เจาะงบ 69! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด-โครงการเด่น
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ การขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล และการจัดสรรทรัพยากรไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีวงเงินรวมกว่า 3.78 ล้านล้านบาท การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงลำดับความสำคัญของรัฐบาลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ
- กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีมูลค่ารวมประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายและโครงการต่างๆ ของรัฐบาล
- “งบกลาง” ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดถึง 632,968 ล้านบาท สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินจำเป็นและภารกิจตามนโยบายหลัก
- กระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการเป็นสองกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุดรองลงมา สะท้อนการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเศรษฐกิจและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
- กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่ได้รับการเพิ่มงบประมาณมากที่สุดจากปีก่อนถึง 14,333 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงการมุ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง
- งบประมาณส่วนใหญ่ถูกจัดสรรเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดูแลด้านสาธารณสุข
ภาพรวมกรอบงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2569
บทความนี้จะทำการ เจาะงบ 69! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด-โครงการเด่น เพื่อให้เห็นภาพรวมของการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ งบประมาณแผ่นดิน หรือ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ถือเป็นเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำงบประมาณเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ตั้งแต่การกำหนดนโยบายโดยคณะรัฐมนตรี การพิจารณาและอนุมัติโดยรัฐสภา ไปจนถึงการนำไปปฏิบัติโดยหน่วยงานราชการต่างๆ
สำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 รัฐบาลได้เสนอกรอบวงเงินรวมประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นตัวกำหนดเพดานการใช้จ่ายของภาครัฐ และเป็นตัวชี้วัดทิศทางเศรษฐกิจไทยในอีกหนึ่งปีข้างหน้า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายประการ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น การพิจารณาว่าจะมีการจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยงานใดเป็นพิเศษจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและสมควรได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงลำดับความสำคัญของนโยบายรัฐบาลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจโดยรวม
10 อันดับหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด
การกระจายงบประมาณไปยังกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของลำดับความสำคัญเชิงนโยบายของรัฐบาล จากข้อมูลกรอบงบประมาณปี 2569 สามารถสรุป 10 หน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดได้ดังนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้น้ำหนักในด้านต่างๆ ตั้งแต่การบริหารจัดการภาพรวม การคลัง การศึกษา ไปจนถึงความมั่นคงและสาธารณสุข
| อันดับ | หน่วยงาน / กระทรวง | งบประมาณ (ล้านบาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1 | งบกลาง | 632,968 | งบประมาณสำหรับกรณีฉุกเฉินและจำเป็น |
| 2 | กระทรวงการคลัง | 397,856 | บริหารการเงินการคลังและหนี้สาธารณะ |
| 3 | กระทรวงศึกษาธิการ | 355,108 | เพิ่มขึ้น 14,333 ล้านบาทจากปีก่อน |
| 4 | กระทรวงมหาดไทย | 301,265 | บริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น |
| 5 | กระทรวงกลาโหม | 204,434 | ดูแลภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ |
| 6 | กระทรวงคมนาคม | 200,756 | เพิ่มขึ้น 7,403 ล้านบาทจากปีก่อน |
| 7 | กระทรวงสาธารณสุข | 177,639 | เพิ่มขึ้น 5,673 ล้านบาทจากปีก่อน |
| 8 | กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) | 140,300 | เพิ่มขึ้น 8,058 ล้านบาทจากปีก่อน |
| 9 | กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ | 130,111 | เพิ่มขึ้น 7,483 ล้านบาทจากปีก่อน |
| 10 | กระทรวงแรงงาน | 68,069 | ดูแลสวัสดิภาพและพัฒนาฝีมือแรงงาน |
เจาะลึกการจัดสรรงบประมาณ: กระทรวงเด่นที่น่าจับตามอง
นอกจากการพิจารณาภาพรวมแล้ว การวิเคราะห์รายละเอียดการจัดสรรงบประมาณในแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจำนวนมากหรือมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จะช่วยให้เข้าใจถึงนัยยะเชิงนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
งบกลาง: งบประมาณสำรองเพื่อภารกิจสำคัญของชาติ
งบกลาง หรือ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง เป็นรายการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดเสมอมา ด้วยวงเงิน 632,968 ล้านบาทในปี 2569 งบส่วนนี้ไม่ได้เป็นของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งโดยตรง แต่เป็นงบประมาณที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการอนุมัติเพื่อใช้จ่ายในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ภารกิจที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า หรือเป็นโครงการตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ไม่สามารถระบุไว้ในแผนงานของกระทรวงใดได้
โดยทั่วไป งบกลางจะถูกนำไปใช้ในหลายวัตถุประสงค์ เช่น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น, ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ, เงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการและบำเหน็จบำนาญ, และที่สำคัญคือการสนับสนุนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการให้คำแนะนำในการตีกรอบการใช้งบประมาณเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 157,000 ล้านบาท โดยเน้นการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและช่วยเหลือภาคธุรกิจในการปรับตัว ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้งบประมาณจากงบกลางเป็นหลัก
ดังนั้น งบกลางจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ให้ความยืดหยุ่นแก่รัฐบาลในการบริหารประเทศและตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที
กระทรวงการคลัง: หัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
กระทรวงการคลังได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับสองที่ 397,856 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเนื่องจากกระทรวงการคลังมีภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการรายรับและรายจ่ายของแผ่นดิน งบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงนี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อการดำเนินงานของหน่วยงานภายในเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงภาระผูกพันทางการเงินของประเทศด้วย
งบประมาณของกระทรวงการคลังครอบคลุมรายจ่ายสำคัญหลายรายการ เช่น การชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยของหนี้สาธารณะ, เงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, และการจัดสรรเงินให้แก่รัฐวิสาหกิจเพื่อดำเนินโครงการลงทุนต่างๆ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังมีบทบาทในการดำเนินนโยบายการคลังเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโต ซึ่งรวมถึงการจัดเก็บภาษีอากรและการบริหารพัสดุของรัฐ ดังนั้น งบประมาณที่สูงของกระทรวงการคลังจึงสะท้อนถึงบทบาทในฐานะผู้จัดการทางการเงินของประเทศ
กระทรวงศึกษาธิการ: การลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษใน งบประมาณ 2569 คือการจัดสรรงบประมาณให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับงบสูงเป็นอันดับสามที่ 355,108 ล้านบาท และที่สำคัญคือเป็นกระทรวงที่ได้รับการเพิ่มงบประมาณจากปีก่อนมากที่สุดถึง 14,333 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการปฏิรูปการศึกษา
งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในทุกระดับ ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนถึงอาชีวศึกษา โครงการที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ การพัฒนาทักษะครู, การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย, การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, การจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การลงทุนในการศึกษาถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เพราะทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
กระทรวงกลาโหม: ทิศทางงบประมาณด้านความมั่นคง
กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 204,434 ล้านบาท เพื่อดูแลภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ แม้ว่าภาพรวมงบประมาณของกระทรวงจะไม่ได้เพิ่มขึ้นหวือหวาเมื่อเทียบกับกระทรวงอื่น แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยมีการเน้นเพิ่มงบประมาณให้แก่กองทัพเรืออย่างชัดเจนถึง 2,200 ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมกลับลดลง 148 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง โดยอาจมีการให้น้ำหนักกับความมั่นคงทางทะเลหรือการจัดหายุทโธปกรณ์สำหรับกองทัพเรือมากขึ้น
ทิศทางนโยบายและโครงการที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
แม้ว่ารายละเอียดของโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการจนกว่า พ.ร.บ. งบประมาณ จะผ่านการพิจารณาของรัฐสภา แต่จากภาพรวมการจัดสรรงบประมาณ เราสามารถคาดการณ์ทิศทางนโยบายหลักของรัฐบาลได้หลายประการ
- การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน: งบกลางจำนวนมหาศาล ประกอบกับงบประมาณของกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงความพยายามในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชนเพื่อเพิ่มกำลังซื้อและสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจไทย
- การพัฒนาทุนมนุษย์และการศึกษา: การเพิ่มงบประมาณอย่างก้าวกระโดดให้แก่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการปฏิรูปการศึกษาและพัฒนากำลังคนของประเทศให้พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ซึ่งอาจรวมถึงโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัล การวิจัยและนวัตกรรม
- การยกระดับระบบสาธารณสุข: งบประมาณที่เพิ่มขึ้นของกระทรวงสาธารณสุขแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโรงพยาบาล การเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาด และการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน
- การดูแลภาคเกษตรและแรงงาน: กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงแรงงานต่างก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่โครงการช่วยเหลือเกษตรกร การพัฒนาแหล่งน้ำ การยกระดับราคาสินค้าเกษตร และการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
บทสรุปและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยภายใต้งบประมาณปี 69
โดยสรุป กรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงินกว่า 3.78 ล้านล้านบาท เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลจะใช้ในการขับเคลื่อนประเทศในปีข้างหน้า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการให้น้ำหนักกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การลงทุนเพื่ออนาคตผ่านการศึกษาและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการดูแลความมั่นคงและสวัสดิภาพของประชาชน หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงสุดยังคงเป็นกลุ่มเดิม คือ งบกลาง กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจหลักในการบริหารประเทศ
ความสำเร็จของการใช้งบประมาณแผ่นดินไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่จัดสรรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความสามารถในการนำงบประมาณไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ การติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณจึงเป็นกระบวนการที่สำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไป