เปิดประเทศรับไฮซีซั่น! 5 จังหวัดน่าเที่ยว-เช็คมาตรการล่าสุด
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง รัฐบาลได้ประกาศแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบเพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึง ประเด็นสำคัญที่นักเดินทางต่างจับตามองคือการ เปิดประเทศรับไฮซีซั่น! 5 จังหวัดน่าเที่ยว-เช็คมาตรการล่าสุด ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- นโยบายเชิงรุกของภาครัฐ: รัฐบาลไทยประกาศใช้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลายมิติ ทั้งนโยบาย Visa Free และการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดการเดินทางเข้ามาในประเทศ
- แคมเปญระดับชาติ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง สร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย
- เจาะลึก 5 จังหวัดไฮไลท์: นำเสนอ 5 จังหวัดท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและได้รับความนิยมในช่วงไฮซีซั่น ครอบคลุมทั้งภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อเป็นแนวทางให้นักท่องเที่ยวได้วางแผนการเดินทาง
- เน้นความปลอดภัยและสุขอนามัย: โครงการ “สุขใจ เที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” ถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้กับนักเดินทาง
- เป้าหมายทางเศรษฐกิจ: ตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 21.9 ล้านคน และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 1.04 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม
ภาพรวมการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยไฮซีซั่น 2568
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับช่วงไฮซีซั่นปี 2568 รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการฟื้นฟูและส่งเสริมภาคส่วนนี้ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่น่าดึงดูด ปลอดภัย และเข้าถึงง่ายสำหรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก
หัวใจของแผนการดำเนินงานครั้งนี้คือการใช้โมเดล 2 ขา (Two-Pronged Strategy) ซึ่งประกอบด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านนโยบายที่เอื้อต่อการเดินทาง และการกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวไทยผ่านการส่งเสริมประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และมีคุณค่า การผสมผสานกลยุทธ์ทั้งสองด้านนี้ถูกคาดหวังว่าจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมทั้งหมด
มาตรการล่าสุดจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนหลายด้านอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปจนถึงการยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว
นโยบายวีซ่าฟรีและการส่งเสริมการเดินทาง
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ถูกนำมาใช้คือการขยายนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือ Visa Free ให้กับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเป้าหมายเพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่า ทำให้การตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival) เป็นการชั่วคราว เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวในระยะสั้น มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยพร้อมเปิดรับและอำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางอย่างเต็มที่
แคมเปญใหญ่ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025”
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sports Year 2025” เพื่อสร้างกระแสและดึงดูดความสนใจจากตลาดโลก แคมเปญนี้มุ่งเน้นการนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ผสมผสานระหว่างการพักผ่อน การสัมผัสวัฒนธรรม และการเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติ (Sports Tourism) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงและสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ แคมเปญยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักที่มีชื่อเสียงและเมืองรองที่มีเสน่ห์ เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้ออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเดิมๆ
การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย
ความปลอดภัยและสุขอนามัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวคำนึงถึงเป็นอันดับแรก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้ผลักดันโครงการ “สุขใจ เที่ยวไทย อุ่นใจทุกที่” อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยสากล การสื่อสารที่โปร่งใสเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ และการเตรียมความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยวในทุกสถานการณ์ คือกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอุ่นใจตลอดการเดินทาง
กลยุทธ์ “วิถีถิ่น วิถีไทย” เพื่อกระจายรายได้
เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แนวคิด “วิถีถิ่น วิถีไทย” ถูกนำมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว โดยส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นนำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร เช่น การท่องเที่ยวเชิงเกษตร การเรียนทำอาหารพื้นเมือง หรือการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยว แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนในชุมชนโดยตรง
แนะนำ 5 จังหวัดน่าเที่ยวที่ไม่ควรพลาดในช่วงปลายปี
แม้ว่ารัฐบาลจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แต่มี 5 จังหวัดที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมอย่างสูงในช่วงไฮซีซั่นปลายปี ด้วยความหลากหลายของภูมิประเทศ วัฒนธรรม และกิจกรรมที่น่าสนใจ ทำให้จังหวัดเหล่านี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางจำนวนมาก
เชียงใหม่: สัมผัสอากาศหนาวและวัฒนธรรมล้านนา
เชียงใหม่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของภาคเหนือในช่วงฤดูหนาว เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมล้านนาที่ผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นวันด้วยการขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองจากมุมสูง จากนั้นจึงลงมาเดินเล่นในคูเมืองเก่า ชมวัดวาอารามที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่น วัดเจดีย์หลวง หรือวัดพระสิงห์
ในช่วงเย็น ถนนคนเดินท่าแพและวัวลายจะคึกคักไปด้วยร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและของที่ระลึก ส่วนผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติก็สามารถเดินทางออกไปนอกเมืองเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์บนดอยอินทนนท์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย หรือเยี่ยมชมโครงการหลวงเพื่อเรียนรู้วิถีเกษตรบนที่สูง นอกจากนี้ เชียงใหม่ยังมีคาเฟ่และร้านอาหารเก๋ๆ ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของเมือง รอให้นักเดินทางไปค้นพบ
เชียงราย: ดินแดนแห่งศิลปะ ท่ามกลางขุนเขา
เชียงราย จังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่น่าทึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกคือ วัดร่องขุ่น ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งมีความงดงามวิจิตรตระการตาราวกับสวรรค์บนดิน ไม่ไกลกันนักยังมี บ้านดำ ของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี และ วัดร่องเสือเต้น ที่มีอุโบสถสีน้ำเงินโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
นอกเหนือจากงานศิลปะ เชียงรายยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทะเลหมอกยามเช้าที่ภูชี้ฟ้า หรือเยี่ยมชมพระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการดูแลอย่างสวยงามตลอดทั้งปี การได้จิบชาคุณภาพดีจากไร่ชาฉุยฟงพร้อมชมทิวทัศน์ของไร่ชาที่เรียงตัวเป็นขั้นบันไดก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
ภูเก็ต: ไข่มุกแห่งอันดามัน สวรรค์ของคนรักทะเล
เมื่อพูดถึงทะเลใต้ ภูเก็ตคือชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง ในช่วงไฮซีซั่นซึ่งเป็นช่วงที่มรสุมผ่านพ้นไป ท้องฟ้าจะแจ่มใสและน้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าคราม เหมาะแก่การทำกิจกรรมทางน้ำทุกประเภท หาดป่าตองยังคงเป็นศูนย์กลางของความบันเทิงและแสงสียามค่ำคืน ขณะที่หาดกะรนและหาดกะตะก็นำเสนอบรรยากาศที่เงียบสงบกว่า เหมาะสำหรับการพักผ่อนของครอบครัว
กิจกรรมยอดนิยมคือการซื้อทัวร์แบบวันเดียวเพื่อไปเที่ยวชมความงามของหมู่เกาะพีพี อ่าวมาหยา หรือหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ นอกจากนี้ การเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีสในย่านเมืองเก่าภูเก็ตและลิ้มลองอาหารพื้นเมืองรสเลิศก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลงรักเกาะแห่งนี้
กระบี่: เสน่ห์แห่งผาหินปูนและหมู่เกาะงดงาม
กระบี่มีทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยภูเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน อ่าวนางเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่นักเดินทางส่วนใหญ่ใช้เป็นฐานในการออกไปสำรวจเกาะต่างๆ ที่มีชื่อเสียง เช่น ทะเลแหวก เกาะปอดะ หรือเกาะห้อง ซึ่งมีลากูนน้ำใสงดงามซ่อนอยู่ภายใน
สำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ไร่เลย์ซึ่งเป็นหาดที่เข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดในโลกสำหรับกิจกรรมปีนหน้าผา นอกจากนี้ การพายเรือคายัคเพื่อสำรวจป่าชายเลนที่อ่าวท่าเลน หรือการแช่น้ำตกร้อนและสระมรกตก็เป็นกิจกรรมทางธรรมชาติที่มอบความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย): แหล่งพักผ่อนครบวงจรแห่งอ่าวไทย
เกาะสมุย ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวไปจนถึงบังกะโลริมหาดที่เรียบง่าย หาดเฉวงเป็นหาดที่คึกคักที่สุด มีร้านอาหาร บาร์ และกิจกรรมมากมาย ส่วนหาดละไมและหาดบ่อผุดจะให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่า
เกาะสมุยเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น หินตาหินยาย และน้ำตกหน้าเมือง นอกจากนี้ยังเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ 42 เกาะที่มีทิวทัศน์งดงามแปลกตา และเป็นที่ตั้งของทะเลในสีมรกตที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา การเดินทางไปเกาะพะงันซึ่งอยู่ใกล้เคียงเพื่อสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยว
ตารางเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละจังหวัด
| จังหวัด | จุดเด่น | กิจกรรมแนะนำ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| เชียงใหม่ | วัฒนธรรมล้านนา, ธรรมชาติบนดอย, อากาศหนาว, คาเฟ่ | ไหว้พระธาตุดอยสุเทพ, เดินเที่ยวในเมืองเก่า, ขึ้นดอยอินทนนท์, เที่ยวโครงการหลวง | ครอบครัว, คู่รัก, ผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมและธรรมชาติ |
| เชียงราย | ศิลปะร่วมสมัย, วัดที่เป็นเอกลักษณ์, ไร่ชา, ทะเลหมอก | ชมวัดร่องขุ่น-วัดร่องเสือเต้น, เที่ยวไร่ชาฉุยฟง, ขึ้นภูชี้ฟ้า, เยี่ยมชมสามเหลี่ยมทองคำ | ผู้รักศิลปะ, นักเดินทางที่มองหาความสงบ, สายถ่ายภาพ |
| ภูเก็ต | หาดทรายสวยงาม, น้ำทะเลใส, สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน, แสงสียามค่ำคืน | ทัวร์เกาะพีพี-เกาะสิมิลัน, ดำน้ำ, เดินเล่นย่านเมืองเก่า, พักผ่อนริมหาด | กลุ่มเพื่อน, คู่รัก, ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำและความบันเทิง |
| กระบี่ | ภูเขาหินปูนกลางทะเล, หมู่เกาะงดงาม, กิจกรรมผจญภัย | ทัวร์ 4 เกาะ (ทะเลแหวก), พายเรือคายัค, ปีนหน้าผาที่ไร่เลย์, เที่ยวเกาะห้อง | นักผจญภัย, คู่รัก, ผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด |
| สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) | รีสอร์ตหรู, ชายหาดที่หลากหลาย, เดินทางสะดวก, แหล่งพักผ่อนครบวงจร | พักผ่อนในรีสอร์ต, เที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง, ชมหินตาหินยาย | ครอบครัว, คู่รักที่มองหาความหรูหรา, นักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบาย |
การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น
การเดินทางในช่วงไฮซีซั่นซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นนั้นจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
- การจองล่วงหน้า: เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมสูง ตั๋วเครื่องบินและที่พักมักจะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็วและมีราคาสูงขึ้น ควรวางแผนและทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม
- การวางแผนการเดินทาง: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สนใจและวางแผนเส้นทางการเดินทางในแต่ละวัน จะช่วยให้ประหยัดเวลาและเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความยืดหยุ่น
- การเตรียมงบประมาณ: ค่าใช้จ่ายในช่วงไฮซีซั่นอาจสูงกว่าปกติ ทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่ากิจกรรมต่างๆ ควรวางแผนงบประมาณให้รอบคอบและเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด
- การตรวจสอบสภาพอากาศ: แม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่น แต่สภาพอากาศก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปภาคเหนือซึ่งอาจมีอากาศหนาวเย็นในตอนกลางคืน
บทสรุป: อนาคตที่สดใสของการท่องเที่ยวไทย
การเปิดประเทศรับไฮซีซั่นปี 2568 ด้วยมาตรการและแคมเปญต่างๆ ที่ครอบคลุมทุกมิติ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กลับมาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง การเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย การส่งเสริมประสบการณ์ท้องถิ่น และการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้กลับมาเยือนประเทศไทย
ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและแนวทางการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม คาดว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะสามารถสร้างรายได้ทะลุ 1.04 ล้านล้านบาท และต้อนรับนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 21.9 ล้านคนตามที่ตั้งเป้าไว้ การเดินทางในช่วงไฮซีซั่นนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความสุขและประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับนักเดินทาง แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน