Home » รัฐบาลทุ่มงบ Soft Power! ดัน 5F สร้างรายได้เข้าประเทศ

รัฐบาลทุ่มงบ Soft Power! ดัน 5F สร้างรายได้เข้าประเทศ

สารบัญ

นโยบาย รัฐบาลทุ่มงบ Soft Power! ดัน 5F สร้างรายได้เข้าประเทศ ได้กลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์เรือธงที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ “อำนาจอ่อน” หรือวัฒนธรรมเป็นตัวนำ ซึ่งนับเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และรายได้ของประเทศในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของการขับเคลื่อน Soft Power ของไทย

  • การอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่: รัฐบาล โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 กลุ่ม หรือ 5F
  • ยุทธศาสตร์ 5F: นโยบายนี้มุ่งเน้นส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อาหาร (Food), ภาพยนตร์ (Film), แฟชั่น (Fashion), ศิลปะการต่อสู้ (Fighting), และเทศกาล (Festival) ให้มีศักยภาพในระดับสากล
  • เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน: ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมจาก 1.5 ล้านล้านบาทในปี 2565 เป็น 3.45 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของ GDP
  • กลไกขับเคลื่อนแบบบูรณาการ: มีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
  • การสร้างเวทีระดับนานาชาติ: มีการจัดงาน Soft Power Forum เพื่อเป็นเวทีแสดงศักยภาพและสร้างเครือข่ายในระดับโลก แม้จะมีการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณที่ใช้ก็ตาม

ทำความเข้าใจนโยบาย Soft Power และ 5F ฉบับรัฐบาล

นโยบาย รัฐบาลทุ่มงบ Soft Power! ดัน 5F สร้างรายได้เข้าประเทศ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของภาครัฐในการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ โดยยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลมาจากการเล็งเห็นถึงศักยภาพของสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมไทยที่สามารถสร้างมูลค่าและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติได้ การลงทุนครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยเติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ความสำคัญของนโยบายนี้อยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองจากการมองวัฒนธรรมเป็นเพียงสิ่งที่ต้องอนุรักษ์ มาสู่การมองเป็น “ทุน” ที่สามารถต่อยอดและสร้างรายได้ได้จริง รัฐบาลมุ่งหวังว่าการผลักดันอย่างจริงจังจะช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับคนไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ นโยบายนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเศรษฐกิจ แต่ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของคนในชาติอีกด้วย

ความหมายและความสำคัญของ Soft Power ในมิติเศรษฐกิจ

ความหมายและความสำคัญของ Soft Power ในมิติเศรษฐกิจ

Soft Power หรือ “อำนาจอ่อน” คือความสามารถในการชักจูงหรือสร้างอิทธิพลต่อผู้อื่นโดยไม่ใช้การบังคับหรืออำนาจทางทหาร แต่ใช้การสร้างแรงดึงดูดผ่านวัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบายต่างประเทศ ในบริบทของประเทศไทย Soft Power คือการนำเสนอเสน่ห์และเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ศิลปะ ภาพยนตร์ หรือประเพณี เพื่อสร้างการยอมรับและความชื่นชมจากประชาคมโลก ซึ่งจะนำไปสู่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในท้ายที่สุด

ความสำคัญในมิติเศรษฐกิจคือ เมื่อวัฒนธรรมไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชอบในต่างแดน จะทำให้เกิดความต้องการในสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องตามมา ตัวอย่างเช่น เมื่ออาหารไทยโด่งดังไปทั่วโลก ก็จะเกิดความต้องการวัตถุดิบและร้านอาหารไทยเพิ่มขึ้น หรือเมื่อภาพยนตร์ไทยได้รับความนิยม ก็จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวตามรอยสถานที่ถ่ายทำ การขับเคลื่อน Soft Power จึงเป็นการสร้าง “แบรนด์ประเทศไทย” ให้แข็งแกร่งและน่าดึงดูด ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันบนเวทีโลกยุคใหม่ที่เศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์

เจาะลึกยุทธศาสตร์ 5F คืออะไรและมีอะไรบ้าง?

ยุทธศาสตร์ 5F คือกรอบการดำเนินงานที่รัฐบาลกำหนดขึ้นเพื่อจัดกลุ่มและมุ่งเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูง 5 แขนงหลัก โดยแต่ละ F มีเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาที่แตกต่างกันไป ดังนี้

5F เป็นหัวใจสำคัญในการแปลงวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยดึงจุดเด่นของแต่ละอุตสาหกรรมออกมาเพื่อสร้างแรงดึงดูดในระดับสากล

F – Food (อาหาร): รสชาติไทยสู่ครัวโลก

อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ชัดเจนที่สุดของไทย การผลักดันในด้านนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากขึ้น ตั้งแต่ Street Food ไปจนถึงระดับ Fine Dining กลยุทธ์ที่ใช้รวมถึงการสนับสนุนเชฟไทยให้ไปแข่งขันในเวทีระดับโลก การพัฒนาหลักสูตรการทำอาหารไทยสำหรับชาวต่างชาติ การส่งเสริมการส่งออกวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสไทยที่มีคุณภาพ รวมถึงการสร้างมาตรฐาน “Thai SELECT” เพื่อรับรองคุณภาพร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ “อาหารไทย” เป็นตัวเลือกแรกๆ ของผู้คนทั่วโลกเมื่อนึกถึงอาหารเอเชีย

F – Film (ภาพยนตร์): อุตสาหกรรมบันเทิงที่สร้างมูลค่า

อุตสาหกรรมภาพยนตร์และเนื้อหาสร้างสรรค์ (Content) ของไทยมีศักยภาพในการเติบโตสูง การส่งเสริมในส่วนนี้ครอบคลุมตั้งแต่การสนับสนุนด้านเงินทุนสำหรับผู้ผลิตภาพยนตร์และซีรีส์ การพัฒนาทักษะบุคลากรในวงการ เช่น ผู้กำกับ นักเขียนบท และทีมงานเทคนิคพิเศษ ไปจนถึงการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ (Location) ชั้นนำของโลก นโยบายนี้ยังรวมถึงการนำผลงานของไทยไปจัดแสดงในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เพื่อเปิดตลาดใหม่ๆ และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย ซึ่งจะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวของไทยผ่านสื่อบันเทิงไปในตัว

F – Fashion (แฟชั่น): เอกลักษณ์ผ้าไทยบนเวทีสากล

แฟชั่นไทยมีจุดเด่นที่การผสมผสานระหว่างหัตถศิลป์ดั้งเดิมกับดีไซน์ร่วมสมัย โดยเฉพาะการใช้ผ้าไทยที่เป็นเอกลักษณ์ การผลักดันด้านแฟชั่นจึงมุ่งเน้นการสนับสนุนนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้มีเวทีแสดงผลงานทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาคุณภาพของผ้าไทยให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ตลาดสากลมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการสร้างแบรนด์แฟชั่นไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก เป้าหมายคือการยกระดับ “ผ้าไทย” และ “ดีไซน์ไทย” ให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

F – Fighting (ศิลปะการต่อสู้): เสน่ห์มวยไทยที่แข็งแกร่ง

มวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก การขับเคลื่อนในมิตินี้คือการยกระดับมาตรฐานของมวยไทยให้เป็นกีฬาสากลอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การพัฒนานักมวยและค่ายมวยให้มีคุณภาพ การจัดตั้งสถาบันสอนมวยไทยสำหรับชาวต่างชาติ ไปจนถึงการส่งเสริมการจัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลกในประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา นอกจากการส่งเสริมในแง่ของกีฬาแล้ว ยังมีการผลักดันมวยไทยในฐานะศาสตร์แห่งการออกกำลังกายและป้องกันตัว ซึ่งช่วยขยายฐานความนิยมไปสู่กลุ่มคนทั่วไปได้กว้างขวางขึ้น

F – Festival (เทศกาล): ประเพณีไทยดึงดูดนักท่องเที่ยว

ประเทศไทยมีเทศกาลและประเพณีที่มีเสน่ห์มากมายตลอดทั้งปี กลยุทธ์ในส่วนนี้คือการยกระดับเทศกาลท้องถิ่นให้กลายเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการผลักดันเทศกาลสงกรานต์ให้เป็น World Water Festival ที่มีชื่อเสียงเทียบเท่าเทศกาลดังอื่นๆ ของโลก นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนาเทศกาลอื่นๆ เช่น ลอยกระทง หรือเทศกาลดนตรีและศิลปะต่างๆ ให้มีมาตรฐานการจัดงานที่เป็นสากลและน่าสนใจยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจและกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

ตารางสรุปยุทธศาสตร์ 5F และเป้าหมายการขับเคลื่อน Soft Power ของไทย
อุตสาหกรรม (F) คำอธิบายและศักยภาพ เป้าหมายหลักในการส่งเสริม
Food (อาหาร) การใช้รสชาติและวัฒนธรรมอาหารไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นจุดขาย ผลักดันให้ครัวไทยเป็นครัวโลก (Kitchen of the World) สร้างมาตรฐานร้านอาหารและส่งออกวัตถุดิบ
Film (ภาพยนตร์) อุตสาหกรรมบันเทิงที่มีศักยภาพในการเล่าเรื่องราวและเผยแพร่วัฒนธรรมไทย สนับสนุนการผลิตเนื้อหาคุณภาพสูงและส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์นานาชาติ
Fashion (แฟชั่น) การผสมผสานหัตถกรรมผ้าไทยเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยเพื่อสร้างมูลค่า ยกระดับแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยและผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดแฟชั่นโลก
Fighting (ศิลปะการต่อสู้) มวยไทยเป็นศิลปะป้องกันตัวที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สร้างมาตรฐานมวยไทยให้เป็นกีฬาสากลและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
Festival (เทศกาล) ประเพณีและเทศกาลที่มีสีสันและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ยกระดับเทศกาลสำคัญ เช่น สงกรานต์ ให้เป็นอีเวนต์ระดับโลก (World Class Event)

งบประมาณและเป้าหมายทางเศรษฐกิจจาก Soft Power

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ยุทธศาสตร์นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก คือการตั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนและการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการผลักดันนโยบายนี้ให้ประสบความสำเร็จ

เป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ท้าทาย

รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการเพิ่มรายได้จากสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จากเดิมที่มีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาทในปี 2565 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 3.45 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 ซึ่งหมายถึงการเติบโตมากกว่าเท่าตัวในระยะเวลาเพียง 5 ปี หากทำได้สำเร็จ มูลค่าจากอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

การจัดสรรงบประมาณและโครงการสำคัญ

เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นจริง รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5F แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณรวมทั้งหมดอย่างเป็นทางการ แต่โครงการนำร่องต่างๆ ก็เริ่มได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ตัวอย่างเช่น การจัดงาน “Soft Power Forum 2025” ซึ่งเป็นเวทีประชุมนานาชาติเพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์และศักยภาพของ Soft Power ไทย ได้รับการอนุมัติงบประมาณราว 55.4 ล้านบาท การจัดสรรงบประมาณในลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพและเชื่อมโยงกับตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การใช้งบประมาณจำนวนมากสำหรับอีเวนต์เฉพาะกิจก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโดยรวมยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัว

กลไกการขับเคลื่อนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความสำเร็จของนโยบายระดับชาตินี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือและการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วน รัฐบาลได้จัดตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ขึ้นมาเป็นองค์กรกำกับดูแลหลัก เพื่อกำหนดทิศทางและนโยบายในภาพรวม โดยมีหน่วยงานปฏิบัติการที่สำคัญ ได้แก่:

  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์: มีบทบาทสำคัญในการนำสินค้าและบริการจากอุตสาหกรรม 5F ไปสู่ตลาดโลก ผ่านการจัดงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และการส่งเสริมการขายในต่างประเทศ
  • กระทรวงวัฒนธรรม: ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นต้นทุนสำคัญของ Soft Power รวมถึงการสนับสนุนศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงาน
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา: รับผิดชอบในการเชื่อมโยง Soft Power เข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ เช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (มวยไทย) และการโปรโมตเทศกาลต่างๆ

การทำงานร่วมกันของหน่วยงานเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้การผลักดัน Soft Power เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการทำการตลาดในระดับสากล

ความท้าทายและบทสรุปของนโยบาย Soft Power ไทย

แม้ว่านโยบาย รัฐบาลทุ่มงบ Soft Power! ดัน 5F สร้างรายได้เข้าประเทศ จะเต็มไปด้วยศักยภาพและความหวัง แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่สูงในตลาดโลก การรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ และที่สำคัญคือความต่อเนื่องของนโยบายในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนที่สม่ำเสมอจากภาครัฐและการปรับตัวของภาคเอกชน

โดยสรุป ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน Soft Power ผ่าน 5F ถือเป็นก้าวสำคัญและเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การนำวัฒนธรรมซึ่งเป็นรากฐานของชาติมาเป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศบนเวทีโลกเป็นทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้ไม่ได้วัดกันที่งบประมาณที่ทุ่มลงไปเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และความสามารถในการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์นี้จะเป็นตัวชี้วัดอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในทศวรรษต่อไป