Fin-fluencer ต้องเปิดเผยความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์อย่างชัดเจนและโปร่งใส |
| ลักษณะเนื้อหาที่ควบคุม | เน้นควบคุมการโฆษณาที่เป็นทางการของผู้ประกอบธุรกิจ | ควบคุมเนื้อหาที่มีลักษณะ “ชี้ชวน” ให้ซื้อ/ถือ/ขายสินทรัพย์อย่างเข้มงวด |
ความร่วมมือเพื่อสร้างมาตรฐานและจริยธรรม
นอกจากการออกกฎระเบียบแล้ว ก.ล.ต. ยังทำงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจและส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรมให้แก่ผู้สร้างคอนเทนต์ด้านการเงิน โดยไม่ได้มอง Fin-fluencer เป็นเพียงผู้ที่ต้องถูกกำกับดูแล แต่ยังมองเป็นพันธมิตรสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องสู่ประชาชน
โครงการ “Responsible Voice”
หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นคือ “Responsible Voice” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินที่สำคัญของไทย ได้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต., สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โครงการนี้จัดขึ้นเพื่ออบรมและให้ความรู้แก่ Fin-fluencer และผู้ผลิตสื่อการเงินโดยตรง
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการส่งเสริมให้ผู้สร้างคอนเทนต์สามารถสื่อสารข้อมูลทางการเงินที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง มีความรับผิดชอบ และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและจริยธรรม เนื้อหาการอบรมจะครอบคลุมถึงข้อควรระวังในการนำเสนอข้อมูล กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ผลิตสื่อ เพื่อยกระดับคุณภาพของข้อมูลทางการเงินในภาพรวม
มุมมองในระดับสากลและผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ
การเคลื่อนไหวของ ก.ล.ต. ประเทศไทยสอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก หน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศต่างกำลังเผชิญกับความท้าทายจากอิทธิพลของ Fin-fluencer เช่นเดียวกัน
แนวโน้มการกำกับดูแลทั่วโลก
องค์กรกำกับหลักทรัพย์นานาชาติ (IOSCO) ได้ออกมาเตือนและเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ Fin-fluencer ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ก็ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับอินฟลูเอนเซอร์บางรายที่โปรโมตสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่เปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทน แนวทางเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแล Fin-fluencer เป็นวาระสำคัญระดับโลกที่มุ่งเน้นการคุ้มครองนักลงทุนในยุคดิจิทัล
ผลกระทบต่อนักลงทุน
ในระยะยาว กฎใหม่นี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนอย่างมาก เพราะจะช่วยกรองข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพหรือมีเจตนาแอบแฝงออกไป นักลงทุนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงต้องมีหน้าที่ในการศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง (Do Your Own Research) และไม่เชื่อข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว การกระจายความเสี่ยงและทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนยังคงเป็นหลักการที่สำคัญที่สุด
ผลกระทบต่อ Fin-fluencer และผู้ผลิตสื่อ
สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการยกระดับความเป็นมืออาชีพ ผู้ที่สามารถปรับตัวและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ได้จะสร้างความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับในระยะยาว Fin-fluencer จะต้องเปลี่ยนจากการนำเสนอเนื้อหาที่เน้นการชี้นำไปสู่การให้ความรู้ที่เป็นกลางและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งและยั่งยืนบนพื้นฐานของความไว้วางใจจากผู้ติดตาม
สรุปและแนวทางสำหรับอนาคต
การที่ ก.ล.ต. เตรียมบังคับใช้กฎใหม่เพื่อควบคุม Fin-fluencer ในปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนไทยให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล มาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการทำงานของผู้สร้างคอนเทนต์ แต่เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยมีหัวใจสำคัญคือการคุ้มครองนักลงทุน
ในอนาคตอันใกล้ ทุกภาคส่วนจะต้องปรับตัว Fin-fluencer ต้องเพิ่มความรอบคอบในการผลิตเนื้อหาและยึดหลักความโปร่งใส ผู้ประกอบธุรกิจต้องเพิ่มความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ และนักลงทุนต้องเพิ่มความตระหนักรู้และใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำไปสู่ระบบนิเวศการลงทุนออนไลน์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงและยั่งยืนของตลาดทุนไทยในระยะยาว