Home » โปรดเกล้าฯ แล้ว! โผทหาร 2568 ใครคุมกองทัพ เช็คเลย

โปรดเกล้าฯ แล้ว! โผทหาร 2568 ใครคุมกองทัพ เช็คเลย

สารบัญ

การปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพลเป็นวาระสำคัญประจำปีที่หลายฝ่ายจับตามอง ล่าสุด เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้นายทหารรับราชการ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว

สรุปประเด็นสำคัญของการแต่งตั้งนายทหาร 2568

  • มีการประกาศแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลทั้งหมด 862 ตำแหน่ง และมีการพระราชทานยศนายพลแก่ 639 ราย
  • ตำแหน่งสำคัญสูงสุด 5 อันดับแรกของกองทัพมีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, และผู้บัญชาการทหารอากาศ
  • พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนที่ 36 ของกองทัพไทย
  • พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ (ตท.24) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือนระดับสูงสุดในกระทรวง
  • คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ภาพรวมการปรับย้ายครั้งสำคัญของกองทัพไทย

ภาพรวมการปรับย้ายครั้งสำคัญของกองทัพไทย

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งระบุว่ามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว! โผทหาร 2568 ใครคุมกองทัพ เช็คเลย การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างการบังคับบัญชาและทิศทางของกองทัพไทยในอนาคต การปรับย้ายนายทหารประจำปีเป็นการจัดทัพเพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ ทั้งในมิติภายในและภายนอก รวมถึงการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

ความสำคัญของการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี

การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “โผทหาร” เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของกองทัพและส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากเป็นการคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อนำพากำลังพลและขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงกลาโหมให้บรรลุเป้าหมาย

ตำแหน่งต่างๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ เช่น รองผู้บัญชาการ, ผู้ช่วยผู้บัญชาการ, เสนาธิการ, และแม่ทัพภาค ซึ่งแต่ละตำแหน่งล้วนมีบทบาทหน้าที่ในการวางแผนยุทธศาสตร์ การควบคุมกำลังพล และการบริหารจัดการทรัพยากรของกองทัพให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น การปรับย้ายในแต่ละปีจึงเป็นที่จับตามองของสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

กระบวนการและขั้นตอนการประกาศ

สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2568 นี้ ได้รับการลงนามโดยรองนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 โดยมีผลให้การแต่งตั้งทั้งหมดเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่

กระบวนการก่อนการประกาศจะเริ่มต้นจากการที่คณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพลของแต่ละเหล่าทัพพิจารณาเสนอรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม จากนั้นจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภากลาโหมที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน ก่อนจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ และสุดท้ายคือนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

เปิดโผ 5 ตำแหน่งคุมกำลังหลักของกองทัพ

การปรับทัพครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บัญชาการระดับสูงที่น่าสนใจหลายตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนกองทัพไทยในรอบปีที่จะถึงนี้ โดยตำแหน่งสำคัญที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งมีรายละเอียดดังนี้

สรุปรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในกองทัพ ประจำปี 2568
ตำแหน่ง รายชื่อ หมายเหตุ
ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 (ตท.24)
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้นำสูงสุดของกองบัญชาการกองทัพไทย
ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้นำทัพเรือคนใหม่
ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้นำทัพฟ้าคนใหม่

เจาะลึกตำแหน่งสำคัญในแต่ละเหล่าทัพ

นอกเหนือจากตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพแล้ว การปรับย้ายครั้งนี้ยังครอบคลุมถึงตำแหน่งอื่นๆ ในโครงสร้างของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันในการบริหารและปฏิบัติภารกิจ

ตำแหน่งแม่ทัพไทย: ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถือเป็นตำแหน่งที่มีอาวุโสสูงสุดในสายการบังคับบัญชาของกองทัพไทย มีหน้าที่ควบคุมและอำนวยการปฏิบัติภารกิจร่วมของทั้งสามเหล่าทัพ (กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ) บทบาทหลักคือการประสานงานเพื่อให้การปฏิบัติการทางทหารเป็นไปอย่างบูรณาการ มีเอกภาพ และสอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ

ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดไม่เพียงแต่เป็นผู้นำของนายทหารทั้งปวง แต่ยังเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในด้านการทหารอีกด้วย

ตำแหน่งขุนพลฝ่ายบุ๋น: ปลัดกระทรวงกลาโหม

สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเปรียบเสมือนผู้บริหารสูงสุดฝ่ายข้าราชการประจำของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 บทบาทของปลัดกระทรวงกลาโหมจะเน้นไปที่งานด้านบริหารจัดการ งบประมาณ นโยบาย และการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เพื่อสนับสนุนภารกิจของกองทัพให้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนกลไกของกระทรวงกลาโหมทั้งหมด

กองทัพบก กับการเปลี่ยนแปลงในระดับแม่ทัพภาค

แม้ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจะเป็นที่จับตามากที่สุด แต่การเปลี่ยนแปลงในระดับแม่ทัพภาคก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทัพภาคที่ 2, 3 และ 4 ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบติดกับชายแดนและมีบริบทด้านความมั่นคงที่แตกต่างกันออกไป ตำแหน่งแม่ทัพภาคมีบทบาทโดยตรงในการควบคุมกำลังรบในพื้นที่ การรักษาอธิปไตย และการดูแลความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน การปรับเปลี่ยนตัวบุคคลในตำแหน่งเหล่านี้จึงสะท้อนถึงการวางยุทธศาสตร์ของกองทัพบกในการรับมือกับสถานการณ์ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ

กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ผู้นำทัพคนใหม่

ในส่วนของกองทัพเรือ การได้ พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ มาเป็นผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ จะเข้ามาสานต่อนโยบายการพัฒนากำลังรบทางเรือ การปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการรักษาความมั่นคงในเส้นทางการคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ ขณะที่กองทัพอากาศ ภายใต้การนำของ พลอากาศเอก เสกสรร คันธา จะต้องเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนากองทัพให้ก้าวทันเทคโนโลยีด้านการบินและการป้องกันภัยทางอากาศสมัยใหม่ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการป้องปรามและปกป้องน่านฟ้าของไทย

บทวิเคราะห์และทิศทางของกองทัพไทยในอนาคต

การปรับโครงสร้างผู้นำกองทัพในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามวาระปกติ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางและแนวทางการพัฒนากองทัพในระยะต่อไป ผู้นำเหล่าทัพชุดใหม่จะต้องเผชิญกับโจทย์และความท้าทายที่หลากหลาย

ความท้าทายของผู้นำเหล่าทัพชุดใหม่

หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพให้มีความทันสมัย กระชับ และสอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจของประเทศและของโลกที่ยังคงมีความผันผวน นอกจากนี้ ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การก่อการร้ายข้ามชาติ และปัญหาความมั่นคงทางทะเล ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้นำทหารชุดใหม่ต้องให้ความสำคัญในการวางแผนและเตรียมความพร้อมรับมืออย่างต่อเนื่อง

การสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญไม่แพ้กัน การดำเนินงานของกองทัพในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถสื่อสารกับสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

นัยยะต่อความมั่นคงของประเทศ

การจัดทัพของผู้นำทหารชุดใหม่นี้จะส่งผลโดยตรงต่อนโยบายด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในมิติของการทหาร โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านและมหาอำนาจในภูมิภาค การสานต่อความร่วมมือทางทหาร การฝึกร่วม และการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ท้ายที่สุดแล้ว ประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำกองทัพชุดใหม่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ การปกป้องสถาบันหลัก และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของกองทัพไทย

บทสรุปการปรับโครงสร้างผู้นำกองทัพปี 2568

การประกาศรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2568 ถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอยและทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของโครงสร้างผู้นำกองทัพไทยชุดใหม่ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ สะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดภารกิจและความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ ภายใต้การนำของบุคลากรที่ผ่านการคัดเลือกและพิจารณาตามความเหมาะสมแล้ว

หลังจากนี้ สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือนโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้นำแต่ละท่านที่จะนำพากองทัพไปในทิศทางใด เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้านและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพไทยในฐานะเสาหลักด้านความมั่นคงของชาติต่อไป