Home » TCAS69 มาแล้ว! สรุปปฏิทิน-เกณฑ์ใหม่ #dek69 ต้องรู้

TCAS69 มาแล้ว! สรุปปฏิทิน-เกณฑ์ใหม่ #dek69 ต้องรู้

สารบัญ

ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS (Thai University Central Admission System) สำหรับปีการศึกษา 2569 ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และผู้สมัครเทียบเท่าในรุ่น #dek69 ที่จะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งสำคัญ การทำความเข้าใจในปฏิทินและเกณฑ์ใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อวางแผนการเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมสำคัญของ TCAS69

  • ประกาศปฏิทินอย่างเป็นทางการ: ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ประกาศกำหนดการ TCAS69 สำหรับ #dek69 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีไทม์ไลน์ครอบคลุมตั้งแต่การสมัครสอบไปจนถึงการยืนยันสิทธิ์ในแต่ละรอบ
  • การเปลี่ยนแปลงวันสอบ TPAT1: หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือ การเลื่อนวันสอบ TPAT1 (ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์) ไปเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 จากเดิมที่เคยจัดสอบในเดือนธันวาคม
  • โครงสร้าง 4 รอบยังคงเดิม: ระบบ TCAS69 ยังคงใช้โครงสร้างการคัดเลือก 4 รอบเช่นเดียวกับปีก่อนหน้า ได้แก่ รอบ Portfolio, รอบ Quota, รอบ Admission และรอบ Direct Admission ซึ่งแต่ละรอบมีวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน
  • ความสำคัญของการเตรียมตัวสอบ: การสอบวัดความถนัดและความรู้เฉพาะทางอย่าง TGAT, TPAT และ A-Level ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการคัดเลือก โดยเฉพาะในรอบ Quota และ Admission การเริ่มต้นเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ

เมื่อการประกาศอย่างเป็นทางการจาก ทปอ. เกี่ยวกับ **TCAS69 มาแล้ว! สรุปปฏิทิน-เกณฑ์ใหม่ #dek69 ต้องรู้** จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่รั้วมหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนรุ่นล่าสุด ระบบ TCAS คือกลไกกลางที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีทั่วประเทศให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดความซับซ้อนและปัญหาการกันสิทธิ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือที่เรียกกันว่า #dek69 รวมถึงผู้สมัครเทียบเท่า การทำความเข้าใจในรายละเอียดของระบบ TCAS69 ตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญดอกแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการเลือกคณะและมหาวิทยาลัยที่ตั้งเป้าหมายไว้

ทำความเข้าใจระบบ TCAS69: คืออะไรและสำคัญอย่างไร

ทำความเข้าใจระบบ TCAS69: คืออะไรและสำคัญอย่างไร

ก่อนที่จะลงลึกในรายละเอียดของปฏิทินและเกณฑ์การคัดเลือก การทำความเข้าใจถึงแก่นแท้และวัตถุประสงค์ของระบบ TCAS เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ผู้สมัครสามารถวางแผนและปรับกลยุทธ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสมกับเส้นทางการคัดเลือกที่หลากหลาย

ความหมายและความสำคัญของ TCAS

TCAS หรือ Thai University Central Admission System คือระบบการคัดเลือกกลางที่ ทปอ. พัฒนาขึ้นเพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่สถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ วัตถุประสงค์หลักของระบบนี้คือการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมกันผ่านกระบวนการที่เป็นมาตรฐานและโปร่งใส

ความสำคัญของ TCAS อยู่ที่การเป็น “ศูนย์กลาง” ของข้อมูลและการดำเนินการทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งแต่การลงทะเบียนในระบบ, การสมัครสอบวัดความรู้ต่างๆ, การเลือกอันดับคณะ, ไปจนถึงการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา ซึ่งช่วยลดภาระของนักเรียนในการต้องติดตามประกาศและสมัครสอบกับแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรงดังเช่นในอดีต นอกจากนี้ ระบบยังถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนหนึ่งคนมีสิทธิ์เข้าศึกษาในหลายสถาบัน (การกันสิทธิ์) ผ่านกลไกการยืนยันสิทธิ์เพียงที่เดียวในแต่ละรอบ

ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของ TCAS69

กลุ่มเป้าหมายหลักของระบบ TCAS69 คือนักเรียนที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในปีการศึกษา 2568 และมีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในปีการศึกษา 2569 ซึ่งประกอบด้วย:

  • #dek69: คำที่ใช้เรียกนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2568 ซึ่งเป็นกลุ่มผู้สมัครที่ใหญ่ที่สุด
  • นักเรียนเทียบเท่า: รวมถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรอื่นๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง เช่น การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.), ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.), หรือหลักสูตรนานาชาติ (เช่น IGCSE, A-Level, IB)
  • นักเรียนที่ต้องการซิ่ว (Re-applicant): ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายไปแล้ว แต่อาจจะกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยหรือยังไม่ได้เข้าศึกษา และต้องการสมัครคัดเลือกใหม่อีกครั้ง

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนในระบบโรงเรียน, นักเรียน homeschool, หรือผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเส้นทางการศึกษา ทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการของ TCAS69 เพื่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในประเทศไทย

ปฏิทิน TCAS69 ฉบับสมบูรณ์: ไทม์ไลน์ที่ #dek69 ห้ามพลาด

การทราบกำหนดการที่ชัดเจนเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนที่ดี ทปอ. ได้ประกาศปฏิทินหลักของ TCAS69 ออกมาแล้ว ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ผู้สมัครทุกคนต้องยึดเป็นแนวทางในการเตรียมตัว

สรุปปฏิทินและกำหนดการสำคัญของระบบ TCAS69 สำหรับปีการศึกษา 2569
กิจกรรม ช่วงเวลา หมายเหตุสำคัญ
การลงทะเบียน myTCAS เริ่ม 28 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับผู้สมัครทุกคน ต้องลงทะเบียนก่อนทำการสมัครสอบหรือสมัครคัดเลือก
สมัครสอบ TPAT1 (กสพท) 1 – 20 ตุลาคม 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
สมัครรอบที่ 1 Portfolio สิงหาคม – ธันวาคม 2568 กำหนดการรับสมัครอาจแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย ต้องตรวจสอบประกาศโดยตรง
ประกาศผลรอบที่ 1 Portfolio 6 กุมภาพันธ์ 2569 ประกาศผลในระบบ myTCAS
ยืนยันสิทธิ์รอบที่ 1 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องทำการยืนยันสิทธิ์ในระบบ myTCAS
สละสิทธิ์รอบที่ 1 8 กุมภาพันธ์ 2569 / 4 พฤษภาคม 2569 มี 2 ช่วงเวลาให้สละสิทธิ์ คือหลังยืนยันสิทธิ์ทันที หรือก่อนสมัครรอบที่ 3
สอบ TPAT1 14 กุมภาพันธ์ 2569 วันสอบมีการเปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้า เลื่อนจากเดือนธันวาคมมาเป็นเดือนกุมภาพันธ์

การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: การเลื่อนสอบ TPAT1

การเลื่อนวันสอบ TPAT1 จากเดือนธันวาคม 2568 ไปเป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลกระทบต่อผู้สมัครในกลุ่ม กสพท (กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย) โดยตรง การเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีข้อดีในแง่ของการเพิ่มเวลาให้นักเรียนได้เตรียมตัวมากขึ้นหลังจากการสอบปลายภาคเรียนที่ 1 อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครต้องวางแผนการอ่านหนังสือใหม่ทั้งหมด เนื่องจากไทม์ไลน์การเตรียมตัวได้เปลี่ยนไป และอาจต้องบริหารเวลาให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบกับการเตรียมสอบ A-Level ที่จะจัดสอบในเดือนมีนาคม

ขั้นตอนแรกสู่รั้วมหาวิทยาลัย: การลงทะเบียน myTCAS

การลงทะเบียนในระบบ myTCAS ซึ่งจะเปิดให้เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถือเป็นประตูบานแรกที่ผู้สมัครทุกคนต้องผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ การลงทะเบียนนี้เป็นการสร้างบัญชีผู้ใช้ส่วนตัวเพื่อใช้ในการดำเนินการทุกอย่างในระบบ TCAS ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการสมัครสอบ TGAT/TPAT/A-Level, การตรวจสอบคะแนน, การเลือกอันดับในรอบ Admission และการจัดการสิทธิ์ต่างๆ ดังนั้น ผู้สมัครควรดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เจาะลึกโครงสร้าง 4 รอบการคัดเลือกของ TCAS69

ระบบ TCAS69 ยังคงแบ่งการคัดเลือกออกเป็น 4 รอบหลัก ซึ่งแต่ละรอบมีลักษณะเฉพาะตัวและเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจในแต่ละรอบจะช่วยให้ผู้สมัครสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของตนเองได้ดีที่สุด

รอบที่ 1: Portfolio

รอบ Portfolio ถูกออกแบบมาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ, ผลงานโดดเด่น หรือมีคุณสมบัติตรงตามที่โครงการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยกำหนด โดยทั่วไปแล้วรอบนี้จะไม่ใช้คะแนนสอบวัดความรู้ แต่จะพิจารณาจากแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ที่แสดงถึงศักยภาพ, ความสามารถ, ทักษะ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่สมัคร

  • กลุ่มเป้าหมาย: นักเรียนที่มีผลงานทางวิชาการดีเยี่ยม (เช่น ชนะการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ), มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ หรือมีกิจกรรมทางสังคมที่โดดเด่น
  • กระบวนการ: ผู้สมัครยื่น Portfolio และเอกสารประกอบการพิจารณาโดยตรงกับมหาวิทยาลัยตามกำหนดการที่แต่ละแห่งประกาศ อาจมีการสอบสัมภาษณ์หรือทดสอบทักษะเฉพาะทางเพิ่มเติม
  • ข้อควรพิจารณา: เป็นรอบที่เปิดโอกาสให้แสดงตัวตนและความสามารถนอกเหนือจากตำราเรียน แต่การแข่งขันสูงและเกณฑ์การประเมินมักมีความเฉพาะตัวสูงมาก

รอบที่ 2: Quota

รอบ Quota เป็นการเปิดรับนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามโควตาที่มหาวิทยาลัยกำหนด เช่น โควตาพื้นที่ (สำหรับนักเรียนในภูมิภาคที่ตั้งของมหาวิทยาลัย), โควตาโรงเรียนในเครือข่าย หรือโควตาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษเฉพาะด้านที่ไม่ได้เปิดรับในรอบ Portfolio

  • กลุ่มเป้าหมาย: นักเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย, นักเรียนจากโรงเรียนที่ทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) หรือผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขโควตาพิเศษต่างๆ
  • กระบวนการ: เกณฑ์การคัดเลือกในรอบนี้มักใช้คะแนนผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ร่วมกับคะแนนสอบส่วนกลางอย่าง TGAT และ TPAT บางมหาวิทยาลัยอาจจัดสอบวิชาเฉพาะของตนเองเพิ่มเติม
  • ข้อควรพิจารณา: ผู้สมัครต้องตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองว่าตรงตามเงื่อนไขของโควตาที่สนใจหรือไม่ เป็นรอบที่ช่วยลดการแข่งขันในระดับประเทศลงได้สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติตรง

รอบที่ 3: Admission

รอบ Admission ถือเป็นรอบการคัดเลือกที่ใหญ่ที่สุดและมีการแข่งขันสูงที่สุด เปิดกว้างสำหรับผู้สมัครทุกคนทั่วประเทศโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การคัดเลือกจะพิจารณาจากคะแนนสอบส่วนกลางเป็นหลัก

  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สมัครทุกคนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด
  • กระบวนการ: ผู้สมัครจะต้องนำคะแนน GPAX, TGAT, TPAT, และ A-Level มาใช้ในการยื่นสมัครผ่านระบบ myTCAS โดยสามารถเลือกคณะ/สาขาวิชาได้สูงสุด 10 อันดับ ระบบจะทำการประมวลผลและประกาศผลเพียงครั้งเดียว
  • ข้อควรพิจารณา: เป็นรอบที่วัดความสามารถทางวิชาการอย่างแท้จริง การเตรียมตัวสอบ TGAT, TPAT และ A-Level ให้ได้คะแนนสูงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การจัดลำดับความชอบอย่างมีกลยุทธ์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อโอกาสในการได้รับการคัดเลือก

รอบที่ 4: Direct Admission

รอบ Direct Admission หรือการรับตรงอิสระ เป็นรอบสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครเพื่อเติมเต็มจำนวนที่นั่งที่ยังว่างอยู่จากการคัดเลือกใน 3 รอบแรก

  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้สมัครที่ยังไม่ผ่านการคัดเลือกในรอบก่อนหน้า หรือผู้ที่สละสิทธิ์มาจากรอบอื่น
  • กระบวนการ: แต่ละมหาวิทยาลัยจะกำหนดเกณฑ์การคัดเลือกและดำเนินการรับสมัครเองโดยตรง ไม่ผ่านระบบกลางของ ทปอ. เกณฑ์อาจมีความยืดหยุ่นสูง ตั้งแต่การใช้คะแนนสอบเดิม, การสอบสัมภาษณ์ หรือการพิจารณาจากคุณสมบัติอื่นๆ
  • ข้อควรพิจารณา: จำนวนที่นั่งที่เปิดรับมักมีจำกัดและอาจไม่มีในคณะ/สาขาวิชาที่ต้องการ ผู้สมัครต้องติดตามประกาศจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่สนใจอย่างใกล้ชิด

ถอดรหัสสนามสอบหลัก: TGAT, TPAT, และ A-Level

คะแนนสอบจาก 3 สนามหลักนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในการคัดเลือกรอบ Quota และ Admission การทำความเข้าใจโครงสร้างและวัตถุประสงค์ของแต่ละการสอบจะช่วยให้การเตรียมตัวมีทิศทางที่ชัดเจน

TGAT (Thai General Aptitude Test): วัดความถนัดทั่วไป

เป็นการสอบที่ออกแบบมาเพื่อวัดศักยภาพในการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ไม่ได้เน้นเนื้อหาความรู้ทางวิชาการ แต่เน้นทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในอนาคต ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก:

  1. TGAT1: การสื่อสารภาษาอังกฤษ (English Communication)
  2. TGAT2: การคิดอย่างมีเหตุผล (Critical and Logical Thinking)
  3. TGAT3: สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Workforce Competencies)

คะแนน TGAT ถูกนำไปใช้ในแทบทุกคณะและสาขาวิชา จึงเป็นการสอบที่ผู้สมัครทุกคนต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

TPAT (Thai Professional Aptitude Test): วัดความถนัดทางวิชาชีพ

เป็นการสอบที่มุ่งวัดความถนัดเฉพาะทางที่สอดคล้องกับกลุ่มวิชาชีพต่างๆ แบ่งออกเป็น 5 ฉบับ ได้แก่:

  • TPAT1: ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ (สำหรับกลุ่ม กสพท)
  • TPAT2: ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์
  • TPAT3: ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
  • TPAT4: ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
  • TPAT5: ความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

ผู้สมัครต้องเลือกสอบ TPAT ในฉบับที่สอดคล้องกับคณะ/สาขาที่ตนเองต้องการเข้าศึกษา

A-Level (Applied Knowledge Level): วัดความรู้เชิงวิชาการ

เป็นการสอบที่มาแทนที่การสอบ 9 วิชาสามัญในอดีต มุ่งเน้นการวัดความรู้เชิงลึกในเนื้อหาวิชาการระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนระดับมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยรายวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ประยุกต์ 1 (คณิตศาสตร์ขั้นสูง), วิทยาศาสตร์ประยุกต์, ฟิสิกส์, เคมี, ชีววิทยา, สังคมศึกษา, ภาษาไทย และภาษาต่างประเทศอื่นๆ คณะ/สาขาวิชาต่างๆ จะกำหนดรายวิชา A-Level ที่ต้องใช้ในการยื่นคะแนนแตกต่างกันไป ผู้สมัครจึงต้องตรวจสอบเกณฑ์ของคณะที่ตนเองสนใจอย่างละเอียด

กลยุทธ์พิชิต TCAS69: #dek69 ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

เมื่อทราบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนและลงมือปฏิบัติ การเตรียมตัวที่ดีและรอบด้านจะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้อย่างมาก

การวางแผนและการติดตามข้อมูลข่าวสาร

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสร้างปฏิทินส่วนตัวโดยอิงจากปฏิทินหลักของ TCAS69 และเพิ่มเติมกำหนดการเฉพาะของมหาวิทยาลัยและคณะที่สนใจเข้าไปด้วย การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ myTCAS ของ ทปอ. และเว็บไซต์ของคณะ/มหาวิทยาลัยโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือประกาศเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

การเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ

ควรเริ่มต้นทบทวนเนื้อหาและฝึกทำข้อสอบเก่าตั้งแต่เนิ่นๆ โดยจัดลำดับความสำคัญของวิชาที่ต้องใช้คะแนนสูงหรือวิชาที่ไม่ถนัด การวางแผนการอ่านหนังสืออย่างเป็นระบบ การเข้าคอร์สเรียนเสริมในส่วนที่ต้องการ หรือการจับกลุ่มติวกับเพื่อน ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมตัวได้

Post navigation