ปักหมุด! เทศกาลเดือนพฤศจิกายน 2568 มีงานไหนน่าเที่ยวบ้าง
เดือนพฤศจิกายนเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูหนาวในประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบายและเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว นอกจากสภาพอากาศที่เป็นใจแล้ว เดือนนี้ยังเต็มไปด้วยเทศกาลและงานประเพณีที่สำคัญซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันงดงามของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลลอยกระทงและงานประเพณียี่เป็งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
- เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นช่วงเวลาสำคัญของเทศกาลทางวัฒนธรรมไทย โดยมีไฮไลท์คือประเพณีลอยกระทงและยี่เป็ง ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ
- วันลอยกระทงประจำปี 2568 ตรงกับวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน โดยแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์การจัดงานที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ความยิ่งใหญ่ในเมืองกรุงไปจนถึงความขลังในเมืองเก่า
- งานประเพณียี่เป็งในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงด้านการปล่อยโคมลอยที่สร้างภาพอันน่าประทับใจบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
- นอกเหนือจากเทศกาลทางน้ำและแสงสี ยังมีงานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์ และเทศกาลชมทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล
- การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเดือนนี้ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว ทำให้ที่พักและการเดินทางอาจมีผู้ใช้บริการหนาแน่น
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี คำถามที่ว่า ปักหมุด! เทศกาลเดือนพฤศจิกายน 2568 มีงานไหนน่าเที่ยวบ้าง กลายเป็นหัวข้อสนทนาสำคัญสำหรับนักเดินทางและผู้ที่สนใจในวัฒนธรรมไทย เดือนพฤศจิกายนไม่เพียงแต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวที่อากาศเริ่มเย็นสบาย แต่ยังเป็นเดือนที่เต็มไปด้วยสีสันของงานเทศกาลและประเพณีอันเก่าแก่ที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ตั้งแต่ประเพณีลอยกระทงที่สืบทอดมายาวนาน ไปจนถึงงานยี่เป็งอันตระการตาของชาวล้านนา และเทศกาลเฉพาะถิ่นอื่นๆ ที่ล้วนสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำ
ความสำคัญของเดือนพฤศจิกายนในปฏิทินการท่องเที่ยวไทยนั้นมีหลายมิติ ทั้งในแง่ของวัฒนธรรมที่เข้มข้น บรรยากาศที่คึกคัก และความสวยงามของธรรมชาติที่เบ่งบานเต็มที่ บทความนี้จะสำรวจเทศกาลและกิจกรรมเด่นในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนการเดินทาง สัมผัสเสน่ห์ของประเทศไทยในช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของปี
ภาพรวมเทศกาลสำคัญในเดือนพฤศจิกายน
เดือนพฤศจิกายนถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) อย่างเป็นทางการของประเทศไทย เนื่องจากเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มอ่อนกำลังลง และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้ามาแทนที่ นำพาอากาศที่แห้งและเย็นสบายมาสู่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยสภาพอากาศที่เป็นใจเช่นนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดกิจกรรมกลางแจ้งและงานเทศกาลต่างๆ
เทศกาลหลักที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเดือนนี้คือ “เทศกาลลอยกระทง” ซึ่งจัดขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย และในภาคเหนือจะเรียกว่า “งานประเพณียี่เป็ง” ทั้งสองเทศกาลมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการขอขมาต่อพระแม่คงคา แต่มีรูปแบบการเฉลิมฉลองที่แตกต่างกัน สร้างเสน่ห์และเอกลักษณ์ให้แต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีเทศกาลอื่นๆ ที่น่าสนใจซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือนนี้ สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละภูมิภาค
เทศกาลลอยกระทง 2568: ประเพณีแห่งสายน้ำและความเชื่อ
เทศกาลลอยกระทงเป็นหนึ่งในประเพณีที่งดงามและมีความสำคัญที่สุดของไทย เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจะมารวมตัวกันริมแม่น้ำลำคลองเพื่อลอยกระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ พร้อมทั้งจุดธูปเทียนและตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา เทพแห่งสายน้ำ
ประวัติและความสำคัญ
ประเพณีลอยกระทงมีรากฐานความเชื่อที่หลากหลาย แต่ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ในทางพุทธศาสนา เชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐาน ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานทีในประเทศอินเดีย ส่วนในทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นการบูชาพระแม่คงคาเพื่อแสดงความกตัญญูต่อแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิต และเป็นการขออภัยที่ได้ใช้น้ำหรือทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในน้ำ
นอกจากนี้ ยังมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับนางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกของพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ที่ได้คิดประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวเป็นคนแรกเพื่อถวายแด่พระร่วงสำหรับลอยในแม่น้ำ ซึ่งเป็นที่พอพระราชหฤทัยยิ่งนัก จึงมีพระราชดำรัสให้การลอยกระทงเป็นประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าตำนานนี้อาจเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ก็ช่วยสร้างสีสันและเรื่องราวให้กับประเพณีนี้ได้เป็นอย่างดี
กำหนดการวันลอยกระทง ประจำปี 2568
วันลอยกระทงจะยึดตามปฏิทินจันทรคติ คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงสวยงามที่สุด สำหรับปี พ.ศ. 2568 วันลอยกระทงจะตรงกับ วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 โดยส่วนใหญ่แล้วการจัดงานเฉลิมฉลองมักจะเริ่มขึ้นก่อนวันจริง 1-2 วัน และมีกิจกรรมต่อเนื่องไปจนถึงคืนวันลอยกระทง
พิกัดจัดงานลอยกระทงทั่วไทยที่ไม่ควรพลาด
การจัดงานลอยกระทงในแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์และความน่าสนใจแตกต่างกันไป สถานที่จัดงานสำคัญที่เป็นที่รู้จักมีดังนี้:
- กรุงเทพมหานคร: มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์, ไอคอนสยาม, และบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ซึ่งจะมีการประดับไฟสวยงาม มีขบวนเรือประดับไฟฟ้า และการแสดงพลุประกอบแสงสีเสียงอย่างตระการตา
- จังหวัดสุโขทัย: ในฐานะต้นกำเนิดของประเพณี งาน “เผาเทียน เล่นไฟ” ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ถือเป็นงานที่ต้องไปเยือนสักครั้งในชีวิต บรรยากาศภายในงานจะจำลองวิถีชีวิตสมัยกรุงสุโขทัย มีการแสดงแสงสีเสียงที่บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งใหญ่ และการประกวดกระทงและนางนพมาศ
- จังหวัดตาก: มี “ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง” ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้กะลามะพร้าวมาทำเป็นกระทงแล้วลอยต่อกันเป็นสายยาวในแม่น้ำปิง ทำให้เกิดภาพแสงเทียนระยิบระยับเป็นสายยาวอย่างสวยงาม
- จังหวัดสมุทรสงคราม: “ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง” เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ โดยนำกาบกล้วยมาทำเป็นกระทง และลอยพร้อมกันนับแสนใบบนสายน้ำ สร้างความสวยงามและสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ
งานประเพณียี่เป็ง 2568: มนต์เสน่ห์แห่งล้านนา
ในขณะที่ภาคกลางและภาคอื่นๆ ของไทยเฉลิมฉลองเทศกาลลอยกระทง ในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ จะมี “งานประเพณียี่เป็ง” ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คำว่า “ยี่” หมายถึง สอง และ “เป็ง” หมายถึง เพ็ญหรือเต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา (ตรงกับเดือนสิบสองของภาคกลาง)
ความแตกต่างระหว่างลอยกระทงและยี่เป็ง
แม้จะจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันและมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์คล้ายกัน แต่จุดเด่นที่ทำให้ยี่เป็งแตกต่างจากลอยกระทงคือ การปล่อยโคมลอย (ว่าวไฟ) ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และเชื่อว่าเป็นการปล่อยทุกข์โศกและเรื่องร้ายๆ ให้ลอยไปกับโคม ในขณะที่การลอยกระทงจะเน้นการลอยวัสดุบนผิวน้ำ ดังนั้น ในงานยี่เป็งจึงมีทั้งการ “ลอยกระทง” ในแม่น้ำ และ “ปล่อยโคมลอย” ขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้เกิดภาพที่งดงามทั้งบนผืนน้ำและแผ่นฟ้า
ไฮไลท์กิจกรรมและสถานที่จัดงานในเชียงใหม่
จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของการจัดงานประเพณียี่เป็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีกิจกรรมหลากหลายตลอดช่วงเทศกาล:
- การประดับโคมแขวน: บ้านเรือนและวัดวาอารามต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่จะประดับประดาด้วยโคมแขวน (โคมผัด) หลากสีสัน สร้างบรรยากาศที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะบริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์และรอบคูเมือง
- การปล่อยโคมลอย: ภาพของโคมลอยนับพันดวงที่ส่องสว่างอยู่เต็มท้องฟ้ายามค่ำคืนคือภาพจำของเทศกาลนี้ โดยจุดปล่อยโคมลอยหลักๆ ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณสะพานนวรัฐและริมฝั่งแม่น้ำปิง
- ขบวนแห่กระทงใหญ่: จะมีการจัดขบวนแห่รถกระทงที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตาไปตามถนนสายหลักในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดึงดูดผู้คนให้มาชมความสวยงาม
รู้จักโคมประเภทต่างๆ ในประเพณียี่เป็ง
โคมที่ใช้ในประเพณียี่เป็งมีหลายประเภทและมีความหมายแตกต่างกันไป:
- โคมลอย (โคมไฟ): ทำจากกระดาษสาติดบนโครงไม้ไผ่ ใช้ควันไฟจากเชื้อเพลิงเพื่อพยุงให้ลอยขึ้นไปบนอากาศ เป็นสัญลักษณ์ของการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณี
- โคมแขวน (โคมผัด): มีลักษณะเป็นทรงกระบอกหรือทรงกลม ใช้สำหรับแขวนประดับตกแต่งตามบ้านเรือนและวัดวาอารามเพื่อความเป็นสิริมงคล
- โคมถือ: เป็นโคมขนาดเล็กที่ใช้สำหรับถือร่วมในขบวนแห่ต่างๆ
การเปรียบเทียบระหว่างเทศกาลลอยกระทง (สุโขทัย) และประเพณียี่เป็ง (เชียงใหม่) แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม แม้จะมีรากฐานความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบการแสดงออกและบรรยากาศกลับมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ลอยกระทงสุโขทัย (เผาเทียน เล่นไฟ) | ยี่เป็งเชียงใหม่ |
|---|---|---|
| กิจกรรมหลัก | การลอยกระทงในสระน้ำโบราณ, การแสดงแสงสีเสียงทางประวัติศาสตร์ | การปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า, การประดับโคมแขวนทั่วเมือง |
| บรรยากาศ | ขรึมขลัง, ย้อนยุค, ยิ่งใหญ่ในเชิงประวัติศาสตร์ | โรแมนติก, ตระการตา, คึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน |
| สถานที่จัดงานหลัก | อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย | รอบคูเมือง, ริมแม่น้ำปิง, และพื้นที่จัดงานโดยรอบ |
| จุดเด่น | สัมผัสบรรยากาศต้นกำเนิดของประเพณีในพื้นที่มรดกโลก | ภาพโคมลอยนับพันดวงที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้า |
| กลุ่มเป้าหมาย | ผู้ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมดั้งเดิม | นักท่องเที่ยวทั่วไป, คู่รัก, และช่างภาพ |
เทศกาลอื่นๆ ที่น่าสนใจในเดือนพฤศจิกายน
นอกเหนือจากลอยกระทงและยี่เป็งแล้ว เดือนพฤศจิกายนยังมีเทศกาลและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและธรรมชาติอันงดงามของแต่ละภูมิภาค
งานแสดงช้างจังหวัดสุรินทร์
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงสุดสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤศจิกายน งานนี้ถือเป็นงานประจำจังหวัดที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงระดับโลก โดยมีไฮไลท์คือการแสดงของช้างแสนรู้กว่า 300 เชือก ซึ่งจะมีการจำลองยุทธหัตถี, การแสดงความสามารถของช้างในด้านต่างๆ เช่น การเล่นกีฬา, การวาดภาพ และขบวนพาเหรดช้างที่ยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “เลี้ยงอาหารช้าง” ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารสำหรับช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นภาพที่น่าประทับใจและแสดงถึงความผูกพันระหว่างคนกับช้างที่มีมาอย่างยาวนาน
เทศกาลทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน
ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ภูเขาทั้งลูกที่ดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะถูกปกคลุมไปด้วยสีเหลืองอร่ามของดอกบัวตอง (Mexican Sunflower) ที่เบ่งบานพร้อมกันเต็มพื้นที่กว่า 500 ไร่ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปบนยอดดอยเพื่อชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา และถ่ายภาพกับทุ่งดอกไม้สีทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและการถ่ายภาพ
เทศกาลทุ่งทานตะวันบาน ลพบุรี-สระบุรี
จังหวัดลพบุรีและสระบุรีเป็นแหล่งปลูกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยดอกทานตะวันจะเริ่มบานสะพรั่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนมกราคม ในช่วงเวลานี้ ไร่ทานตะวันหลายแห่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีเหลืองที่หันหน้ารับแสงอาทิตย์อย่างพร้อมเพรียงกัน เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายภาพและการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากเมล็ดทานตะวัน
คำแนะนำสำหรับการวางแผนเดินทาง
เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเป็นจำนวนมาก การวางแผนที่ดีจะช่วยให้การเดินทางราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
การเตรียมตัวด้านการเดินทางและที่พัก
สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างเชียงใหม่, สุโขทัย, และสุรินทร์ในช่วงเทศกาล ควรทำการจองตั๋วเครื่องบิน, รถไฟ, หรือรถโดยสารล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อให้ได้ราคาที่ดีและมีที่นั่งแน่นอน เช่นเดียวกับที่พัก ซึ่งมักจะเต็มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะโรงแรมที่อยู่ในทำเลดีใกล้กับสถานที่จัดงาน การวางแผนและจองล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
- ความปลอดภัยในการปล่อยโคมลอย: ควรปล่อยโคมลอยในพื้นที่ที่ทางการอนุญาตเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะในบริเวณใกล้สนามบินหรือชุมชนหนาแน่น และควรตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่นเกี่ยวกับข้อกำหนดต่างๆ
- เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ควรเลือกใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น ใบตอง, กาบกล้วย, หรือขนมปัง เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในแหล่งน้ำ
- เคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น: แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย โดยเฉพาะเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมในบริเวณวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของคนในท้องถิ่นเพื่อแสดงความเคารพต่อประเพณี
- ระมัดระวังทรัพย์สิน: ในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น ควรระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัวเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการสูญหายหรือการถูกลักขโมย
บทสรุป และภาพรวมการท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายน
เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทยอย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างประเพณีเก่าแก่อย่างลอยกระทงและยี่เป็ง กับเทศกาลเฉพาะถิ่นที่น่าสนใจอื่นๆ ทำให้เดือนนี้เป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับนักเดินทางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสความขลังของประวัติศาสตร์ที่สุโขทัย ความโรแมนติกตระการตาของโคมลอยที่เชียงใหม่ หรือความยิ่งใหญ่ของงานแสดงช้างที่สุรินทร์ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ
การวางแผนล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญสู่การเดินทางที่สมบูรณ์แบบในช่วงเทศกาล เพื่อให้สามารถดื่มด่ำกับความงดงามของวัฒนธรรมและธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ การเดินทางในเดือนพฤศจิกายนจึงไม่ใช่เป็นเพียงการท่องเที่ยว แต่เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของประเทศไทย