Home » งบประมาณ 2569 เคาะแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด

งบประมาณ 2569 เคาะแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด

สารบัญ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกำหนดวงเงินรวม 3.78 ล้านล้านบาท การอนุมัติครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่กำหนดทิศทางการใช้จ่ายของภาครัฐและสะท้อนนโยบายสำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศในปีถัดไป บทความนี้จะเจาะลึกรายละเอียดว่าภายใต้หัวข้อ งบประมาณ 2569 เคาะแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด นั้น มีการจัดสรรงบประมาณอย่างไร และหน่วยงานใดที่ได้รับความสำคัญเป็นพิเศษ

สรุปประเด็นสำคัญของงบประมาณ 2569

  • วงเงินรวม: งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 มีวงเงินรวมประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • ผู้รับการจัดสรรสูงสุด: “งบกลาง” ยังคงเป็นรายการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดที่ 632,968 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็นวงเงินที่ลดลงจากปีก่อนหน้าก็ตาม
  • สามอันดับแรก: นอกจากงบกลางแล้ว กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุดคือ กระทรวงการคลัง และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของนโยบายด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • การลงทุนด้านการศึกษา: กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 14,333 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงการให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ
  • เป้าหมายหลัก: การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความเท่าเทียมในสังคม

ภาพรวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

ภาพรวมงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย

การวิเคราะห์หัวข้อ งบประมาณ 2569 เคาะแล้ว! ส่องกระทรวงไหนได้งบเยอะสุด เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินคือเครื่องมือทางการคลังที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลในการบริหารประเทศ โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในเดือนกันยายน 2568 ได้กำหนดกรอบวงเงินไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า และเป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่อง

นโยบายงบประมาณขาดดุลหมายถึงการที่รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายสูงกว่ารายรับที่คาดว่าจะจัดเก็บได้ ส่วนต่างดังกล่าวจะถูกชดเชยด้วยการกู้ยืม วัตถุประสงค์หลักของการดำเนินนโยบายนี้คือเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการบริโภคและการลงทุน และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายหลังจากสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ การอนุมัติงบประมาณนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการวางรากฐานการดำเนินงานของทุกหน่วยงานภาครัฐตลอดทั้งปีงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการสังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม

เจาะลึก 10 อันดับหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด

การพิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับลำดับความสำคัญของนโยบายรัฐบาล ตารางด้านล่างแสดง 10 อันดับหน่วยงาน (รวมงบกลาง) ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุดสำหรับปี 2569 พร้อมเปรียบเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า เพื่อให้เห็นถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลสรุป 10 อันดับหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 สูงสุด อ้างอิงจากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ
อันดับ หน่วยงาน/กระทรวง งบประมาณปี 2569 (ล้านบาท) เปลี่ยนแปลงจากปี 2568 (ล้านบาท)
1 งบประมาณกลาง 632,968 ลดลง 209,032
2 กระทรวงการคลัง 397,856 เพิ่มขึ้น 8,197
3 กระทรวงศึกษาธิการ 355,108 เพิ่มขึ้น 14,333
4 กระทรวงมหาดไทย 301,265 เพิ่มขึ้น 6,852
5 กระทรวงกลาโหม 204,434 เพิ่มขึ้น 4,713
6 กระทรวงคมนาคม 200,756 เพิ่มขึ้น 7,403
7 กระทรวงสาธารณสุข 177,639 เพิ่มขึ้น 5,673
8 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 140,300 เพิ่มขึ้น 8,058
9 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 130,111 เพิ่มขึ้น 7,483
10 กระทรวงแรงงาน 68,069 เพิ่มขึ้น 21.5

วิเคราะห์การจัดสรรงบประมาณรายกระทรวงที่น่าสนใจ

จากข้อมูลในตาราง จะเห็นได้ว่าการจัดสรรงบประมาณในปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในหลายหน่วยงาน ซึ่งสามารถวิเคราะห์ในเชิงลึกได้ดังนี้

“งบกลาง”: งบประมาณสูงสุดท่ามกลางการปรับลด

งบกลาง หรือ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง เป็นรายการที่ได้รับการจัดสรรสูงสุดที่ 632,968 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้กลับลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 209,032 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ งบกลางไม่ใช่กระทรวง แต่เป็นงบประมาณที่สำนักงบประมาณจัดสรรไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เช่น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน, ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของข้าราชการ, เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

การปรับลดงบกลางลงอย่างมาก อาจสะท้อนถึงการพยายามจัดสรรงบประมาณให้ตรงตามภารกิจของแต่ละกระทรวงมากขึ้น ลดการพึ่งพางบกลาง และเพิ่มความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

นอกจากนี้ ยังอาจเป็นผลมาจากการที่สถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่าง เช่น การระบาดใหญ่ของโรคติดต่อ ได้คลี่คลายลง ทำให้ความจำเป็นในการตั้งเงินสำรองจ่ายลดลง และสามารถโอนงบประมาณส่วนนี้ไปสนับสนุนภารกิจด้านอื่นแทนได้

กระทรวงการคลัง: กลไกหลักในการบริหารเศรษฐกิจมหภาค

กระทรวงการคลังได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับสอง รองจากงบกลาง ด้วยวงเงิน 397,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,197 ล้านบาท งบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงการคลังจะถูกใช้ไปกับภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะ การชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ย รวมถึงการดำเนินนโยบายทางการคลังต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจ การได้รับงบประมาณในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตอกย้ำบทบาทของกระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานหลักที่ดูแลสุขภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

กระทรวงศึกษาธิการ: การลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ

จุดที่น่าจับตามองที่สุดในงบประมาณปี 2569 คือ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับสามที่ 355,108 ล้านบาท และเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 14,333 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้สอดคล้องกับคำแถลงของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในโครงการต่างๆ เช่น การพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน, การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา, การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย, การพัฒนาทักษะครู และการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับประชากรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

กลุ่มกระทรวงด้านความมั่นคง สังคม และโครงสร้างพื้นฐาน

กระทรวงอื่นๆ ใน 10 อันดับแรกล้วนได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจที่ต่อเนื่องและมีความสำคัญแตกต่างกันไป:

  • กระทรวงมหาดไทย (301,265 ล้านบาท): มีบทบาทสำคัญในการบริหารราชการส่วนภูมิภาค ดูแลความสงบเรียบร้อย และขับเคลื่อนโครงการพัฒนาในระดับท้องถิ่น
  • กระทรวงกลาโหม (204,434 ล้านบาท): งบประมาณที่ได้รับใช้สำหรับภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ การป้องกันราชอาณาจักร และการพัฒนาศักยภาพของกองทัพ
  • กระทรวงคมนาคม (200,756 ล้านบาท): งบประมาณส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้ในการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น การขยายถนน, การพัฒนาระบบราง และการปรับปรุงท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • กระทรวงสาธารณสุข (177,639 ล้านบาท): งบประมาณนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การพัฒนาโรงพยาบาล และการป้องกันควบคุมโรค เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง

ทิศทางนโยบายรัฐบาลที่สะท้อนผ่านงบประมาณ 2569

ภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ได้สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและลำดับความสำคัญของนโยบายรัฐบาลอย่างชัดเจน ประการแรกคือการมุ่งเน้น การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ผ่านการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลและการให้งบประมาณสูงแก่กระทรวงการคลังเพื่อบริหารจัดการภาระทางการคลังและดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ประการที่สองคือการให้ความสำคัญกับ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มงบประมาณจำนวนมากให้กับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ที่ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นกว่า 8,058 ล้านบาทเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ

ประการสุดท้ายคือ การสร้างความเท่าเทียมทางสังคมและความมั่นคงในชีวิต ผ่านการจัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงแรงงาน เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ตั้งแต่สุขภาพ การประกอบอาชีพ ไปจนถึงหลักประกันทางสังคม ทั้งหมดนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุไว้ คือการสร้างผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

บทสรุปและขั้นตอนต่อไปของร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ

โดยสรุป การอนุมัติร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในปีต่อไป งบกลางยังคงครองอันดับหนึ่งในการจัดสรรงบประมาณ ตามมาด้วยกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญเป็นสัญญาณบวกต่อการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้เป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการโดยคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ขั้นตอนต่อไปคือการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระต่างๆ ซึ่งจะมีการอภิปรายและอาจมีการปรับแก้รายละเอียดในชั้นกรรมาธิการ ก่อนที่จะผ่านการพิจารณาของวุฒิสภาและประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ดังนั้น การติดตามความคืบหน้าในกระบวนการพิจารณาของรัฐสภาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะส่งผลต่อทุกคนในประเทศได้อย่างสมบูรณ์