ลดหย่อนภาษี 2569: ไอเทมใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้
การวางแผนภาษีเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ที่ต้องบริหารจัดการรายรับรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ในแต่ละปี กรมสรรพากรมีการปรับปรุงและออกมาตรการลดหย่อนภาษีใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและส่งเสริมการออมการลงทุนในประเทศ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์เหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสิทธิของตนเองและบริหารเงินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

- การมาของ TISA: บัญชีออมทรัพย์เพื่อการลงทุนรูปแบบใหม่ (Thailand Individual Saving Account) ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะกลายเป็นไอเทมหลักในการลดหย่อนภาษีกลุ่มการลงทุนระยะยาว
- สูตรลดหย่อนแบบใหม่: TISA นำเสนอกลไกการคูณสิทธิ์ลดหย่อนตามระดับรายได้ โดยผู้มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อน 1.3 เท่าของเงินลงทุนจริง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก
- สิทธิลดหย่อนเดิมยังคงอยู่: สำหรับการยื่นภาษีในปี 2569 (สำหรับรายได้ปี 2568) ยังคงใช้เกณฑ์ลดหย่อนปัจจุบันเป็นหลัก เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ครอบครัว, ประกัน, กองทุน ThaiESG และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ
- ความสำคัญของการวางแผนล่วงหน้า: การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากมาตรการใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ
ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงการลดหย่อนภาษีปี 2569
สำหรับหัวข้อ ลดหย่อนภาษี 2569: ไอเทมใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจในสองมิติที่แตกต่างกัน มิติแรกคือ “สูตรใหม่” ที่จะเริ่มบังคับใช้กับเงินได้ของปีภาษี 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือบัญชีออมทรัพย์เพื่อการลงทุน TISA และมิติที่สองคือ “สิทธิปัจจุบัน” ที่ยังคงใช้สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีบุคคลธรรมดาในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป็นการยื่นสำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2568
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ต้องวางแผนการเงินและการลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีให้เกิดประโยชน์สูงสุด การทราบข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมตัวและปรับกลยุทธ์การออมได้อย่างเหมาะสมกับเงื่อนไขใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
สูตรใหม่ลดหย่อนภาษีปี 2569: การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
รัฐบาลได้เห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการวางแผนภาษีตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป โดยมี TISA เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่มาพร้อมกติกาการลดหย่อนที่น่าสนใจและแตกต่างไปจากเดิม
TISA: บัญชีออมทรัพย์เพื่อการลงทุนแห่งอนาคต
TISA หรือ Thailand Individual Saving Account คือบัญชีที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและการลงทุนในสินทรัพย์ของประเทศไทยโดยเฉพาะ เช่น หุ้นไทย และกองทุนรวมที่เข้าเกณฑ์ตามที่ภาครัฐกำหนด จุดเด่นของบัญชีนี้คือการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ลงทุน
ผู้เสียภาษีสามารถนำเงินที่ลงทุนในบัญชี TISA และผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนระยะยาวอื่นๆ ที่เข้าข่ายมารวมคำนวณเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 800,000 บาทต่อปีภาษี อย่างไรก็ตาม ความพิเศษของ TISA อยู่ที่กลไกการคำนวณสิทธิ์ลดหย่อนซึ่งจะแตกต่างกันไปตามระดับรายได้ของผู้เสียภาษี
กลไกตัวคูณสิทธิลดหย่อนตามฐานรายได้
ความแปลกใหม่ของ TISA คือการนำ “ตัวคูณ” มาใช้กับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี โดยแบ่งผู้เสียภาษีออกเป็น 2 กลุ่มตามฐานรายได้พึงประเมินต่อปี ดังนี้:
| ระดับรายได้ต่อปี | ตัวคูณสิทธิลดหย่อน | ตัวอย่างการคำนวณ (ลงทุน 100,000 บาท) | สิทธิลดหย่อนสูงสุด (ลงทุนเต็มเพดาน 800,000 บาท) |
|---|---|---|---|
| ไม่เกิน 1,500,000 บาท | 1.3 เท่า ของเงินลงทุนจริง | หักลดหย่อนได้ 130,000 บาท | 1,040,000 บาท |
| เกิน 1,500,000 บาท | 0.7 เท่า ของเงินลงทุนจริง | หักลดหย่อนได้ 70,000 บาท | 560,000 บาท |
กลไกนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการออมในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้ได้รับประโยชน์ทางภาษีมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้สูงยังคงได้รับสิทธิลดหย่อน แต่ในอัตราที่ลดลงเพื่อสร้างสมดุล
กรอบเวลาและสิ่งที่ต้องติดตามเกี่ยวกับ TISA
ตามมติของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ มาตรการภาษีเพื่อการออมระยะยาวผ่าน TISA จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้เสียภาษีต้องตระหนักคือข้อมูลในปัจจุบันยังเป็นเพียง “หลักการ” ที่ผ่านการเห็นชอบเท่านั้น
ผู้ที่สนใจลงทุนใน TISA เพื่อลดหย่อนภาษี ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เช่น ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนได้, ระยะเวลาการถือครองขั้นต่ำ, และเงื่อนไขการไถ่ถอนหน่วยลงทุน เพื่อให้การวางแผนเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการยื่นแบบปี 2569 (รายได้ปี 2568)
แม้ว่า TISA จะเป็นไอเทมใหม่ที่น่าตื่นเต้น แต่การยื่นภาษีบุคคลธรรมดาที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2569 นั้น เป็นการยื่นสำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งยังคงอ้างอิงตามกฎเกณฑ์และสิทธิลดหย่อนในปัจจุบันเป็นหลัก ดังนั้น มนุษย์เงินเดือนและผู้มีเงินได้ทุกคนควรตรวจสอบสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน โดยสามารถแบ่งรายการลดหย่อนที่สำคัญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
กลุ่มลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว: สิทธิพื้นฐานที่ไม่ควรพลาด
รายการในกลุ่มนี้ถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีทุกคนควรตรวจสอบและใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ ซึ่งประกอบด้วย:
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท (สำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน)
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส: ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
- ค่าลดหย่อนบุตร: ตามจำนวนบุตรและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา: สามารถใช้สิทธิ์ได้ทั้งของตนเองและของคู่สมรส หากบิดามารดามีอายุและรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
กลุ่มเงินออม ประกัน และการลงทุน
สำหรับปีภาษี 2568 การลดหย่อนภาษีผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษี ซึ่งไอเทมหลักที่ยังคงใช้สิทธิ์ได้มีดังนี้:
- เบี้ยประกัน: ทั้งประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ ยังสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามวงเงินและเงื่อนไขของประกันแต่ละประเภท
- กองทุนเพื่อการออมระยะยาว: กองทุนกลุ่ม ThaiESG และ ThaiESGX ซึ่งเข้ามาแทนที่ LTF/RMF เดิม ยังคงเป็นตัวเลือกหลักในการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี โดยมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น
- กองทุน ThaiESG: หักลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
- กองทุน ThaiESGX: แบ่งเป็นส่วนเงินลงทุนใหม่และส่วนที่ย้ายมาจาก LTF ซึ่งมีเงื่อนไขและวงเงินเฉพาะที่ต้องตรวจสอบตามประกาศของกรมสรรพากรในปีนั้นๆ
กลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: สิทธิพิเศษที่ต้องอัปเดตรายปี
มาตรการกลุ่มนี้มักออกมาเป็นครั้งคราวและมีอายุสั้นแบบปีต่อปีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ จึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ
Easy E-Receipt (หรือชื่อเดิม ช้อปดีมีคืน):
มาตรการนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงและมีแนวโน้มที่จะกลับมาอีกครั้งในปี 2569 โดยมีหลักการสำคัญคือ การนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice / e-Receipt) ได้ มาหักลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์นี้จึงควรเตรียมความพร้อมโดยขอรับใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เสมอเมื่อมีการใช้จ่าย
มาตรการลดหย่อนอื่นๆ:
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเฉพาะกิจอื่นๆ ที่อาจมีผลบังคับใช้สำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งต้องรอการยืนยันจากภาครัฐอีกครั้ง ตัวอย่างมาตรการที่เคยมีในอดีต ได้แก่:
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย (สูงสุด 100,000 บาท)
- ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)
- เงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)
- ค่าจ้างก่อสร้างบ้านใหม่
- ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
- ค่าซื้อผลงานศิลปะ
แนวทางการวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน
จากการเปลี่ยนแปลงและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เสียภาษีโดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ควรเริ่มวางแผนภาษีล่วงหน้าเพื่อเตรียมรับมือกับเกณฑ์ใหม่และไม่พลาดสิทธิประโยชน์ที่มีอยู่เดิม
เริ่มต้นศึกษาและเตรียมพร้อมสำหรับ TISA
แม้ TISA จะเริ่มใช้กลางปี 2569 แต่การศึกษาข้อมูลตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้เห็นภาพและวางแผนการลงทุนระยะยาวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากตัวคูณ 1.3 เท่าอย่างเต็มที่ ควรเริ่มประเมินความสามารถในการออมและลงทุนเพื่อจัดสรรเงินสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้
ทบทวนสิทธิลดหย่อนพื้นฐานให้ครบถ้วน
อย่าละเลยสิทธิลดหย่อนพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัว คู่สมรส บุตร และบิดามารดา รวมถึงการใช้สิทธิ์จากเบี้ยประกันและกองทุนต่างๆ ที่ซื้อไว้ในปี 2568 ให้ครบถ้วน การรวบรวมเอกสารและตรวจสอบสิทธิ์เหล่านี้ให้พร้อมก่อนถึงกำหนดยื่นภาษีจะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น
สร้างนิสัยการเก็บหลักฐานดิจิทัล
เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มที่จะอ้างอิงกับหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ การสร้างนิสัยในการขอและจัดเก็บ E-Receipt หรือ e-Tax Invoice ทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์ จะทำให้ไม่พลาดโอกาสในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากมาตรการเหล่านี้
ติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
กฎเกณฑ์ทางภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารจากกรมสรรพากรและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันท่วงที โดยเฉพาะรายละเอียดสุดท้ายของ TISA และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะประกาศออกมาสำหรับปีภาษีนั้นๆ
บทสรุป
การเปลี่ยนแปลงรายการลดหย่อนภาษี 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีเงินได้ทุกคนต้องให้ความสนใจ การมาของ TISA พร้อมสูตรคำนวณสิทธิ์ลดหย่อนแบบใหม่ตามฐานรายได้ จะส่งผลต่อกลยุทธ์การออมและการลงทุนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การทำความเข้าใจและใช้สิทธิลดหย่อนที่มีอยู่สำหรับปีภาษี 2568 ให้ครบถ้วนก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น การเตรียมความพร้อมและวางแผนภาษีอย่างรอบคอบตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการบริหารจัดการภาระภาษีและสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในอนาคต