Home » TGAT/TPAT69 มาแล้ว! สรุปครบจบที่เดียว #DEK69

TGAT/TPAT69 มาแล้ว! สรุปครบจบที่เดียว #DEK69

สารบัญ

การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบ TGAT/TPAT69 มาแล้ว! สรุปครบจบที่เดียว #DEK69 ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นการเดินทางครั้งสำคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือกลุ่ม #DEK69 ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือ TCAS ประจำปีการศึกษา 2569 การสอบ TGAT และ TPAT เป็นองค์ประกอบหลักที่มีผลอย่างยิ่งต่อการพิจารณาในหลายรอบและหลายสาขาวิชา

ประเด็นสำคัญที่ DEK69 ต้องรู้

  • TGAT/TPAT คืออะไร: TGAT คือการสอบวัดความถนัดทั่วไป ส่วน TPAT คือการสอบวัดความถนัดเฉพาะทางวิชาชีพ ทั้งสองเป็นการสอบที่เน้นการวัดศักยภาพและทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่การวัดความรู้เชิงวิชาการที่ท่องจำเพียงอย่างเดียว
  • โครงสร้างข้อสอบที่เปลี่ยนไป: TGAT แบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การสื่อสารภาษาอังกฤษ, การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการทักษะที่รอบด้านของบัณฑิตในอนาคต
  • กำหนดการมีความสำคัญอย่างยิ่ง: การติดตามปฏิทินของ TCAS69 เป็นสิ่งจำเป็น ตั้งแต่การลงทะเบียนเข้าระบบ การสมัครสอบในแต่ละประเภท ไปจนถึงกำหนดการในรอบต่าง ๆ เช่น Portfolio, Quota และ Admission เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสำคัญ
  • การเตรียมตัวต้องเน้นทักษะ: การเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ TGAT/TPAT จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเน้นท่องจำเนื้อหามาเป็นการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย

ทำความเข้าใจระบบการสอบ TGAT/TPAT69: ประตูสู่รั้วมหาวิทยาลัย

ระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (TCAS) ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถคัดเลือกผู้เรียนที่มีศักยภาพเหมาะสมกับสาขาวิชานั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การสอบ TGAT (Thai General Aptitude Test) และ TPAT (Thai Professional Aptitude Test) ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการประเมินความพร้อมของผู้สมัครในมิติที่หลากหลายกว่าความรู้ทางวิชาการแบบดั้งเดิม

สำหรับนักเรียนในรุ่น #DEK69 การทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์และโครงสร้างของข้อสอบทั้งสองประเภทนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการวางแผนการศึกษาต่อ การสอบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงบททดสอบ แต่เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพและทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการทำงานในโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ความสำคัญของ TGAT และ TPAT ในระบบ TCAS69

คะแนนจาก TGAT และ TPAT ถูกนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกในหลายรอบของระบบ TCAS ตั้งแต่รอบ Quota, Admission ไปจนถึงรอบ Direct Admission ในบางสถาบันและบางสาขาวิชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบ Admission ซึ่งเป็นรอบที่มีผู้สมัครจำนวนมากที่สุด ค่าน้ำหนักของคะแนน TGAT/TPAT อาจสูงถึง 50% หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การคัดเลือกของแต่ละคณะ/สาขาวิชา ดังนั้น การทำคะแนนในส่วนนี้ได้ดีจึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการผ่านการคัดเลือกเข้าสู่คณะและมหาวิทยาลัยที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึก TGAT: การวัดความถนัดทั่วไปที่ไม่ใช่แค่วิชาการ

เจาะลึก TGAT: การวัดความถนัดทั่วไปที่ไม่ใช่แค่วิชาการ

TGAT หรือ การทดสอบความถนัดทั่วไป ถูกสร้างขึ้นเพื่อประเมินความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการศึกษาในระดับอุดมศึกษา โดยไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาวิชาใดวิชาหนึ่งโดยตรง แต่เน้นไปที่ทักษะการคิด การสื่อสาร และการปรับตัว ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาวิชาและการทำงานในอนาคต

โครงสร้างข้อสอบ TGAT ทั้ง 3 ส่วน

ข้อสอบ TGAT ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ซึ่งแต่ละส่วนมีวัตถุประสงค์ในการวัดผลที่แตกต่างกันออกไป แต่ล้วนมีความเชื่อมโยงกันในการประเมินศักยภาพของผู้เรียนอย่างรอบด้าน

TGAT ไม่ได้วัดว่านักเรียน “รู้อะไร” แต่วัดว่านักเรียน “ทำอะไรได้บ้าง” จากสิ่งที่รู้ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเรียนรู้และเติบโตในอนาคต

TGAT1: การสื่อสารภาษาอังกฤษ (English Communication)

ส่วนนี้ไม่ได้เน้นการทดสอบไวยากรณ์ที่ซับซ้อนหรือคำศัพท์ที่ยากเกินความจำเป็น แต่จะมุ่งวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันและในบริบทของการเรียนรู้ ข้อสอบจะจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้เรียนอาจต้องพบเจอ เช่น การอ่านประกาศ, การตีความข้อมูลจากกราฟหรือตาราง, การสนทนาโต้ตอบ, และการเขียนอีเมลสั้น ๆ จุดประสงค์หลักคือเพื่อประเมินว่าผู้สอบสามารถเข้าใจและสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเพียงใด

TGAT2: การคิดอย่างมีเหตุผล (Critical and Logical Thinking)

ทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในทุกศาสตร์ ส่วนนี้ของข้อสอบจึงถูกออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล, การแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น, การประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล, การหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผล และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ลักษณะของข้อสอบอาจมาในรูปแบบของบทความสั้น ๆ, สถานการณ์สมมติ, หรือข้อมูลเชิงปริมาณที่ผู้สอบต้องนำมาวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดภายใต้หลักการและเหตุผล

TGAT3: สมรรถนะการทำงานในอนาคต (Future Workforce Competency)

ส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่สะท้อนแนวคิดของการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกการทำงานในอนาคตได้อย่างชัดเจนที่สุด โดยจะวัดสมรรถนะใน 4 ด้านหลัก ได้แก่:

  • การสร้างคุณค่าและนวัตกรรม (Value Creation & Innovation): วัดความสามารถในการมองเห็นปัญหา, คิดหาวิธีการแก้ไขใหม่ ๆ และพัฒนาต่อยอดแนวคิดเดิมให้เกิดประโยชน์
  • การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน (Complex Problem Solving): วัดทักษะในการเผชิญหน้ากับปัญหาที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง และสามารถวางแผนแก้ไขได้อย่างเป็นระบบ
  • การบริหารจัดการอารมณ์ (Emotional Governance): วัดความเข้าใจในอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ และการทำงานภายใต้ความกดดัน
  • การเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมของสังคม (Civic Engagement): วัดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อสังคม ความรับผิดชอบ และการเคารพในความแตกต่างหลากหลาย

ข้อสอบในส่วนนี้มักมาในรูปแบบของสถานการณ์จำลองในที่ทำงานหรือในสังคม ซึ่งผู้สอบต้องเลือกแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุด

ภาพรวม TPAT: การวัดความถนัดเฉพาะด้านวิชาชีพ

ขณะที่ TGAT วัดความถนัดทั่วไป, TPAT (Thai Professional Aptitude Test) ถูกออกแบบมาเพื่อวัดแววหรือความถนัดเฉพาะทางที่สอดคล้องกับกลุ่มสาขาวิชาชีพต่าง ๆ โดยตรง เพื่อให้การคัดเลือกนักศึกษามีความแม่นยำและเหมาะสมกับธรรมชาตของวิชาชีพนั้น ๆ มากขึ้น

TPAT คืออะไรและแตกต่างจาก TGAT อย่างไร

TPAT เป็นชุดข้อสอบที่แบ่งออกเป็นหลายฉบับตามกลุ่มวิชาชีพ เช่น TPAT1 สำหรับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท), TPAT3 สำหรับความถนัดทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์, TPAT4 สำหรับความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ TPAT5 สำหรับความถนัดทางครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นต้น

ความแตกต่างที่สำคัญคือ TPAT จะเน้นวัดศักยภาพที่เจาะจงลงไปในศาสตร์นั้น ๆ เช่น การคิดเชิงพื้นที่สำหรับสถาปัตยกรรม, การคิดเชิงตรรกะและมิติสัมพันธ์สำหรับวิศวกรรม หรือจริยธรรมและทัศนคติสำหรับวิชาชีพครูและแพทย์ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียนและการประกอบอาชีพในสาขานั้น ๆ ในอนาคต นักเรียนที่ต้องการเข้าศึกษาในคณะเหล่านี้จึงจำเป็นต้องทำคะแนน TPAT ให้ดีควบคู่ไปกับคะแนนในส่วนอื่น ๆ

ปฏิทินและกำหนดการสำคัญสำหรับ DEK69

การติดตามกำหนดการของ TCAS69 เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถวางแผนการเตรียมตัวและดำเนินการสมัครในแต่ละขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและทันเวลา ข้อมูลเบื้องต้นที่ประกาศออกมาแล้วสำหรับ DEK69 มีดังนี้

สรุปกำหนดการเบื้องต้นของระบบ TCAS69 สำหรับ DEK69 (ข้อมูล ณ วันที่ 16 กันยายน 2568)
กิจกรรม ช่วงเวลา หมายเหตุ
รอบที่ 1: Portfolio เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 มหาวิทยาลัยเป็นผู้กำหนดวันรับสมัครและคัดเลือกเอง
รับสมัครสอบ TPAT1 (กสพท) 1 – 20 ตุลาคม 2568 สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาในกลุ่มคณะแพทยศาสตร์, ทันตแพทยศาสตร์, สัตวแพทยศาสตร์, เภสัชศาสตร์
ลงทะเบียนใช้งานระบบ TCAS69 28 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับผู้สมัครทุกคนในระบบ TCAS
การสมัครและสอบ TGAT/TPAT รอประกาศอย่างเป็นทางการ โดยทั่วไปจะจัดสอบในช่วงเดือนธันวาคม โปรดติดตามประกาศจาก ทปอ. อย่างใกล้ชิด

กลยุทธ์การเตรียมความพร้อมสู่สนามสอบ TGAT/TPAT69

เนื่องจากรูปแบบของข้อสอบ TGAT/TPAT เน้นการวัดทักษะและการประยุกต์ใช้ความรู้ การเตรียมตัวจึงต้องมีกลยุทธ์ที่แตกต่างไปจากการสอบแบบดั้งเดิม การอัดฉีดความรู้ในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด

ปรับเปลี่ยนแนวคิด: เน้นทักษะมากกว่าการท่องจำ

หัวใจของการเตรียมตัวคือการสร้างและฝึกฝนทักษะที่ข้อสอบต้องการวัดผลอย่างสม่ำเสมอ ควรเปลี่ยนจากการถามว่า “ต้องอ่านหนังสือเล่มไหน” ไปเป็นการถามว่า “ต้องฝึกฝนทักษะอะไรบ้าง” การทำความเข้าใจในแก่นของแต่ละวิชาและสามารถเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง จะเป็นประโยชน์มากกว่าการจำสูตรหรือเนื้อหาได้เพียงอย่างเดียว

แนวทางการฝึกฝนสำหรับ TGAT แต่ละส่วน

  • TGAT1 (ภาษาอังกฤษ): ฝึกฝนจากการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เช่น การฟังข่าว, อ่านบทความออนไลน์, ดูภาพยนตร์พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับภาษาในบริบทที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่ในตำราเรียน
  • TGAT2 (การคิดอย่างมีเหตุผล): ฝึกทำโจทย์ที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ เช่น ปริศนาตรรกะ, การวิเคราะห์ข้อความ, หรือการทดลองทำข้อสอบเก่า ๆ ในส่วนของการวัดความถนัด เพื่อสร้างกระบวนการคิดที่เป็นระบบ
  • TGAT3 (สมรรถนะการทำงาน): อ่านกรณีศึกษาทางธุรกิจหรือสังคม, ลองคิดวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ว่าถ้าเป็นเราจะตัดสินใจอย่างไร และฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการจัดการอารมณ์

นอกจากการเตรียมตัวด้วยตนเองแล้ว การศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เช่น สถาบันกวดวิชา หรือคลิปวิดีโอสรุปแนวทางการเตรียมสอบจากผู้มีประสบการณ์ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถช่วยชี้แนะแนวทางและเสริมสร้างความมั่นใจได้

บทสรุป และก้าวต่อไปของ DEK69

การสอบ TGAT/TPAT69 ถือเป็นด่านสำคัญและเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับ #DEK69 ทุกคนในการแสดงศักยภาพเพื่อเข้าศึกษาต่อในคณะและมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน การทำความเข้าใจในโครงสร้างข้อสอบ, การติดตามกำหนดการอย่างใกล้ชิด และการวางแผนเตรียมตัวอย่างเป็นระบบโดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็น คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในสนามสอบนี้

การเดินทางสู่รั้วมหาวิทยาลัยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้นักเรียนทุกคนใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่าที่สุดในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้และทักษะ เพื่อก้าวเข้าสู่สนามสอบอย่างมั่นใจและคว้าความสำเร็จมาครองได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้