ลาก่อนไกด์เถื่อน! ททท.เปิดตัว ‘ไกด์ AI’ นำเที่ยว
- ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล
- การปฏิวัติอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์
- ลาก่อนไกด์เถื่อน! ททท.เปิดตัว ‘ไกด์ AI’ นำเที่ยว: ก้าวสู่เวทีโลก
- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่
- อนาคตของระบบนิเวศการท่องเที่ยวและบทบาทใหม่ของมัคคุเทศก์
- บทสรุป: ทิศทางการท่องเที่ยวไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้แก้ปัญหาที่สั่งสมมานานและยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว การประกาศเปิดตัวแอปพลิเคชันนำเที่ยวอัจฉริยะภายใต้ชื่อ ‘Sawasdee AI’ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการก้าวสู่ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล
- การเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘Sawasdee AI’: ททท. ได้พัฒนาไกด์นำเที่ยวปัญญาประดิษฐ์ส่วนตัว เพื่อเป็นเครื่องมือวางแผนการเดินทางแบบเรียลไทม์ ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว และช่วยแปลภาษาได้อย่างทันท่วงที
- ยุทธศาสตร์ชาติขับเคลื่อนด้วย AI: การนำ AI มาใช้เป็นแกนหลักในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ประกอบการ
- การแก้ไขปัญหาไกด์เถื่อน: การใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือ เพื่อลดปัญหาการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและการหลอกลวงจากบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาต
- การแสดงศักยภาพบนเวทีโลก: การจัดงานระดับนานาชาติ เช่น NAS SUMMIT BANGKOK 2025 เพื่อแสดงความพร้อมและดึงดูดบุคลากรด้านเทคโนโลยีและคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากทั่วโลก
- นโยบายเชิงรุกสู่ดิจิทัล: ผู้ว่าการ ททท. สั่งการให้สำนักงาน ททท. ทั้ง 29 แห่งทั่วโลกนำเครื่องมือ AI มาใช้ในการตลาดยุคใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
การปฏิวัติอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์
การประกาศนโยบาย ลาก่อนไกด์เถื่อน! ททท.เปิดตัว ‘ไกด์ AI’ นำเที่ยว ไม่ใช่เป็นเพียงการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ แต่คือการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ยุทธศาสตร์นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ทันสมัย ปลอดภัย และสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการค้นหาข้อมูล วางแผนการเดินทาง และแบ่งปันประสบการณ์
ททท. มองว่า AI คือเครื่องมือที่จะมาปลดล็อกศักยภาพของการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวไปอีกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการกับความท้าทายเดิมๆ เช่น ปัญหาไกด์ที่ไม่มีใบอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นทางการ จะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไป
นิยามและความสามารถของ Sawasdee AI
‘Sawasdee AI’ ถูกออกแบบมาให้เป็นมากกว่าแอปพลิเคชันนำทาง แต่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ความสามารถหลักของไกด์ AI นี้ครอบคลุมตั้งแต่การให้ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงการให้คำแนะนำที่ซับซ้อนและเป็นส่วนตัว โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน
ความสามารถเด่นของแอปพลิเคชันประกอบด้วย:
- การวางแผนการเดินทางแบบเรียลไทม์: ผู้ใช้สามารถสร้างแผนการเดินทางที่ยืดหยุ่น โดย AI จะช่วยแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดตามเวลา สภาพอากาศ และความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในขณะนั้น
- การค้นพบสถานที่ใหม่ (Hidden Gems): นอกเหนือจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม AI จะวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร หรือกิจกรรมในท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้
- ผู้ช่วยด้านภาษา: ฟังก์ชันแปลภาษาแบบทันที ช่วยทลายกำแพงด้านการสื่อสารระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนในท้องถิ่น ทำให้การเดินทางราบรื่นและเข้าถึงวัฒนธรรมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- การให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้: ข้อมูลทั้งหมดในแอปพลิเคชันมาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการของ ททท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้มั่นใจได้ในความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
เบื้องหลังการทำงานของ ‘ไกด์ AI’ คือยุทธศาสตร์การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจตลาดในเชิงลึก ททท. ตระหนักดีว่า AI ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ในการวางแผนกลยุทธ์ การนำ AI มาใช้จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นในหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์แนวโน้มการท่องเที่ยว การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ไปจนถึงการจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ AI ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้บุคลากรสามารถมุ่งเน้นไปที่การทำงานเชิงสร้างสรรค์และการให้บริการที่มีคุณค่ามากขึ้น เช่น การสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตร หรือการพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงลึกที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด การเปลี่ยนผ่านนี้จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
ลาก่อนไกด์เถื่อน! ททท.เปิดตัว ‘ไกด์ AI’ นำเที่ยว: ก้าวสู่เวทีโลก
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอัจฉริยะ (Smart Tourism) ททท. ไม่ได้จำกัดการพัฒนาอยู่แค่ภายในประเทศ แต่ยังได้นำเสนอวิสัยทัศน์และศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีระดับโลก การจัดกิจกรรมและการประกาศนโยบายที่ชัดเจนเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาคมโลกว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นจุดหมายปลายทางที่ผสานวัฒนธรรมอันงดงามเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
NAS SUMMIT BANGKOK 2025: เวทีแสดงศักยภาพ AI ไทย
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงความจริงจังของ ททท. คือการจัดงาน NAS SUMMIT BANGKOK 2025 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมสัมมนาธรรมดา แต่เป็นมหกรรมที่รวบรวมครีเอเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกกว่า 1,000 ราย ให้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้เกี่ยวกับศักยภาพของ AI ในการสร้างสรรค์เรื่องราวการท่องเที่ยว
วัตถุประสงค์หลักของงานคือการสร้างแรงบันดาลใจและนำเสนอเครื่องมือใหม่ๆ ให้กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อให้พวกเขาสามารถบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในมุมมองที่สดใหม่และน่าสนใจยิ่งขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI ในการผลิตคอนเทนต์ เช่น วิดีโอ รูปภาพ หรือแม้แต่บทความ การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายผู้สนับสนุน (Advocates) ที่จะช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยไปทั่วโลก
นโยบายสู่การปฏิบัติ: การปรับตัวของสำนักงาน ททท. ทั่วโลก
วิสัยทัศน์ของผู้ว่าการ ททท. ได้ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นนโยบายที่ชัดเจน โดยมีการสั่งการให้สำนักงาน ททท. ทั้ง 29 แห่งทั่วประเทศและทั่วโลก นำเทคโนโลยี AI และเครื่องมือสื่อสารยุคใหม่เข้ามาปรับใช้ในกระบวนการทำงานและการตลาดอย่างเร่งด่วน การเปลี่ยนแปลงนี้มุ่งเป้าไปที่การตอบสนองต่อตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Millennials และ Gen Z) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีพฤติกรรมการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ดิจิทัล
การนำเทคโนโลยี AI และเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ เช่น ChatGPT เข้ามาปรับใช้ในทุกสำนักงาน ททท. ทั่วโลก สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การตลาดท่องเที่ยวมีความรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแท้จริง
นโยบายดังกล่าวบังคับให้แต่ละสำนักงานต้องทบทวนกลยุทธ์การตลาดแบบเดิม และหันมาใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่อย่างลึกซึ้ง รวมถึงการใช้ AI ช่วยสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ตรงใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่
นอกเหนือจากการพัฒนาแอปพลิเคชัน ‘Sawasdee AI’ แล้ว ททท. ยังได้นำปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอื่นๆ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย
Thailand Showcase 2025: เจาะตลาดนักท่องเที่ยวยุโรป
ในงาน Thailand Showcase 2025 ซึ่งเป็นงานส่งเสริมการขายที่มุ่งเน้นตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหราชอาณาจักร ททท. ได้แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกับเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality – VR) และความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality – AR) อย่างน่าสนใจ ตัวอย่างที่โดดเด่นคือการสร้างกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถถ่ายภาพเสมือนจริงราวกับว่าได้ไปยืนอยู่หน้าแลนด์มาร์กชื่อดังต่างๆ ทั่วไทย เช่น วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
กิจกรรมลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังในการกระตุ้นความอยากเดินทางและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยในวงกว้าง ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing)
เปรียบเทียบมิติการท่องเที่ยว: ยุคดั้งเดิม vs. ยุคอัจฉริยะ
การมาถึงของเทคโนโลยี AI ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทางท่องเที่ยวไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการท่องเที่ยวในรูปแบบดั้งเดิมกับการท่องเที่ยวอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ดังนี้
| มิติการท่องเที่ยว | แนวทางแบบดั้งเดิม | แนวทางท่องเที่ยวอัจฉริยะ (AI-Powered) |
|---|---|---|
| การเข้าถึงข้อมูล | อาศัยหนังสือนำเที่ยว, ข้อมูลจากคนรู้จัก หรือการค้นหาข้อมูลแบบกระจัดกระจายทางอินเทอร์เน็ต | ข้อมูลรวมศูนย์ ถูกต้อง และอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันทางการ เช่น ‘Sawasdee AI’ |
| การวางแผนการเดินทาง | ใช้เวลาวางแผนนาน อาจต้องปรับเปลี่ยนแผนกะทันหันเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด | AI ช่วยวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด แนะนำกิจกรรมตามความสนใจ และปรับเปลี่ยนแผนได้ทันที |
| อุปสรรคด้านภาษา | ต้องพึ่งพาวลีสนทนาพื้นฐาน พจนานุกรม หรืออาจเกิดความเข้าใจผิดในการสื่อสาร | แอปพลิเคชันมีฟังก์ชันแปลภาษาแบบทันที ช่วยให้การสื่อสารกับคนท้องถิ่นเป็นไปอย่างราบรื่น |
| ความเป็นส่วนตัว | แผนการเดินทางมักเป็นไปตามโปรแกรมทัวร์มาตรฐาน หรือสถานที่ยอดนิยมทั่วไป | AI วิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจ เพื่อสร้างสรรค์แผนการเดินทางและแนะนำสถานที่ที่ตรงใจเฉพาะบุคคล |
| ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ | มีความเสี่ยงที่จะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากไกด์เถื่อน หรืออาจถูกหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ | ลดความเสี่ยงโดยการใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เป็นทางการ มีมาตรฐาน และสามารถตรวจสอบได้ |
อนาคตของระบบนิเวศการท่องเที่ยวและบทบาทใหม่ของมัคคุเทศก์
การเข้ามาของ ‘ไกด์ AI’ ย่อมทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของอาชีพมัคคุเทศก์และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจไม่ใช่การเข้ามาทดแทน แต่เป็นการสร้างสมดุลใหม่และเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น
ไกด์ AI: เครื่องมือส่งเสริมหรือความท้าทาย
เป้าหมายหลักของการพัฒนา ‘ไกด์ AI’ คือการแก้ปัญหา ‘ไกด์เถื่อน’ ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยมาอย่างยาวนาน เทคโนโลยีนี้จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นเครื่องมือสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสมากกว่าที่จะเข้ามาแทนที่มัคคุเทศก์มืออาชีพที่มีใบอนุญาตถูกต้อง
ในทางกลับกัน มัคคุเทศก์มืออาชีพสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เป็นผู้ช่วยในการทำงานได้ เช่น การใช้ AI ช่วยจัดการข้อมูลพื้นฐาน การวางแผนโลจิสติกส์ หรือการตอบคำถามทั่วไปของนักท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้พวกเขามีเวลามากขึ้นในการมุ่งเน้นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้ นั่นคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ การให้ความรู้เชิงลึกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และการแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวที่น่าประทับใจ ดังนั้น บทบาทของมัคคุเทศก์ในอนาคตอาจเปลี่ยนจากการเป็นผู้ให้ข้อมูล (Information Provider) ไปสู่การเป็นผู้สร้างประสบการณ์ (Experience Curator) อย่างเต็มตัว
การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การมีแพลตฟอร์มที่เป็นทางการซึ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ จะช่วยลดโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพหรือได้รับบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน เมื่อนักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ พวกเขาย่อมมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้น พำนักนานขึ้น และกลับมาเยือนประเทศไทยอีกในอนาคต
นอกจากนี้ การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลยังช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การแจ้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง หรือการให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจึงเป็นการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทยในทุกมิติ
บทสรุป: ทิศทางการท่องเที่ยวไทยในยุคปัญญาประดิษฐ์
การที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัว ‘ไกด์ AI’ และผลักดันยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัล การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังอย่างไกด์เถื่อน แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
ผ่านการจัดกิจกรรมระดับโลกและการวางนโยบายที่ชัดเจน ททท. กำลังส่งสัญญาณว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวอัจฉริยะในภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งระบบนิเวศการท่องเที่ยว ตั้งแต่นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ไปจนถึงบทบาทของมัคคุเทศก์ในอนาคต การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง ซึ่งจะกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในทศวรรษหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย