Home » เที่ยวทิพย์สมจริง! ททท. ดัน VR แทนเที่ยวจริง

เที่ยวทิพย์สมจริง! ททท. ดัน VR แทนเที่ยวจริง

สารบัญ

ปรากฏการณ์ เที่ยวทิพย์สมจริง! ททท. ดัน VR แทนเที่ยวจริง ได้กลายเป็นหัวข้อที่น่าจับตามองในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย การนำเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่นี้ไม่เพียงแต่เป็นทางออกในช่วงเวลาที่การเดินทางจริงมีข้อจำกัด แต่ยังเป็นการเปิดศักยภาพใหม่ๆ ให้กับอนาคตของการท่องเที่ยวอีกด้วย

  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันโครงการท่องเที่ยวเสมือนจริง หรือ “เที่ยวทิพย์” โดยใช้เทคโนโลยี VR เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล
  • เทคโนโลยี VR มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สมจริงแบบ 360 องศา ช่วยให้ผู้คนสามารถสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้จากทุกที่ทุกเวลา ลดข้อจำกัดด้านกายภาพ เวลา และสถานการณ์โรคระบาด
  • เที่ยวทิพย์ด้วย VR สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น
  • แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่การท่องเที่ยวเสมือนจริงยังคงเผชิญกับความท้าทาย ทั้งในประเด็นการเข้าถึงเทคโนโลยี ต้นทุนการผลิต และข้อถกเถียงที่ว่าอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในท้องถิ่นระยะยาว

บทนำสู่มิติใหม่แห่งการเดินทาง: เที่ยวทิพย์คืออะไร

แนวคิด เที่ยวทิพย์สมจริง! ททท. ดัน VR แทนเที่ยวจริง สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลยุทธ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางหยุดชะงัก “เที่ยวทิพย์” หรือ Virtual Tourism ไม่ใช่แค่การดูรูปภาพหรือวิดีโออีกต่อไป แต่คือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Virtual Reality (VR) เพื่อจำลองประสบการณ์เสมือนว่าผู้ใช้งานได้ไปเยือนสถานที่นั้นๆ จริง สร้างความรู้สึกดื่มด่ำและมีส่วนร่วมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่รักการเดินทางแต่ไม่สามารถออกไปไหนได้ และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพยุงและฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ความสำคัญของการท่องเที่ยวเสมือนจริงทวีความชัดเจนขึ้นเมื่อข้อจำกัดต่างๆ ทำให้ผู้คนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เทรนด์นี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องมองหาช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงลูกค้า หน่วยงานภาครัฐอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและเข้ามามีบทบาทในการผลักดันให้เกิดโครงการนำร่องต่างๆ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว VR ของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ นับเป็นก้าวสำคัญที่บ่งชี้ว่าอนาคตของการท่องเที่ยวจะไม่ได้พึ่งพาแค่การเดินทางทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่จะผสมผสานประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับนักเดินทางทั่วโลก

เจาะลึกเทคโนโลยี VR กับการท่องเที่ยวเสมือนจริง

เจาะลึกเทคโนโลยี VR กับการท่องเที่ยวเสมือนจริง

นิยามของ VR ท่องเที่ยว (Virtual Reality Tourism)

VR ท่องเที่ยว หรือ Virtual Reality Tourism คือการใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมจำลองของสถานที่ท่องเที่ยวจริงให้ผู้ใช้งานได้เข้าไปสัมผัสผ่านอุปกรณ์ VR เช่น แว่นตา VR หรือ Headset หลักการทำงานของมันคือการนำเสนอภาพและเสียงแบบ 360 องศาที่สมจริง ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในสถานที่นั้นๆ สามารถหันมองไปรอบๆ เดินสำรวจ หรือแม้กระทั่งมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุบางอย่างในโลกเสมือนได้ ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง VR ท่องเที่ยว กับการชมสื่อแบบดั้งเดิมคือระดับของความดื่มด่ำ (Immersion) ที่สูงกว่ามาก แทนที่จะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์จากภายนอก ผู้ใช้งานจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมนั้นๆ ซึ่งมอบประสบการณ์ที่ลึกซึ้งและน่าจดจำยิ่งขึ้น

ตัวอย่างแพลตฟอร์มและประสบการณ์เที่ยวทิพย์ในปัจจุบัน

ในปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มจำนวนมากที่ให้บริการประสบการณ์เที่ยวทิพย์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างเช่น:

  • Google Earth VR: แพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้งานสามารถ “บิน” ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก และสำรวจเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในรูปแบบสามมิติที่สมจริง
  • AirPano: เว็บไซต์ที่รวบรวมวิดีโอและภาพถ่ายพาโนรามา 360 องศาความละเอียดสูงจากสถานที่สวยงามทั่วโลก ผู้ใช้สามารถชมทิวทัศน์จากมุมมองที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในการเดินทางจริง เช่น มุมมองจากโดรนเหนือยอดเขาหรือกลางหุบเหว
  • Drive and Listen: ประสบการณ์เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่ให้ผู้ใช้ได้ “ขับรถ” ชมเมืองต่างๆ ทั่วโลก พร้อมกับฟังสถานีวิทยุท้องถิ่นของเมืองนั้นๆ ไปด้วย สร้างบรรยากาศที่สมจริงราวกับกำลังเดินทางอยู่จริงๆ
  • 360Cities: ชุมชนสำหรับช่างภาพพาโนรามาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวบรวมภาพ 360 องศาจากสถานที่นับล้านแห่ง ทำให้ผู้ใช้สามารถสำรวจสถานที่ต่างๆ ได้อย่างละเอียด

แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความต้องการเดินทางในช่วงที่มีข้อจำกัด และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

บทบาทสำคัญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เข้ามามีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนา VR ท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยได้ริเริ่มโครงการนำร่องหลายโครงการเพื่อสร้างแพลตฟอร์ม “เที่ยวทิพย์” ที่นำเสนอเอกลักษณ์และเสน่ห์ของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก เป้าหมายหลักของ ททท. คือการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ซบเซาจากผลกระทบของโรคระบาด โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการรักษาการรับรู้ (Awareness) ของแบรนด์การท่องเที่ยวไทยไว้ นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เช่น โรงแรม บริษัททัวร์ ร้านอาหาร และร้านค้าของที่ระลึก สามารถนำเสนอสินค้าและบริการของตนผ่านช่องทางดิจิทัลในรูปแบบที่น่าสนใจและสร้างสรรค์ เป็นการเพิ่มมูลค่าและเตรียมความพร้อมสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาเดินทางจริงในอนาคต

ประโยชน์และโอกาสของ VR ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

การสร้างประสบการณ์ที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของ VR ท่องเที่ยวคือความสามารถในการทลายข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดทางกายภาพสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ข้อจำกัดด้านงบประมาณและเวลาสำหรับผู้ที่ไม่มีวันหยุดยาว หรือข้อจำกัดจากสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันอย่างโรคระบาด เทคโนโลยี VR ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประสบการณ์การเดินทางได้จากบ้านของตนเอง เปิดประตูสู่โลกกว้างให้แก่ผู้คนจำนวนมหาศาลที่ไม่เคยมีโอกาสได้เดินทางมาก่อน นอกจากนี้ยังสามารถนำเสนอสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากในโลกแห่งความจริง เช่น การดำน้ำลึกชมปะการัง หรือการปีนยอดเขาสูงชัน ได้อย่างปลอดภัยและง่ายดาย

เครื่องมือการตลาดและการขายยุคใหม่สำหรับผู้ประกอบการ

สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เทคโนโลยี VR ไม่ใช่แค่ของเล่นแปลกใหม่ แต่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โรงแรมสามารถสร้างทัวร์เสมือนจริง (Virtual Tour) ให้ลูกค้าได้เดินชมห้องพัก สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก่อนตัดสินใจจอง บริษัททัวร์สามารถนำเสนอตัวอย่างกิจกรรมไฮไลท์ เช่น การล่องเรือ หรือการเดินป่า เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สามารถสร้างประสบการณ์เสมือนจริงเพื่อประชาสัมพันธ์และกระตุ้นให้เกิดความต้องการเดินทางมาเยือนจริง แนวคิด “ลองก่อนซื้อ” (Try before you buy) ในรูปแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจและลดความลังเลของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยอัจฉริยะในการวางแผนการเดินทางจริง

นอกเหนือจากการเป็นประสบการณ์ทดแทนแล้ว VR ท่องเที่ยวยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการเดินทางจริงที่ยอดเยี่ยม นักท่องเที่ยวสามารถใช้ VR เพื่อสำรวจจุดหมายปลายทางต่างๆ เปรียบเทียบที่พัก หรือทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่จะไปเยือนล่วงหน้าได้ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จัดสรรเวลาได้ดีขึ้น และตัดสินใจเลือกกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจของตนเองได้อย่างแม่นยำ ประสบการณ์เสมือนจริงสามารถสร้างแรงบันดาลใจและเป็นตัวจุดประกายให้เกิดการวางแผนเดินทางจริงในอนาคต ลดโอกาสที่จะเกิดความผิดหวังจากสถานที่ที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง

ความท้าทายและข้อพิจารณา: เหรียญสองด้านของเที่ยวทิพย์

ข้อถกเถียง: เทคโนโลยีทดแทนหรือทำลายการท่องเที่ยวท้องถิ่น

ท่ามกลางกระแสความตื่นตัว ยังมีข้อกังวลและเสียงวิจารณ์ที่สำคัญเกี่ยวกับผลกระทบระยะยาวของ VR ท่องเที่ยว ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงคือ คำถามที่ว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามา “ทดแทน” การเดินทางจริงจนทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่นซบเซาลงหรือไม่ หากนักท่องเที่ยวรู้สึกพึงพอใจกับประสบการณ์เสมือนจริงจนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานที่จริง ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อชุมชนท้องถิ่นอาจรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ที่พักขนาดเล็ก คนขับรถนำเที่ยว หรือร้านขายของที่ระลึก ล้วนพึ่งพารายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจริง ดังนั้น การหาจุดสมดุลระหว่างการใช้ VR เป็นเครื่องมือส่งเสริมการขายกับการสร้างประสบการณ์ที่สมจริงจนเกินไปจึงเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้พัฒนาและผู้กำหนดนโยบาย

อุปสรรคด้านเทคโนโลยีและการเข้าถึง

แม้ว่าศักยภาพของ VR จะน่าทึ่ง แต่การเข้าถึงเทคโนโลยียังคงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้บริโภคในวงกว้าง

อุปกรณ์ VR คุณภาพสูงยังคงมีราคาสูง ทำให้ยังไม่แพร่หลายในครัวเรือนทั่วไป นอกจากนี้ การใช้งานประสบการณ์ VR ที่ราบรื่นยังต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและมีเสถียรภาพ ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดในบางพื้นที่ ประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) จึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา หากการท่องเที่ยวเสมือนจริงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ อาจทำให้กลุ่มคนที่ไม่มีกำลังซื้อหรือไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ความท้าทายในการสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพสูง

การสร้างเนื้อหา VR ที่มีคุณภาพและมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจนั้นต้องใช้ทั้งทักษะ ความเชี่ยวชาญ และงบประมาณที่สูงกว่าการผลิตสื่อแบบดั้งเดิมมาก การถ่ายทำวิดีโอ 360 องศา การสร้างโมเดลสามมิติ และการออกแบบปฏิสัมพันธ์ในโลกเสมือน ล้วนเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน หากเนื้อหาที่ผลิตออกมาไม่มีคุณภาพมากพอ เช่น ภาพมีความละเอียดต่ำ หรือการเคลื่อนไหวไม่ราบรื่น อาจสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีและทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเวียนศีรษะ (Motion Sickness) ได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของสถานที่และตัวเทคโนโลยีเอง ดังนั้น การลงทุนเพื่อสร้างเนื้อหาที่มีมาตรฐานสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ VR ท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ

ตารางเปรียบเทียบ: การท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม vs. การท่องเที่ยวเสมือนจริง

ตารางเปรียบเทียบมิติต่างๆ ระหว่างการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมและการท่องเที่ยวเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี VR
มิติการเปรียบเทียบ การท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม การท่องเที่ยวเสมือนจริง (VR)
การเข้าถึง มีข้อจำกัดด้านกายภาพ, เวลา, งบประมาณ และสถานการณ์ต่างๆ เข้าถึงได้ง่ายจากทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีข้อจำกัดด้านกายภาพ
ค่าใช้จ่าย มีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าเดินทาง ที่พัก อาหาร และกิจกรรม ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นคืออุปกรณ์ VR ส่วนค่าเข้าชมเนื้อหามีทั้งฟรีและเสียเงิน แต่โดยรวมต่ำกว่ามาก
ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส ได้รับประสบการณ์ครบทุกมิติ (รูป, รส, กลิ่น, เสียง, สัมผัส) เน้นประสบการณ์ด้านการมองเห็นและการได้ยินเป็นหลัก ยังขาดมิติอื่นๆ
ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม สามารถพบปะและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้จริง ปฏิสัมพันธ์จำกัดอยู่บนโลกออนไลน์หรือเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง อาจไม่มีผลกระทบโดยตรง หรืออาจส่งผลลบหากมาทดแทนการเดินทางจริง
ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม อาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเดินทาง (Carbon Footprint) เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทาง

ทิศทางอนาคตของการท่องเที่ยวไทยในยุคดิจิทัล

ทิศทางในอนาคตของการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Model) ระหว่างการเดินทางจริงและประสบการณ์เสมือนจริง เทคโนโลยี VR จะไม่ถูกมองว่าเป็น “สิ่งทดแทน” แต่เป็น “ส่วนเสริม” ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ช่วงสร้างแรงบันดาลใจ การวางแผน การสัมผัสประสบการณ์ระหว่างเดินทาง ไปจนถึงการหวนรำลึกถึงความทรงจำหลังการเดินทางสิ้นสุดลง

ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวอาจใช้ VR ทัวร์เพื่อเลือกโรงแรมที่ถูกใจที่สุดก่อนจอง หรือพิพิธภัณฑ์อาจใช้เทคโนโลยี AR (Augmented Reality) ควบคู่กับ VR เพื่อสร้างการจัดแสดงที่น่าตื่นเต้นและให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การที่ ททท. และหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค สร้างภาพลักษณ์ของประเทศที่ทันสมัยและพร้อมปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่มองหาประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจ

บทสรุป: ก้าวต่อไปของเที่ยวทิพย์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

การเกิดขึ้นของ เที่ยวทิพย์สมจริง ที่ขับเคลื่อนโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและเทคโนโลยี VR ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นจากวิกฤต แต่ก็ได้เปิดประตูสู่โอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ๆ มากมาย ตั้งแต่การสร้างประสบการณ์ที่ไร้ขีดจำกัดไปจนถึงการเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับการรับมือกับความท้าทายต่างๆ ทั้งการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงง่าย การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดคือการหาจุดสมดุลที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น แทนที่จะทำลายมัน

อนาคตของการเดินทางอาจไม่ใช่การเลือกระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือน แต่เป็นการผสานสองโลกนี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การติดตามพัฒนาการของเทคโนโลยี VR และนโยบายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับทั้งผู้ที่รักการเดินทางและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภูมิทัศน์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง