Home » ‘โปรตีนจากอากาศ’ คืออะไร? Food Tech ใหม่ท้าชน Plant-based

‘โปรตีนจากอากาศ’ คืออะไร? Food Tech ใหม่ท้าชน Plant-based

สารบัญ

ในยุคที่ความมั่นคงทางอาหารและวิกฤตสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก เทคโนโลยีด้านอาหาร หรือ Food Tech ได้เข้ามามีบทบาทในการแสวงหาแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ๆ ที่มีความยั่งยืนมากกว่าเดิม หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองที่สุดคือ “โปรตีนจากอากาศ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สามารถเปลี่ยนองค์ประกอบในอากาศให้กลายเป็นอาหารได้

ประเด็นสำคัญของบทความ

  • นิยามและกระบวนการ: โปรตีนจากอากาศผลิตขึ้นโดยใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการเพาะเลี้ยงที่เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน และไนโตรเจน ให้เป็นกรดอะมิโนและโปรตีนคุณภาพสูง
  • ความยั่งยืน: เทคโนโลยีนี้ใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการผลิตเนื้อสัตว์แบบดั้งเดิมและการเกษตรสำหรับอาหาร Plant-based อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านที่ดิน น้ำ และพลังงาน พร้อมทั้งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • การเปรียบเทียบกับ Plant-based: แม้จะมีเป้าหมายเดียวกันในการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ แต่โปรตีนจากอากาศเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงกว่า โดยใช้วัตถุดิบจากอากาศแทนการเพาะปลูกพืช ซึ่งเป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดของการเกษตรแบบเดิม
  • ศักยภาพในอนาคต: โปรตีนจากอากาศมีศักยภาพในการเป็นคำตอบของความมั่นคงทางอาหาร สามารถผลิตได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ขึ้นกับสภาพอากาศหรือพื้นที่เพาะปลูก และอาจกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบอาหารโลกในอนาคต

‘โปรตีนจากอากาศ’ คืออะไร? Food Tech ใหม่ท้าชน Plant-based กำลังกลายเป็นคำค้นหาที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในวงการนวัตกรรมอาหารทั่วโลก เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดจากนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว โปรตีนจากอากาศนำเสนอแนวทางการผลิตอาหารที่ปฏิวัติวงการ โดยอาศัยกระบวนการทางชีวภาพที่เปลี่ยนองค์ประกอบพื้นฐานในอากาศให้กลายเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่ท้าทายอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสัตว์แบบดั้งเดิม แต่ยังเป็นคู่แข่งสำคัญของตลาดอาหารจากพืช (Plant-based) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ความสำคัญของโปรตีนจากอากาศทวีความสำคัญมากขึ้นเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ และจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแสวงหาแหล่งอาหารที่ยั่งยืนจึงเป็นภารกิจเร่งด่วน เทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่อาจช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับมนุษยชาติในระยะยาว โดยมีศักยภาพในการผลิตอาหารได้ในทุกสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ในเมืองใหญ่ไปจนถึงพื้นที่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งในอวกาศตามแนวคิดการวิจัยยุคแรกเริ่ม

‘โปรตีนจากอากาศ’: นิยามใหม่ของอาหารแห่งอนาคต

โปรตีนจากอากาศ คือ โปรตีนที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการทางชีวภาพที่เรียกว่าการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ (Microbial Fermentation) โดยอาศัยวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่ายและมีอยู่ไม่จำกัดในบรรยากาศ ซึ่งได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกซิเจน (O2) และไนโตรเจน (N) กระบวนการนี้เกิดขึ้นในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) ซึ่งเป็นระบบปิดที่มีการควบคุมสภาวะแวดล้อมอย่างแม่นยำ เพื่อให้จุลินทรีย์ชนิดพิเศษสามารถเจริญเติบโตและสังเคราะห์สารอาหารที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กระบวนการมหัศจรรย์: เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นโปรตีน

หัวใจของเทคโนโลยีนี้คือการใช้จุลินทรีย์กลุ่มที่เรียกว่า ไฮโดรจีโนโทรฟ (Hydrogenotrophs) ซึ่งมีความสามารถในการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่แสงอาทิตย์ (ต่างจากพืชที่ใช้การสังเคราะห์แสง) เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นสารประกอบอินทรีย์ กระบวนการผลิตสามารถอธิบายเป็นขั้นตอนได้ดังนี้:

  1. การเพาะเลี้ยง: นำจุลินทรีย์ที่ถูกคัดเลือกสายพันธุ์มาแล้วใส่ลงในถังปฏิกรณ์ชีวภาพที่บรรจุน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็น
  2. การให้อาหาร: ป้อนส่วนผสมของก๊าซ ซึ่งประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน และไนโตรเจน เข้าไปในถังเพาะเลี้ยง พร้อมกับให้พลังงาน (เช่น ไฟฟ้า) เพื่อกระตุ้นการทำงานของจุลินทรีย์
  3. การเจริญเติบโตและการสังเคราะห์: จุลินทรีย์จะใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นแหล่งคาร์บอน ไนโตรเจนเป็นวัตถุดิบสร้างกรดอะมิโน และออกซิเจนในกระบวนการเมตาบอลิซึม เพื่อเติบโตและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้ จุลินทรีย์จะสังเคราะห์กรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของโปรตีน
  4. การเก็บเกี่ยวและแปรรูป: เมื่อจุลินทรีย์เติบโตเต็มที่แล้ว จะถูกนำออกจากถังปฏิกรณ์มาผ่านกระบวนการทำให้แห้ง เพื่อให้ได้ผลผลิตสุดท้ายเป็นผงโปรตีนที่มีความเข้มข้นสูง มีลักษณะคล้ายแป้ง และมีสีเป็นกลาง

กระบวนการทั้งหมดนี้มีความคล้ายคลึงกับการหมักเบียร์ ไวน์ หรือโยเกิร์ต ซึ่งใช้จุลินทรีย์ในการเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างหนึ่งให้เป็นอีกอย่างหนึ่ง แต่โปรตีนจากอากาศมีความพิเศษตรงที่วัตถุดิบหลักคือสิ่งที่มองไม่เห็นและเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ต้องการกำจัดออกจากชั้นบรรยากาศ

จากผงโปรตีนสู่เนื้อสัตว์เทียมบนจานอาหาร

ผงโปรตีนที่ได้จากกระบวนการนี้เป็นวัตถุดิบอเนกประสงค์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ประกอบด้วยโปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) ซึ่งหมายถึงมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ผงโปรตีนนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเป็นส่วนผสมเพื่อเสริมโปรตีนในอาหารต่างๆ เช่น พาสต้า ซีเรียล หรือเครื่องดื่มโปรตีน ไปจนถึงการแปรรูปเป็น “เนื้อจากอากาศ” (Air Meat)

นวัตกรรมนี้ไม่เพียงสร้างผงโปรตีน แต่ยังสามารถแปรรูปให้มีเนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่เนื้อบดสำหรับทำเบอร์เกอร์ สเต๊กเนื้อสันใน ไปจนถึงเนื้อไก่ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลาดิบสำหรับทำซูชิ

ความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย ทำให้โปรตีนจากอากาศกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ที่กำลังมองหาวัตถุดิบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน

การเปรียบเทียบระหว่างโปรตีนจากอากาศและโปรตีนจากพืช

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาหารจากพืช หรือ Plant-based Food ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในฐานะโปรตีนทางเลือกที่สำคัญ ซึ่งช่วยลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมปศุสัตว์ อย่างไรก็ตาม การมาถึงของโปรตีนจากอากาศได้สร้างมิติใหม่ของการแข่งขันและนำเสนอทางออกที่อาจมีความยั่งยืนสูงกว่าเดิม การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีทั้งสองจะช่วยให้เห็นภาพอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จุดกำเนิดและวัตถุดิบที่แตกต่าง

ความแตกต่างพื้นฐานที่สุดระหว่างโปรตีนทั้งสองชนิดอยู่ที่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ อาหาร Plant-based ผลิตจากโปรตีนที่สกัดได้จากพืชเป็นหลัก เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ข้าวสาลี ข้าวโพด หรือเห็ด ซึ่งหมายความว่ากระบวนการผลิตยังคงต้องพึ่งพาการเกษตรแบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ที่ดิน น้ำ ปุ๋ย และแรงงานในการเพาะปลูกพืชเหล่านั้น แม้จะใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการทำฟาร์มปศุสัตว์ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง

ในทางตรงกันข้าม โปรตีนจากอากาศ ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเกษตรไปโดยสิ้นเชิง โดยใช้วัตถุดิบหลักคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศโดยตรง กระบวนการผลิตเกิดขึ้นในระบบปิด ทำให้ไม่ขึ้นกับฤดูกาล สภาพอากาศ หรือคุณภาพดิน นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งทำให้การผลิตอาหารเป็นอิสระจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติแบบเดิมๆ

มิติด้านความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากร

เมื่อเปรียบเทียบในมิติด้านความยั่งยืน โปรตีนจากอากาศแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน การผลิตไม่ต้องการพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ ทำให้สามารถลดการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรได้ กระบวนการผลิตในระบบปิดยังใช้น้ำน้อยกว่าการเกษตรสำหรับพืชอย่างมหาศาล และที่สำคัญที่สุดคือการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลัก มาใช้เป็นวัตถุดิบ เท่ากับว่าเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ แต่ยังมีส่วนช่วยในการลดปริมาณก๊าซดังกล่าวในบรรยากาศอีกด้วย

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างโปรตีนจากอากาศและโปรตีนจากพืช (Plant-based) ในมิติต่างๆ
คุณสมบัติ โปรตีนจากอากาศ (Air Protein) โปรตีนจากพืช (Plant-based)
วัตถุดิบหลัก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ออกซิเจน, ไนโตรเจน, น้ำ, แร่ธาตุ พืช เช่น ถั่วเหลือง, ถั่วลันเตา, ข้าวสาลี, ข้าวโพด
กระบวนการผลิต การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์ในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (ระบบปิด) การเกษตร, การเก็บเกี่ยว, การสกัด และการแปรรูปโปรตีนจากพืช
การใช้ที่ดิน น้อยมาก ไม่ต้องใช้พื้นที่เกษตรกรรม ต้องใช้พื้นที่เกษตรกรรมในการเพาะปลูกพืช
การใช้น้ำ น้อยมาก เนื่องจากเป็นระบบหมุนเวียน ใช้ปริมาณมากในการเพาะปลูกพืช
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ต่ำมาก ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก (CO2) ต่ำกว่าเนื้อสัตว์ แต่ยังคงมีผลกระทบจากการเกษตร (ปุ๋ย, ยาฆ่าแมลง)
ความขึ้นต่อสภาพอากาศ ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ ผลิตได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับฤดูกาล, สภาพอากาศ และภัยธรรมชาติ

ศักยภาพและผลกระทบของโปรตีนจากอากาศ

โปรตีนจากอากาศไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมทางเลือก แต่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบอาหารโลกในระยะยาว ผลกระทบของเทคโนโลยีนี้ครอบคลุมตั้งแต่ระดับสิ่งแวดล้อมไปจนถึงความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติ

คำตอบของความมั่นคงทางอาหารโลก

หนึ่งในศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโปรตีนจากอากาศคือการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ด้วยความสามารถในการผลิตได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ประเทศที่มีข้อจำกัดด้านการเกษตรหรือต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นหลัก สามารถสร้างแหล่งอาหารโปรตีนคุณภาพสูงได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ การผลิตที่ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศยังช่วยลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรได้

การปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

เทคโนโลยีนี้ถือเป็นการนำ Food Tech ขั้นสูงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานของมนุษย์ การผสานความรู้ทางชีววิทยา จุลชีววิทยา และวิศวกรรมเข้าด้วยกันได้เปิดประตูสู่การผลิตอาหารรูปแบบใหม่ที่ทั้งมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การเติบโตของตลาดโปรตีนจากอากาศจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น นำไปสู่การค้นพบจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ๆ หรือกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนลดลงและผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดียิ่งขึ้นในอนาคต

ตัวอย่างเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง

ปัจจุบันมีสตาร์ตอัปหลายแห่งทั่วโลกที่กำลังบุกเบิกเทคโนโลยีโปรตีนจากอากาศอย่างจริงจัง ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ Air Protein ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีโดยได้รับแรงบันดาลใจจากการวิจัยของ NASA ในช่วงทศวรรษ 1960 ที่ต้องการหาวิธีผลิตอาหารให้นักบินอวกาศในภารกิจระยะยาว บริษัทได้ระดมทุนจำนวนมากเพื่อสร้างโรงงานผลิตเชิงพาณิชย์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อจากอากาศที่หลากหลาย

อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Solein จากบริษัท Solar Foods ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งใช้กระบวนการที่คล้ายคลึงกันในการผลิตผงโปรตีนจากน้ำ อากาศ และไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน Solein ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายในสิงคโปร์เป็นที่แรก และกำลังขยายตลาดไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก การเกิดขึ้นของบริษัทเหล่านี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าโปรตีนจากอากาศกำลังก้าวออกจากห้องปฏิบัติการและพร้อมที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารโลก

ความท้าทายบนเส้นทางสู่อนาคต

แม้ว่าโปรตีนจากอากาศจะมีศักยภาพมหาศาล แต่การจะก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งโปรตีนกระแสหลักยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ ทั้งในด้านการยอมรับของผู้บริโภค ต้นทุนการผลิต และกฎระเบียบต่างๆ

การยอมรับจากผู้บริโภคและต้นทุนการผลิต

ความท้าทายแรกคือการสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากผู้บริโภค คำว่า “โปรตีนจากอากาศ” หรือ “เนื้อที่ทำจากคาร์บอนไดออกไซด์” อาจฟังดูแปลกใหม่และทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเกิดความลังเล การสื่อสารที่ชัดเจนเกี่ยวกับความปลอดภัย ประโยชน์ทางโภชนาการ และผลดีต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ รสชาติและเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์สุดท้ายจะต้องสามารถแข่งขันกับเนื้อสัตว์จริงและผลิตภัณฑ์ Plant-based ที่มีอยู่ในตลาดได้

ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตในปัจจุบันยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโปรตีนจากแหล่งอื่น เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานในกระบวนการผลิต การขยายขนาดการผลิต (Scaling up) ให้สามารถผลิตในปริมาณมากพอที่จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงจนสามารถแข่งขันในตลาดมวลชนได้ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาว

กฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัย

ในฐานะที่เป็นอาหารประเภทใหม่ โปรตีนจากอากาศจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลอาหารในแต่ละประเทศ ซึ่งอาจเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานและมีความซับซ้อน การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และการพิสูจน์ให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยต่อการบริโภคในระยะยาว เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่บริษัทผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญ

บทสรุป: ก้าวต่อไปของนวัตกรรมอาหารที่ยั่งยืน

โปรตีนจากอากาศ คือนวัตกรรม Food Tech ที่กำลังจะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอาหารไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยกระบวนการผลิตที่ปฏิวัติวงการโดยการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็นโปรตีนคุณภาพสูง เทคโนโลยีนี้ได้นำเสนอทางออกที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหาร เมื่อเปรียบเทียบกับอาหาร Plant-based โปรตีนจากอากาศแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือกว่าในการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและเป็นอิสระจากการเกษตรแบบดั้งเดิม

แม้จะยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ทั้งในด้านการยอมรับของผู้บริโภค ต้นทุน และกฎระเบียบ แต่ทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าอาหารแห่งอนาคตชนิดนี้กำลังเดินทางจากแนวคิดสู่ความเป็นจริงบนโต๊ะอาหาร โปรตีนจากอากาศจึงไม่ได้เป็นเพียงโปรตีนทางเลือกอีกชนิดหนึ่ง แต่เป็นตัวแทนของยุคใหม่แห่งการผลิตอาหาร ที่ซึ่งเทคโนโลยีและธรรมชาติสามารถทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน