กองทุน AI-Powered คืออะไร? อนาคตลงทุนยุคใหม่
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม โลกของการลงทุนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นกัน หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองคือ กองทุน AI-Powered คืออะไร? อนาคตลงทุนยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก หรือแม้กระทั่งใช้ AI เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน กองทุนประเภทนี้จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาผลตอบแทนรูปแบบใหม่ในภูมิทัศน์การเงินปี 2569
ประเด็นสำคัญของการลงทุนผ่านกองทุน AI-Powered

- คำจำกัดความ: กองทุน AI-Powered คือกองทุนรวมที่มุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่พัฒนาหรือใช้เทคโนโลยี AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ หรือเป็นกองทุนที่ใช้ระบบ AI ในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน
- โอกาสการเติบโต: ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแสเมกะเทรนด์ของปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน (AI Infrastructure) และการประยุกต์ใช้ (AI Application) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูงทั่วโลก
- ประเภทของกองทุน: แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นบริษัท AI (Technology Equity) และกองทุนที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยคัดเลือกสินทรัพย์และบริหารพอร์ต
- ความเสี่ยง: จัดเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง (ระดับ 6 ขึ้นไป) เนื่องจากความผันผวนของตลาดเทคโนโลยี จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงและมองหาการเติบโตในระยะยาว
เจาะลึกความหมายและลักษณะของกองทุน AI-Powered
การลงทุนในธีมปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดทุนทั่วโลก เพื่อให้เข้าใจถึงศักยภาพและข้อควรพิจารณา การทำความรู้จักกับคำจำกัดความและรูปแบบการทำงานของกองทุนประเภทนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
คำจำกัดความ: มากกว่าแค่กองทุนเทคโนโลยี
โดยพื้นฐานแล้ว กองทุน AI-Powered คือกองทุนรวม (Mutual Fund) ประเภทหนึ่งที่จัดอยู่ในหมวดกองทุนเทคโนโลยี (Technology Equity) แต่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนไปยังบริษัทที่มีรายได้หรือการเติบโตหลักมาจากการพัฒนา การประยุกต์ใช้ หรือการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์โดยตรง
สินทรัพย์ที่กองทุนเหล่านี้เข้าไปลงทุนมักครอบคลุมระบบนิเวศของ AI ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น:
- บริษัทเซมิคอนดักเตอร์: ผู้ผลิตชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่เป็นหัวใจสำคัญของ AI เช่น NVIDIA ซึ่งมีรายงานว่าประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 6-7 เท่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีรายได้เติบโตกว่า 200% ต่อปี
- ผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้ง: แพลตฟอร์มที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลของ AI เช่น Microsoft (Azure), Amazon (AWS), และ Alphabet (Google Cloud)
- บริษัทซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม AI: ผู้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และแอปพลิเคชันที่ใช้ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ เช่น Microsoft, Alphabet, และ Meta
ข้อดีของการลงทุนผ่านกองทุนประเภทนี้คือการกระจายความเสี่ยง นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเลือกหุ้นรายตัวซึ่งมีความเสี่ยงสูง แต่สามารถเข้าถึงบริษัท AI ชั้นนำของโลกได้หลายแห่งพร้อมกันผ่านการบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญ
รูปแบบการทำงานและประเภทของกองทุน
กองทุน AI-Powered สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งแต่ละประเภทมีแนวคิดและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
- กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจ AI (Investing in AI Companies)
เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน กองทุนเหล่านี้จะทำหน้าที่คัดเลือกและลงทุนในหุ้นของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรม AI โดยตรง รูปแบบที่นิยมในประเทศไทยมักเป็น Feeder Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่ระดมทุนในประเทศเพื่อไปลงทุนในกองทุนหลัก (Master Fund) ในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง ทำให้ผู้ลงทุนไทยสามารถเข้าถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้แบบเรียลไทม์เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง - กองทุนที่ใช้ AI ช่วยบริหาร (AI-Powered Management)
เป็นนวัตกรรมที่ใหม่กว่าและมีความซับซ้อนสูงขึ้น กองทุนประเภทนี้จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในกระบวนการตัดสินใจลงทุน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลตลาด การคัดเลือกสินทรัพย์ ไปจนถึงการปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) ตัวอย่างเช่น การใช้ Genetic Algorithm ซึ่งเป็น AI ที่เลียนแบบกระบวนการวิวัฒนาการทางธรรมชาติ เพื่อคัดเลือกกองทุนหรือหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ที่ดีที่สุด กองทุนกลุ่มนี้มักมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เอาชนะตลาดโดยอาศัยการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วและปราศจากอคติของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม กองทุนประเภทนี้ส่วนใหญ่ยังมีอายุน้อยกว่า 3 ปี ทำให้ข้อมูลผลการดำเนินงานในอดีตยังมีจำกัด
ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด กองทุน AI-Powered ส่วนใหญ่มักมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เนื่องจากเป็นการลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก
ภูมิทัศน์กองทุน AI-Powered: ตัวอย่างในไทยและต่างประเทศ
ปัจจุบันมีกองทุน AI-Powered ให้เลือกลงทุนหลากหลาย ทั้งที่จัดตั้งในประเทศไทยและในตลาดต่างประเทศ ซึ่งแต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุน จุดเด่น และระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป การเปรียบเทียบข้อมูลจะช่วยให้นักลงทุนมองเห็นภาพรวมและเลือกผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
| กองทุน | ผู้จัดการกองทุน | ลักษณะ/กองทุนแม่ | ระดับความเสี่ยง/ค่าธรรมเนียม | จุดเด่น |
|---|---|---|---|---|
| SCBDIGI | SCBAM | BNP Paribas Funds Disruptive Technology (Technology Equity) | ระดับ 6, Front-end 1.61%, Management 1.61%/ปี | เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและ AI ชั้นนำที่มีนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ไม่จ่ายปันผล |
| KT-WTAI-A | KTAM | Allianz Global Artificial Intelligence | ความเสี่ยงสูง (Technology Equity) | ลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา AI เช่น Microsoft, Amazon, Meta |
| ASP-ROBOT | ASP | AXA World Funds Framlington Robotech | ความเสี่ยงสูง | เป็นกองทุนแรกในไทยที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และ AI โดยเฉพาะ |
| UBOT | – | Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF | ความเสี่ยงสูง | เป็น ETF ที่เน้นการเติบโตระยะยาวจากธีมหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ |
| BOTZ | Global X | Robotics & AI ETF | ความเสี่ยงสูง, มูลค่า $1.7 พันล้าน (ปี 2023) | กองทุน ETF ด้าน AI ที่ใหญ่ที่สุดกองหนึ่ง มีเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน |
นอกจากกองทุนที่กล่าวมาข้างต้น ยังมี ETF ด้าน AI ในตลาดโลกอีกมากมายที่น่าสนใจ เช่น AIQ.US, XAIX.DE, และ GOAL.FR ซึ่งเน้นลงทุนในธีม AI Infrastructure และมีมูลค่าตลาดสูง การเข้าถึงกองทุนเหล่านี้จำเป็นต้องลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ
สำหรับกลุ่มที่ใช้ AI บริหารจัดการกองทุน ตัวอย่างที่น่าสนใจคือพอร์ต Growth Momentum AI (GMAI) จาก Deepscope ที่ใช้ AI คัดเลือกกองทุนที่มี NAV เติบโตเร็วที่สุด 5 อันดับแรก และทำการปรับพอร์ตทุกไตรมาส หรือกองทุน AIIQ (AI Powered International Equity ETF) ที่ใช้ AI ในการคัดเลือกหุ้นต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทุนกลุ่มนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นและต้องการระยะเวลาพิสูจน์ผลการดำเนินงานต่อไป
อนาคตการลงทุนยุคใหม่: โอกาสและความท้าทายในปี 2569
การลงทุนในกองทุน AI-Powered เปรียบเสมือนการเดิมพันกับการเติบโตของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต ซึ่งมาพร้อมกับโอกาสมหาศาลและความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
โอกาสการเติบโตจากเมกะเทรนด์ AI
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกองทุน AI มาจากสถานะของปัญญาประดิษฐ์ในฐานะเทคโนโลยีทรงพลัง (Disruptive Technology) ที่สามารถเรียนรู้และประมวลผลข้อมูลได้โดยอัตโนมัติคล้ายมนุษย์ ทำให้เกิดแนวโน้มการนำไปประยุกต์ใช้ในทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแพทย์ การเงิน การผลิต ไปจนถึงการตลาด
กระแสการลงทุนในธีมนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากนโยบายของภาครัฐในหลายประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน เช่น โครงการ Stargate ของสหรัฐฯ ที่มีงบประมาณกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI ของ OpenAI ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อบริษัทในระบบนิเวศทั้งหมด ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้นักลงทุนมืออาชีพและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ต่างเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF อย่าง BOTZ ที่มีมูลค่ากว่า 135 ล้านดอลลาร์ในปี 2023
ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณา
แม้จะมีศักยภาพการเติบโตสูง แต่การลงทุนในกองทุน AI-Powered ก็มีความเสี่ยงในระดับสูงเช่นกัน ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากความผันผวนของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมักจะอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และข่าวสารต่างๆ มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ทำให้มูลค่าของกองทุนอาจปรับตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น
ด้วยเหตุนี้ กองทุนประเภทนี้จึงไม่เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไปที่รับความเสี่ยงได้ต่ำหรือต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ในบางกรณี กองทุนบางประเภทอาจจำกัดการลงทุนเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Investor) เท่านั้น นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตยังมีข้อมูลจำกัด เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่เพิ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่นาน จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงประสิทธิภาพในระยะยาวได้อย่างเต็มที่
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน
สำหรับปี 2569 และในอนาคต ธีมการลงทุนใน AI ยังคงเป็นกระแสหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาดหุ้นโลก สำหรับนักลงทุนที่สนใจและยอมรับความเสี่ยงได้ การจัดสรรเงินลงทุนส่วนหนึ่งมายังกองทุน AI-Powered อาจเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้
วิธีการเข้าถึงกองทุนเหล่านี้สามารถทำได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในประเทศไทยสำหรับกองทุน Feeder Fund หรือผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ที่มีบริการซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เข้าถึง ETF ด้าน AI ได้ถึง 28 ประเทศทั่วโลก การศึกษาข้อมูลหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) และการทำความเข้าใจนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุนเป็นสิ่งจำเป็นก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
บทสรุป: กองทุน AI-Powered เหมาะกับใคร?
โดยสรุป กองทุน AI-Powered คือเครื่องมือการลงทุนแห่งอนาคตที่เปิดประตูสู่โอกาสการเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่สำคัญที่สุดแห่งทศวรรษ กองทุนเหล่านี้มอบข้อดีในด้านการกระจายความเสี่ยงและการเข้าถึงบริษัท AI ชั้นนำของโลกภายใต้การบริหารของผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม ศักยภาพที่สูงย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงและความผันผวนที่สูงตามไปด้วย กองทุนประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนระยะยาว สามารถยอมรับความผันผวนของตลาดได้ดี และต้องการจัดสรรพอร์ตการลงทุนส่วนหนึ่งเพื่อเกาะกระแสการเติบโตของนวัตกรรมเปลี่ยนโลก การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและประเมินระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างมีประสิทธิภาพ