Home » 19 ก.ย. วันพิพิธภัณฑ์ไทย: แจกพิกัด 5 มิวเซียมห้ามพลาด

19 ก.ย. วันพิพิธภัณฑ์ไทย: แจกพิกัด 5 มิวเซียมห้ามพลาด

สารบัญ

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ 19 ก.ย. วันพิพิธภัณฑ์ไทย: แจกพิกัด 5 มิวเซียมห้ามพลาด ซึ่งเป็นวันสำคัญที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมทั่วประเทศ พร้อมสำรวจกิจกรรมพิเศษและทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์ประเภทต่างๆ ที่มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและหลากหลาย

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวันพิพิธภัณฑ์ไทย

  • วันสำคัญ: วันที่ 19 กันยายนของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของผู้ริเริ่มกิจการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย
  • ประวัติศาสตร์: มีจุดเริ่มต้นจากการจัดตั้ง “โบราณคดีสโมสร” ในปี พ.ศ. 2455 ซึ่งถือเป็นรากฐานของพิพิธภัณฑ์สาธารณะแห่งแรกของไทย
  • กิจกรรมพิเศษ: ในวันพิพิธภัณฑ์ไทย พิพิธภัณฑ์หลายแห่งทั่วประเทศมักจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น การยกเว้นหรือลดค่าเข้าชม การจัดนิทรรศการพิเศษ และการเสวนาทางวิชาการ
  • แหล่งเรียนรู้: เป็นโอกาสอันดีในการสำรวจพิพิธภัณฑ์ประเภทต่างๆ ตั้งแต่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่หลากหลาย
  • การพัฒนา: วันพิพิธภัณฑ์ไทยยังสะท้อนถึงวิวัฒนาการของบทบาทพิพิธภัณฑ์ในสังคมสมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นการเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน

ส่วนนำ (Lead)

วันที่ 19 กันยายนของทุกปีมีความสำคัญในแวดวงวัฒนธรรมไทยในฐานะ “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” ซึ่งเป็นวันที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของสังคม การเฉลิมฉลองในวันนี้มักมาพร้อมกับกิจกรรมพิเศษมากมายจากพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ บทความนี้จึงนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ 19 ก.ย. วันพิพิธภัณฑ์ไทย: แจกพิกัด 5 มิวเซียมห้ามพลาด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจในการสำรวจมรดกทางวัฒนธรรมและเปิดประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่น่าตื่นเต้นและเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย

ความสำคัญและที่มาของวันพิพิธภัณฑ์ไทย

วันพิพิธภัณฑ์ไทยไม่ได้เป็นเพียงวันเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นวันที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การอนุรักษ์มรดกของชาติ การกำหนดให้วันที่ 19 กันยายนเป็นวันสำคัญนี้มีรากฐานมาจากการรำลึกถึงบุคคลสำคัญผู้มีคุณูปการต่อกิจการพิพิธภัณฑ์ไทย และเป็นการเน้นย้ำถึงภารกิจของพิพิธภัณฑ์ในการเป็นสถาบันเพื่อการศึกษาและอนุรักษ์สมบัติของชาติสำหรับคนรุ่นหลัง กรมศิลปากรและกระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแลกิจการพิพิธภัณฑ์และส่งเสริมกิจกรรมในวันสำคัญนี้อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2538

จุดกำเนิดจาก “โบราณคดีสโมสร” สู่มิวเซียมสาธารณะแห่งแรก

รากฐานของกิจการพิพิธภัณฑ์ไทยสมัยใหม่สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี พ.ศ. 2455 เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ได้ทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง “โบราณคดีสโมสร” ขึ้น ณ พระราชวังดุสิต ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อย่างเป็นระบบเพื่อให้สาธารณชนได้เข้าชมและศึกษาหาความรู้ ความคิดริเริ่มดังกล่าวถือเป็นการวางศิลาฤกษ์ให้กับแนวคิดของ “มิวเซียมสาธารณะ” ในประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจากการเก็บรวบรวมของเก่าแก่ไว้ในวังหรือคลังส่วนตัวดังเช่นในอดีต การก่อตั้งโบราณคดีสโมสรจึงเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่ทำให้มรดกของชาติกลายเป็นสมบัติที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

การสถาปนาวันที่ 19 กันยายน เป็นวันสำคัญ

เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา กรมศิลปากรจึงได้เสนอให้วันที่ 19 กันยายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ เป็น “วันพิพิธภัณฑ์ไทย” และเริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2538 เป็นต้นมา การกำหนดวันสำคัญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ในฐานะที่เป็นมากกว่าสถานที่เก็บของเก่า แต่เป็นสถาบันการศึกษาที่มีชีวิตชีวา เป็นคลังความรู้ที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาติ และเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน

กิจกรรมที่น่าสนใจในวันพิพิธภัณฑ์ไทย

กิจกรรมที่น่าสนใจในวันพิพิธภัณฑ์ไทย

ในวันที่ 19 กันยายนของทุกปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ในเครือข่ายทั่วประเทศจะร่วมกันจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วม กิจกรรมเหล่านี้มีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนไปตามบริบทในแต่ละปี แต่โดยทั่วไปแล้วมักประกอบด้วย:

  • การยกเว้นหรือลดหย่อนค่าเข้าชม: พิพิธภัณฑ์หลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือในอัตราพิเศษ เพื่อขจัดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่ายและส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้
  • นิทรรศการพิเศษ: มีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนหรือนิทรรศการเฉพาะกิจที่นำเสนอโบราณวัตถุและศิลปวัตถุชิ้นสำคัญที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อน หรือนำเสนอองค์ความรู้ในหัวข้อที่กำลังเป็นที่น่าสนใจของสังคม
  • กิจกรรมเสวนาและบรรยาย: จัดเวทีสำหรับนักวิชาการ ภัณฑารักษ์ และผู้เชี่ยวชาญ มาแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปะ และบทบาทของพิพิธภัณฑ์ต่อชุมชน
  • กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับครอบครัว: มีการออกแบบกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) หรือการนำชมพิเศษที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อปลูกฝังความรักและความสนใจในมรดกวัฒนธรรมตั้งแต่วัยเยาว์

แนวคิดการจัดงานประจำปี 2568

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการจัดงานวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Future of Thai Museums in Rapidly Changing Communities: อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทยกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว” งานหลักจัดขึ้น ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของวงการพิพิธภัณฑ์ไทยในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้มุ่งเน้นการเสวนาและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของสังคมดิจิทัล สร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน และใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าชม

เปิดพิกัด 5 ประเภทพิพิธภัณฑ์ที่ไม่ควรพลาด

แม้ว่าพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยจะมีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เริ่มต้นหรือผู้ที่ต้องการวางแผนการเดินทางในวันพิพิธภัณฑ์ไทย สามารถแบ่งประเภทของพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจและมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันออกไปได้ 5 ประเภทหลัก ดังนี้

1. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร: คลังสมบัติของชาติ

ในฐานะพิพิธภัณฑ์หลักของประเทศ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือจุดหมายปลายทางอันดับแรกที่ทุกคนควรไปเยี่ยมชม ที่นี่เป็นสถานที่รวบรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ครอบคลุมทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ การเข้าชมที่นี่เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ผ่านหลักฐานเชิงประจักษ์ที่งดงามและทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยที่อ่อนช้อย ไปจนถึงเครื่องราชกกุธภัณฑ์และเครื่องทองโบราณที่หาชมได้ยาก การจัดแสดงถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามยุคสมัยและประเภทของศิลปวัตถุ ทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและซึมซับเรื่องราวในแต่ละช่วงเวลา

2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์: ประตูสู่ยุคทวารวดี

สำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์และอารยธรรมโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมทวารวดีซึ่งรุ่งเรืองในภาคกลางของไทยเมื่อกว่า 1,000 ปีก่อน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม คือแหล่งเรียนรู้ที่ไม่สามารถพลาดได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าที่ขุดค้นพบในบริเวณเมืองโบราณนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของอาณาจักรทวารวดี ไฮไลต์สำคัญคือประติมากรรมรูปธรรมจักรกับกวางหมอบ พระพุทธรูปปูนปั้นและดินเผาที่มีลักษณะเฉพาะตัว รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

3. พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น: บอกเล่าเรื่องราวและรากเหง้าชุมชน

นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ในส่วนกลางแล้ว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่กระจายตัวอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พิพิธภัณฑ์เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือน “ห้องนั่งเล่นของชุมชน” ที่เก็บรวบรวมและบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์การก่อตั้งเมือง บุคคลสำคัญ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับรากเหง้าและอัตลักษณ์ของชุมชนอย่างลึกซึ้ง เป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในระดับจุลภาคที่เชื่อมโยงกับชีวิตของผู้คนโดยตรง และมักจะสร้างความรู้สึกผูกพันและความภาคภูมิใจในมรดกของตนเองได้เป็นอย่างดี

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย: ภาพสะท้อนแห่งยุคสมัย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและต้องการทำความเข้าใจกับความคิดและมุมมองของผู้คนในยุคปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยคือคำตอบ พิพิธภัณฑ์ประเภทนี้จัดแสดงผลงานของศิลปินไทยและต่างชาติที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ผลงานที่จัดแสดงมีความหลากหลายทั้งในด้านรูปแบบและเทคนิค ตั้งแต่งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย วิดีโออาร์ต ไปจนถึงศิลปะจัดวาง (Installation Art) เนื้อหาของงานมักจะสะท้อนประเด็นทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโลกร่วมสมัย การเข้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยจึงเป็นการเปิดมุมมอง ชวนให้ขบคิด และทำความเข้าใจโลกรอบตัวผ่านสายตาของศิลปิน

5. พิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง: เจาะลึกองค์ความรู้เฉพาะด้าน

สุดท้ายคือพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง ซึ่งมุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวหรือองค์ความรู้ในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งอย่างเจาะลึก ตัวอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดแสดงเรื่องราวของผ้าไทยและฉลองพระองค์อันงดงาม หรือพิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจและวิวัฒนาการของเงินตราในประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษและต้องการศึกษาข้อมูลในเชิงลึก การจัดแสดงมักจะมีรายละเอียดที่เข้มข้นและนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ ทำให้ผู้เข้าชมได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมกัน

ตารางเปรียบเทียบประเภทพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจในวันพิพิธภัณฑ์ไทย
ประเภทพิพิธภัณฑ์ ลักษณะเด่น ตัวอย่างวัตถุจัดแสดง เหมาะสำหรับผู้สนใจ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รวบรวมศิลปวัตถุและโบราณวัตถุสำคัญของชาติ ครอบคลุมทุกยุคสมัย ศิลาจารึก, พระพุทธรูป, เครื่องทองโบราณ, ราชรถ ประวัติศาสตร์และศิลปะภาพรวมของประเทศไทย
พิพิธภัณฑ์โบราณคดี (เฉพาะยุค) เจาะลึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมในยุคสมัยใดสมัยหนึ่งเป็นพิเศษ ธรรมจักร, ประติมากรรมปูนปั้น, ภาชนะดินเผา (ยุคทวารวดี) โบราณคดีและอารยธรรมโบราณ
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น นำเสนอประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ เครื่องมือทำมาหากิน, ภาพถ่ายเก่า, ข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน วัฒนธรรมชุมชนและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย จัดแสดงผลงานศิลปะที่สะท้อนแนวคิดและประเด็นทางสังคมในปัจจุบัน จิตรกรรม, ประติมากรรมสมัยใหม่, วิดีโออาร์ต, ศิลปะจัดวาง ศิลปะสมัยใหม่และความเคลื่อนไหวทางสังคม
พิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง ให้ความรู้เชิงลึกในหัวข้อเฉพาะทาง เช่น ผ้า, เงินตรา, การแพทย์ ผ้าโบราณ, ฉลองพระองค์, เงินพดด้วง, เหรียญกษาปณ์ เรื่องราวเฉพาะด้านตามความสนใจส่วนบุคคล

อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทยกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม

แนวคิดการจัดงานวันพิพิธภัณฑ์ไทยในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายและทิศทางการพัฒนาของพิพิธภัณฑ์ในยุคปัจจุบันได้อย่างชัดเจน “การเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว” ทั้งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พฤติกรรมของผู้คน และโครงสร้างทางสังคม ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่สามารถดำรงอยู่ในบทบาทแบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป

อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไม่ได้อยู่ที่การเก็บรักษาสมบัติในอดีตเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างบทสนทนากับคนในยุคปัจจุบันและจุดประกายแรงบันดาลใจสำหรับอนาคต

พิพิธภัณฑ์สมัยใหม่กำลังมุ่งหน้าไปสู่การเป็น “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีปฏิสัมพันธ์” (Interactive Learning Space) มากขึ้น มีการนำเทคโนโลยีอย่าง Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจ การจัดแสดงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมองผ่านตู้กระจก แต่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัส ทดลอง และมีส่วนร่วมกับเนื้อหามากขึ้น นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังต้องขยายบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางของชุมชน (Community Hub) ที่จัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อตอบสนองความสนใจของคนทุกกลุ่มทุกวัย และทำหน้าที่เป็นเวทีสาธารณะสำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นต่างๆ ที่สำคัญต่อสังคม

บทสรุป: เติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ในวันพิเศษ

19 ก.ย. วันพิพิธภัณฑ์ไทย คือวาระสำคัญที่เชิญชวนให้ทุกคนหันมาให้ความสนใจกับบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะสถาบันทางวัฒนธรรมและการศึกษาของชาติ วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ออกไปสำรวจเรื่องราวในอดีต ทำความเข้าใจปัจจุบัน และมองเห็นภาพอนาคตผ่านวัตถุจัดแสดงและนิทรรศการต่างๆ การแจกพิกัด 5 ประเภทพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นในการเริ่มต้นเส้นทางการเรียนรู้นี้ ตั้งแต่การสำรวจภาพรวมของประวัติศาสตร์ชาติที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไปจนถึงการเจาะลึกอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่พิพิธภัณฑ์ชุมชน หรือการเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลอย่างรวดเร็ว พิพิธภัณฑ์ยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและสร้างสรรค์ การสนับสนุนและเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ในวันพิพิธภัณฑ์ไทยและในโอกาสอื่นๆ จึงไม่เพียงแต่เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แต่ยังเป็นการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป ดังนั้น จึงควรตรวจสอบข้อมูลกิจกรรมพิเศษจากพิพิธภัณฑ์ใกล้บ้าน และใช้โอกาสในวันที่ 19 กันยายนนี้ ออกไปสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าจดจำและเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ